ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/288571
“ณัฐวุฒิ” ชี้ “เสื้อแดง” ช้ำจนชา
การเมือง > ข่าวการเมือง : 20 ก.ค. 2560
“ณัฐวุฒิ” รุดเยี่ยม “จตุพร” ถึงเรือนจำ เผยร่างกายจิตใจเข้มแข็ง ไม่อยากนำเรื่องนี้เชื่อมโยงปรองดอง
“peace tv” ได้รายงานการให้สัมภาษณของนาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ได้เข้าเยี่ยมนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่ถูกพิพากษาจำคุก 1 ปี โดยระบุว่า ได้สนทนากับนายจตุพรเกี่ยวกับคดี และยังไม่รู้สึกวิตกมากนัก เพราะเป็นคดีหมิ่นประมาทโทษไม่ร้ายแรง รวมทั้งศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ได้ยกฟ้องมาแล้ว จึงเดินทางมาศาลด้วยความไม่วิตกอะไร เมื่อศาลฎีกาพิพากษาแล้ว เราก็เคารพคำวินิจฉัย ส่วนนายจตุพร เข้าไปเรือนจำมีสุขภาพร่างกายและจิตใจเข้มแข็ง พร้อมที่จะยืนหยัดเผชิญกับความจริงในทุกสถานการณ์ และต้องผ่านให้ได้
“พวกเรารู้สึกเห็นใจและใจหาย เมื่อเลือกเดินบนเส้นทางนี้ด้วยตัวเราเอง เมื่อเลือกเดินตากฝน ต้องรู้ว่า เปียกปอนแล้วเหน็บหนาว แต่เราเชื่อว่า สักวันหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จะกระจ่างชัดและรับทราบในสังคมว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มีจุดมุ่งหมายเพียงความเสมอภาคของทุกฝ่าย ไม่ได้มุ่งหมายไปทำลายฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด หรืออาฆาตแค้นกันแต่อย่างใด”
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การต่อสู้ย่อมมีความเจ็บปวดและบาดแผลเป็นธรรมดา รวมทั้งอิสรภาพของแกนนำ ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าอิสรภาพของพี่น้องประชาชนผู้ร่วมอุดมการณ์คนอื่นๆ วันนี้นายจตุพรสิ้นอิสรภาพ ก็เหมือนกับพี่น้องอีกหลายคนที่ต่อสู้ในสถานการณ์ทางการเมือง และยังไม่ได้รับอิสรภาพเช่นเดียวกัน ข้างในเรือนจำมีพรรคพวกเราอยู่หลายคน ฝากให้ดูแลกัน และนายจตุพรได้พบหน้ากันบ้างแล้ว ตนไม่กังวลว่า นายจตุพรจะปรับตัวในเรือนจำอย่างไร เพราะชีวิตพวกเราได้ปรับใจ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทุกวัน แต่วันนี้เกิดกับนายจตุพร วันต่อไปอาจเกิดขึ้นกับคนอื่นอีก
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การค้นหาความจริงในเหตุการณ์สลายการชุมนุมในปี 2553 ยังเป็นเรื่องต้องค้นหากันต่อไป สำหรับความจริงเป็นเรื่องไม่มีอายุความที่จะให้ปรากฏในประวัติศาสตร์ และเชื่อว่า ยังไม่มีการพิสูจน์ทราบความจริงใดๆที่จะเป็นเรื่องต้องห้ามเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า นปช.จะเดินอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จะเดินในหลักการเดิม เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นพระประมุข ส่วนประธาน นปช.ถูกจองจำจะส่งผลกระทบหรือไม่ แต่องค์กร นปช.หล่อเลี้ยงกันด้วยแนวคิด อุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน แม้ตัวบุคคลเป็นเรื่องสำคัญ แต่หลักการสำคัญยิ่งกว่า เรายังเคลื่อนไปตามหลักการและความจริงที่เป็นอยู่ เหลือกี่คนก็สู้ตามนั้น ถ้าไม่เหลือเลย ก็ขอให้เหลือสิ่งที่พูด ที่ยืนหยัด เชื่อว่า สักวันต้องมีคนเดินต่อ
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ต้องการนำกรณีของนายจตุพร ไปเชื่อมโยนกับบรรยากาศปรองดอง เพราะจะกลายเป็นว่า เมื่อพรรคพวกถูกจำคุก ก็เอาการปรองดองมาเป็นตัวประกัน เรื่องนี้คิดแยกส่วนกัน ถ้าผู้มีอำนาจตั้งใจสร้างความปรองดองจริงๆ เราเรียกร้องสิ่งเดียวว่า การปรองดองต้องเกิดขึ้นภายใต้หลักการประชาธิปไตย
“ในสถานการณ์เฉพาะหน้าของไทยคือ ความขัดแย้งทางการเมือง เรื่องอื่นก็สำคัญเช่นกัน แต่ถ้าการปรองดองสามารถแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองได้ เรื่องอื่นก็เบาลงและง่ายขึ้น ถ้าผู้มีอำนาจมีความจริงใจเรื่องนี้ ต้องทำให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ส่วนชะตากรรมที่พวกผมเผชิญอยู่จะเกี่ยวข้องกับการปรองดองหรือไม่ ขอให้เป็นวิจารณญาณของประชาชน”
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตลอดเวลา 10 ปีในการต่อสู้นั้น มีความเสมอต้น เสมอปลายอยู่ที่มีคนฝ่ายหนึ่งถูกจองจำ พร้อมคดีความมากมาย ส่วนบางพวกนั้นขอให้ประชาชนพิจารณาจากข้อเท็จจริง ถ้าการสิ้นอิสรภาพของพวกตนทำให้เกิดการปรองดองบนหลักการประชาธิปไตย ก็ไม่ใช่สิ่งต้องเสียใจ แต่หากการปรองดองยังเดินต่อไปไม่ได้ และยังมีสิ่งบ่งชี้ถึงสถานการณ์จะหนักกว่าเก่า สิ่งนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ
“ส่วนจิตใจคนเสื้อแดงนั้น ต้องบอกว่า มันช้ำจนชา วันนี้เป็นการบอบช้ำเพิ่มขึ้น เราจะผ่านไปได้ต้องยืนหยัดในสถานการณ์นี้ให้ได้ เพราะเราไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งความเจ็บปวดจะเป็นพลังให้เรายืนหยัดได้”