ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/290472
มติเสียงข้างมากศาลรธน.ไม่รับคำร้องกกต. ชี้ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรธน. ย้ำมีแค่ “สนช.-นายกฯ” ยื่นตีความได้เท่านั้น
2 ส.ค.60 นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่ยื่นให้พิจารณาวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต. มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 27 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก ไม่รับคำร้องของกกต.ไว้พิจารณา เนื่องจากการส่งคำร้องของกกต.ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพราะขณะนี้ยังเป็นเพียงร่างกฎหมาย จึงเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (1) มาตรา 232 ประกอบมาตรา 148 และมาตรา 263 ได้กำหนดให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เสนอความเห็นต่อประธานสนช. หรือให้นายกรัฐมนตรี ส่งความเห็นมายังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากกฎหมายประกาศใช้แล้ว ตามความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 210หน่วยงานหรือองค์กรที่เห็นว่าอำนาจหน้าที่ของตนเองมีปัญหา ก็สามารถใช้สิทธิยื่นตรงได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210(2)
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนกรณีที่กกต.บางคนจะใช้สิทธิส่วนตัวในการยื่นคำร้อง ตามรัฐธรรมนูญ มาตา 213 นายพิมล กล่าวว่า มาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของการกระทำที่กระทบสิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งตรงนี้ศาลก็ได้วางแนวทางและหลักเกณฑ์การพิจารณาว่าผ่านการพิจารณาการเยียวยาจากองค์กรที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ศาลลำบากใจและต้องระมัดระวังในการพิจารณา เพราะหากใช้อำนาจกว้างมากเกินไป ก็อาจไปกระทบอำนาจหน้าที่ขององค์กรอื่นอีกทั้งขณะนี้อยู่ในระหว่างที่ กรธ. กำลังยกร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลก็ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป
นายพิมล กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันช่วงเช้า ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ร่วมหารือกับประธานองค์อิสระอื่น ๆ เพื่อพิจารณาการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 วรรคสอง ที่ได้ผ่านความเห็นชอบองค์กรอิสระ มาปรับปรุงแก้ไขในความเห็นและข้อเสนอขององค์กรต่าง ๆ มาแล้ว ที่ประชุมมอบหมายให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ส่งร่างฯดังกล่าวภายใน 2 สัปดาห์ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และนายกฯ เพื่อรับฟังความคิด ตามมาตรา 219 วรรค 2 อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นการทำลักษณะการกระทำที่ถือเป็นความผิดทางจริยธรรม ก็ถือว่ากำหนดอย่างครอบคลุมชัดเจน เมื่อประกาศใช้ หากมีการร้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่ากระทำผิดจริยธรรม คณะกรรมการป.ป.ช.ก็จะนำร่างดังกล่าวเป็นมาตรฐานในการพิจารณา
