ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
08 กรกฎาคม 2560 เวลา 08:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/502014

โดย…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
กีฬาเป็นยาวิเศษ ประโยคนี้ใช้ได้เสมอในทุกยุคสมัย เพราะต่อให้ยาแผนปัจจุบันจะเลิศเลอเพียงไหนในการใช้รักษาโรค แต่การป้องกันและการดูแลร่างกายตัวเองด้วยการออกกำลังกาย เล่นกีฬาประเภทต่างๆ ก็เป็นผลดีต่อร่างกายมากกว่า
สรัญ ลิ้มสวัสดิ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุขุมวิท 15 เพลส ผู้ดำเนินธุรกิจกลุ่มโรงแรมเอส โฮเต็ล ได้แก่ เอส 31 เอส 15 เอส 33 เอส บ็อกซ์ และเอส รัชดา ก็เป็นหนึ่งในคนที่เห็นความสำคัญของกีฬา มีงานอดิเรกคือการวิ่ง และไตรกีฬา
โดยสรัญ เล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นออกกำลังกายจริงจังมา 3 ปีแล้ว เป็นเพราะก่อนหน้านั้นร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สบาย พอไปรักษาพยาบาลจนหายจึงหันกลับมาดูแลตัวเอง โดยเริ่มต้นจากการวิ่ง เมื่อวิ่งไปได้ระยะหนึ่งก็ได้พบปะกับเพื่อนฝูง ก็ถูกชักชวนให้ไปปั่นจักรยาน จากนั้นก็ลองไปว่ายน้ำ จนนำไปสู่การลงเล่นไตรกีฬา
“หากให้มองกีฬาทั้งหมดที่เล่น ก็ต้องบอกว่าชอบการวิ่งมากที่สุด เพราะคิดว่าเป็นกีฬาที่ตัวเองทำได้ดีที่สุด และจากที่เคยได้ยินกันมาว่าวิ่งแล้วจะติด พอได้วิ่งเองก็รู้สึกว่าติดการวิ่งจริงๆ จากที่เริ่มวิ่งระยะทางน้อยๆ ก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการตั้งเป้าหมายให้ทำเวลาในการวิ่งให้ดีขึ้นเรื่อยๆ”
สิ่งสำคัญที่ สรัญ รู้สึกได้หลังจากวิ่งก็คือ การได้ร่างกายที่มีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น และได้ผลดีในด้านจิตใจด้วย เพราะเวลาที่วิ่งอยู่คนเดียวก็เหมือนกับการได้ฝึกจิตใจให้มีสมาธิอยู่กับตัวเองในทุกๆ ขณะของการวิ่ง จากที่เวลาทำงานไม่เคยได้อยู่กับตัวเองเลย
สรัญ ระบุว่า พอวิ่งไปแล้วเห็นข้อดีของการวิ่ง ก็เริ่มไปสนับสนุนให้คนในครอบครัวออกมาวิ่ง หรือออกกำลังกายด้วย จากนั้นก็ลามไปถึงคนในบริษัท โดยมีการตั้งชมรมวิ่งของโรงแรมขึ้นมา เพื่อสนับสนุนให้พนักงานวิ่ง ซึ่งทำมาได้ 1 ปีแล้ว ช่วงแรกๆ มีพนักงานเข้าร่วมด้วยแค่ 20 คน แต่ผ่านมาถึงปัจจุบันก็มีการชักชวนต่อๆ กันจนมีคนร่วม 80 คนแล้ว

