ผู้ตรวจฯเฮ !!! นั่งต่อสนช.ไม่รีเซ็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/289639

ผู้ตรวจฯเฮ !!! นั่งต่อสนช.ไม่รีเซ็ต

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นั่งต่อสนชไม่รีเซต, เซ็นซีโร่, กกต, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ผู้ตรวจฯเฮ, นั่งต่อสนชไม่รีเซ็ต, สนช

ผู้ตรวจฯเฮ ! สนช.มีมติไม่รีเซ็ตต่ออายุนั่งเก้าอี้จนครบวาระ อ้างให้ความเป็นธรรมมาจากรธน. 50

          27 ก.ค.60  ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ… ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยพล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานกมธ.กล่าวรายงานว่า มีผู้เสนอคำแปรญัตติจำนวน 10 คน โดยพอใจกับการแก้ไขของกมธ. 2 คน ส่วนอีก 6 คน ยังติดใจเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งต่อไปของผู้ตรวจฯ ซึ่งอยู่ในบทเฉพาะกาลมาตรา 56-59

นอกจากนี้กมธ.วิสามัญพิจารณาแล้วเห็นควรตั้งข้อสังเกต 3 ประการ คือ 1.ตามมาตรา 18 วรรคหก กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นนอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ดำเนินการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินภายใน 90 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง แต่หากมีกรณีทำให้ไม่อาจได้บุคคลมาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็จะต้องดำเนินการใหม่โดยให้ถือว่าเป็นวันที่เริ่มดำเนินการใหม่และให้นับต่อไปอีก 90 วัน
2. ตามมาตรา 21 กำหนดห้ามไม่ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ารับการศึกษาหรืออบรมในหลักสูตรหรือโครงการใด ๆ นั้น ไม่รวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเดินทางไปร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเข้าร่วมการประชุมหารือเพื่อเป็นไปตามภารกิจอันเกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งรับเชิญหรือประสารงานกับองค์กรระหว่างประเทศหรือประเทศต่าง ๆ

3.ในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจการแผ่นดินตามมาตรา 8 ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา สมควรที่จะต้องพิจารณาและกำหนดแนวทางให้ชัดเจนและเกิดความรอบคอบ ทั้งนี้กมธ.ได้นำความคิดเห็นและการวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภาคส่วนต่างๆจากทั้งสนช. และข้อคิดเห็นของประชาชนมาประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน
จากนั้นเป็นการพิจารณาในวาระ 2 เรียงลำดับมาตรา จนถึงบทเฉพาะกาล ในมาตราที่ 56 – 58 เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งของผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบัน ซึ่งคณะกรรมาธิการฯไม่ได้มีการแก้ไขให้คงตามร่างเดิมคือให้ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนในวันที่ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ใช้บังคับทั้งที่มีคุณสมบัติและไม่มีคุณลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนครบวาระตามที่กำหนดในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552 หรือพ้นตำแหน่งตามมาตรา 18 ซึ่งมีสมาชิกสงวนคำแปรญัตติจำนวน 6  ราย คือ นายสมชาย แสวงการ   นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ นายธานี อ่อนละเอียด นายนรนิติ  เศรษฐบุตร นายยุทธนา ทัพเจริญและนายกล้านรงค์ จันทิก
โดยสมาชิกได้แปรญัตติให้ผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่จนครบวาระ และไม่ให้นำมาตรา 18 มาบังคับใช้ คือในเรื่องของคุณสมบัติที่กำหนดให้ต้องเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการบริหารราชการแผ่นดินไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือผู้มีประสบการณ์ดำเนินกิจการอันเป็นสาธารณะมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ทั้งนี้เนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับการสรรหาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ควรไปลิดรอนสิทธิ์ อีกทั้งการกำหนดเรื่องการต้องบริหารราชการแผ่นดินไม่ต่ำกว่า 10 ปีหรือเทียบเท่า เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันคนที่มีคุณสมบัติครบก็ต้องเป็นระดับ ผู้นำเหล่าทัพ ปลัดกระทรวง อธิบดีกระทรวง ทำให้ผู้ตรวจการแผ่นดินในปัจจุบันขาดคุณสมบัติทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีที่พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศใช้

นอกจากนี้อำนาจการตรวจสอบของผู้ตรวจการฯลดลงเหลือเพียงการเสนอแนะ การแสวงหาข้อเท็จจริง จากเดิมที่ให้อำนาจการตรวจสอบการกระทำที่ขัดประมวลจริยธรรมนักการเมืองออกไป จึงไม่ควรที่จะกำหนดคุณสมบัติสูง อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมาธิการได้ยืนยันตามร่างเดิม โดยให้เหตุผลว่าทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมและเพิ่มความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระ และเพื่อไม่ให้เกิดการโต้แย้งกันในเรื่องของคุณสมบัติของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ทั้งนี้ทั้งกรรมาธิการฯและผู้สงวนคำแปรญัตติยังตกลงกันไม่ได้ ทำให้นายพรเพชรได้สั่งพักการประชุมเพื่อหาข้อสรุป
ต่อมาภายหลังจากการพักประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง มีการประชุมอีกครั้งโดยกมธ.ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า กมธ.ยอมแก้ไขบทเฉพาะกาล สถานภาพของผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบัน จากเดิมที่ระบุให้ผู้ตรวจฯที่อยู่ในตำแหน่ง ก่อนที่ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ต้องพ้นจากตำแหน่งถ้ามีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยแก้ไขเป็น ให้ผู้ตรวจฯที่อยู่ในตำแหน่ง ก่อนที่ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนครบวาระตามร่างพ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552 โดยไม่นำมาตรา 8 ของร่างพ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560  มาบังคับใช้
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. กล่าวว่า การแก้ไขดังกล่าวเป็นลักษณะปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งทั้งหมด  เหตุใดจึงแตกต่างไปจากร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ที่ให้เซตซีโร่ทั้งหมด ซึ่งเป็นคำถามในสังคมต่อไปว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ แต่ละฉบับไม่เหมือนกันใช่หรือไม่
ขณะที่พล.ร.อ.จักรชัย ภู่เจริญยศ กมธ.ชี้แจงว่า เหตุผลในการปรับแก้เป็นไปตามอำนาจตามาตรา 273 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราก็ไม่ได้พิจารณาที่ตัวบุคคลแต่เป็นเรื่องของขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีอำนาจหน้าที่ลดน้อยลงไปจากรัฐธรรมนูญปี 50  ขณะเดียวกันผู้ตรวจการชุดปัจจุบันได้รับประเมินผลงานจากสถาบันพระปกเกล้าว่ามีผลงาน และได้รับการยกย่องจากองค์กรต่างประเทศ นอกจากนี้ถือเป็นการให้ความยุติธรรมและเป็นธรรมกับผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบันที่ได้รับการสรรหามาจากรัฐธรรมนูญปี 50  แต่ยังอยู่ไปครบวาระ 6 ปี
จากนั้นเป็นการลงมติเห็นชอบในวาระ3 ด้วยคะแนน 143 งดออกเสียง 7 ไม่ลงมติ 1 เพื่อให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งเห็นชอบในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ

Leave a comment