“การตั้งชมรม ไม่ใช่แค่ให้พนักงานร่วมชมรมเฉยๆ แต่จะมีการตามเก็บคะแนน ให้คนในชมรมส่งการบ้านด้วย โดยปลายปีจะรวมคะแนนที่ได้เพื่อหาคนที่ได้รับรางวัล ปีที่ผ่านมาก็จะให้รางวัลคนได้คะแนนสูงสุด ส่วนปีนี้เปลี่ยนใหม่เพื่อให้ตอบโจทย์คนที่เริ่มวิ่งใหม่ โดยให้ที่วิ่งได้ 4 กิโลเมตรจะนับเป็น 1 คะแนน วิ่งได้ 8 กิโลเมตร (กม.) ขึ้นไปได้ 2 คะแนน ดังนั้นถ้าใครวิ่ง 4 กม.ทุกวันก็อาจจะได้คะแนนดีกว่าคนที่วิ่งเกิน 8 กม.แต่ไม่ได้วิ่งทุกวันก็ได้ นอกจากนี้ยังสนับสนุนคนในชมรมที่จะไปร่วมงานวิ่ง โดยออกค่าสมัครวิ่งให้ครึ่งหนึ่งทุกงานด้วย” สรัญ กล่าว
ทั้งนี้ การมีชมรมนี้มีเป้าหมายสำคัญ คือทำให้ทุกคนใส่ใจเรื่องการรักษาสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง สร้างเสริมความสามัคคีในองค์กร ซึ่งหลังการตั้งชมรมสนับสนุนพนักงานวิ่ง สรัญ ชี้ว่าสิ่งที่ได้อาจไม่ได้เห็นผลต่อการทำงานโดยตรง แต่ก็ทำให้พนักงานได้คุยกันรู้จักกันมากขึ้น
“บางคนทำงานคนละโรงแรมกันไม่เคยรู้จักกันแต่พอมีชมรมวิ่ง มีการนัดซ้อมวิ่งก็ได้รู้จักกันจากการวิ่ง พอต้องประสานงานกันต่างแผนก ต่างโรงแรมก็ทำงานด้วยกันง่ายขึ้น”
ไม่เพียงแต่การชักชวนวิ่งที่ลามไปถึงพนักงาน สรัญก็ยังรวมตัวกับเพื่อนเก่าที่เรียนโรงเรียนอัสสัมชัญมาด้วยกัน เพื่อทำโครงการเกี่ยวกับการวิ่งร่วมกันด้วย โดยจะชวนกันมาออกกำลังกายทุกวันเสาร์
สรัญ มองว่า แม้ตัวเองจะเป็นผู้บริหารระดับสูงแต่ก็แบ่งเวลามาออกกำลังกายได้ เพราะเชื่อว่า ไม่มีคำว่าไม่มีเวลา แต่ก่อนสรัญอาจเคยใช้ข้ออ้างที่ว่าไม่มีเวลา พอเพื่อนชวนไปออกกำลังกายก็บอกว่าไม่มีเวลา แต่เมื่อป่วยต้องรักษาตัวและรู้สึกว่าต้องออกกำลังกายแล้ว ก็ทำให้รู้ว่าอยู่ที่เราจะจัดการเวลาของเราอย่างไร?
“ทุกคนมีความยุ่ง มีธุระเหมือนกัน แต่ทุกคนสามารถบริหารเวลาตัวเองได้ มีเวลาช่วงเช้าหรือไม่ อาจจะนอนเร็วขึ้นหรือเลิกงานแล้วเหลือเวลาเย็นอีกหน่อยหรือไม่ ซึ่งเมื่อรู้จักจัดสรรเวลาออกกำลังกายได้ ก็ช่วยเปลี่ยนมุมมองทำให้รู้จักจัดสรรเวลาการงานได้เช่นกัน
“ผมว่าตัวเองเป็นกรณีตัวอย่างให้คนอื่น ให้พนักงานดูได้ว่า อย่ารอให้เราไม่สบายก่อน เพราะถึงเวลานั้นไม่รู้ว่าเราจะกลับมาออกกำลังกายได้อีกหรือไม่ รักษาร่างกายให้กลับมาแข็งแรงอีกได้หรือไม่ อย่ารอเมื่อสาย เคยได้ยินหรือไม่เงินซื้อสุขภาพไม่ได้ ผมเจอมาแล้วจริงๆ ว่าสุขภาพดีอยากได้ต้องทำเอง เพราะเงินซื้อได้แค่ยารักษาโรค”
เมื่อสุขภาพดีต้องลงทุนเวลาเพื่อสร้างเอง ใครที่ยังมีสุขภาพดีวันนี้ก็ควรใส่ใจกับการลงทุนดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพดีในวันหน้าด้วย เพราะหากปล่อยปละละเลย ในที่สุดอาจจะสายเกินไป รู้ตัวอีกทีก็ออกกำลังกายไม่ได้อีกแล้ว