“บิ๊กตู่”ลั่นไม่เคยขึ้นหลังเสือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/293117

“บิ๊กตู่”ลั่นไม่เคยขึ้นหลังเสือ

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา

นายกฯ, ปยป, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อาเซียน, บิ๊กตู่, คสช

“บิ๊กตู่”ลั่นไม่เคยขึ้นหลังเสือบอกคนเลี้ยงเสือยังตาย ขอเดินร่วมไปกับประชาชน วอนอย่าดึงคดีจำนำข้าวทำประเทศวุ่น ชี้แค่หนึ่งในล้านคดี ต้องเชื่อมั่นศาล ตัดสิน

          24 ส.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “ปฏิรูปยั่งยืน พลิกฟื้นประเทศไทย” ในงานบางกอกโพสต์ ฟอรั่ม2017 ตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณที่ให้ตนมาปาฐกถาเรื่องนี้ เพราะเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องนึกถึง ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศให้เกิดความยั่งยืน และพลิกฟื้นประเทศกลับคืนขึ้นมาให้ได้ ให้ดีกว่าปัจจุบันโดยเร็ว ทั้งหมดเพื่ออนาคตและคนรุ่นหลังของประเทศ ประเทศไทยมีศักยภาพมากมาย เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างประชาคมอาเซียนกับประชาคมอื่นๆ ในโลก เราจึงต้องทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง แต่เราจะพลิกฟื้นคนทุกกลุ่มโดยวิธีการเดียวทั้งหมดไม่ได้ เราต้องปฏิรูปในทุก ๆ ด้าน ทั้งความมั่นคง มีความเสถียรภาพ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม สำคัญที่สุดคือ ต้องปฏิรูปให้คนไทยรักกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รัฐบาลนี้พยายามแก้ไขปัญหาในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งปัญหาในอนาคต

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งแรกที่อยากทำความเข้าใจกับทุกคนคือ ช่วยเหลือรัฐบาล ช่วยกันขยายความเข้าใจว่าเราต้องมองออกไปให้ไกลจากตัวเองจึงจะสามารถปฏิรูปประเทศได้ ต้องมองไปสู่อนาคตพร้อมๆ กันไปกับรัฐบาล ต้องทำให้ทุกคนเห็นว่าประเทศไทยมีทิศทางที่จะเดินต่อไปอย่างไรตามห้วงเวลาที่กำหนดไว้ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เราจะเห็นว่าอีก 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยควรจะเป็นอย่างไร 3 ปีที่ผ่านมาทุกคนทราบดีว่าสังคมไทยมีปัญหามากมายหลายด้าน เราโทษใครไม่ได้ เป็นเพราะประเทศเราเป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น เราต้องปฏิรูปการเมืองควบคู่ไปด้วย ทำอย่างไรให้ได้รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย มีธรรมาภิบาล เป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นผู้แทนที่นำเสนอความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับเลือกเข้ามา แต่ทั้งหมดจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.หรือรัฐบาล ให้เกิดความเหมาะสมว่าเราจะทำให้ประเทศเจริญเติบโตทั้งประเทศได้อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ตนเห็นปัญหาในขณะนี้คือ ความเหลื่อมล้ำ ปัจจุบันใน 76 จังหวัด มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดย 3 ปีที่ผ่านมาทุกคนทราบถึงปัญหาดีอยู่แล้วว่ามีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในด้านกายภาพ เราต้องไปหาต้นเหตุให้เจอตามหลักพุทธศาสนาเรียกว่า อริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เราต้องหาหนทางในการแก้ปัญหาหรือดับทุกข์ให้ได้ ยุทธศาสตร์การพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ บอกไว้ว่าอย่างถ่องแท้คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ต้องเข้าให้ถึงความต้องการของประชาชน พื้นที่ แล้วค่อยมากำหนดวิธีการไปพร้อมๆ กับเดินหน้าประเทศ แต่ถ้ามัวสาละวน แก้แต่ปัญหา ไม่คิดถึงอนาคต ก็จะวนอยู่กับแต่ปัญหาเดิมๆ เหมือนลักษณะการให้น้ำเกลือผู้ป่วยไปเรื่อยๆ จำเป็นต้องให้วัคซีนและยาฆ่าเชื้อลงไปบ้าง สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้ทำคนเดียวไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ โดยเฉพาะสื่อมวลชนมีความสำคัญในการขยายความเข้าใจ

“วันนี้ที่ผมพูดไม่ได้มาหาเสียง หรือไม่ได้เป็นการพูดเอาใจสื่อ แต่ต้องยอมรับว่าสื่อมีส่วนสำคัญต่อสังคมในการสร้างและทำความเข้าใจ อย่างเช้าวันเดียวกันนี้ (24 ส.ค.) ผมเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งท่านบอกว่า ประยุทธ์ใจเย็นๆ นะ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่าไปทะเลาะกับเขาเลย เอาเรื่องใหญ่ๆ ดีกว่า ผมเองพยายามจะทำแบบนั้น พยายามทำมา 3 ปีแล้วได้แค่นี้ แต่จะพยายามต่อไป และยืนยันว่าการทำงานในวันนี้ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ จากการพบปะไม่มีใครมาตำหนิติติง มีแต่ระบุว่าจะมาร่วมมือกัน ดังนั้น อยากจะขอร้องว่าทุกรัฐบาลที่จะเข้ามาจะต้องมีจุดมุ่งหวังคือ ทำให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี และมีความสุข ไม่ใช่เข้ามาแล้วทำเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่ออำนาจ ไม่ใช่เพื่อจะสืบต่อ ยืนยันว่าผมไม่เคยคิดเรื่องเหล่านี้เลยแม้แต่นิดเดียว ผมยืนยันและถึงแม้เมื่อสักครู่ผู้เปิดงานจะกล่าวให้กำลังใจผมว่าให้เป็นนายกฯต่อไปก็ตาม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาที่รัฐบาลแบ่งออกเป็น 6 ภาค เพื่อบริหารจัดการงบประมาณโดยหามาตรการที่เหมาะสมของแต่ละภาค เหมือนกับการตัดเสื้อหลายตัว ให้คนใส่พอดีตัว จะได้ไม่ต้องมาแย่งกันในวันหน้า อย่างเรื่องการปลูกพืชเกษตรกรรัฐบาลไม่เคยห้าม แต่อยากสอนหลักคิด หากจะปลูกพืชชนิดใดให้คำนึงถึงสภาพอากาศในพื้นที่ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหาย ต้องมาเยียวยาต้องมาประกันกันแบบนี้ ข้าวนาปลูกมากเกินไปราคาก็ตกแต่เราก็ทิ้งไม่ได้เพราะเป็นประเทศเกษตรกรรมเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เราอยู่และโตมาได้เพราะกินข้าว แต่ชาวนายากจนก็ควรนึกถึงเขาบ้าง ดังนั้นต้องร่วมมือกันตรงกลาง โดยเฉพาะพ่อค้าคนกลาง ต้องนึกว่าต้นทุนที่จะให้เขาจะคืนได้อย่างไร

วันนี้เราก็ต้องช่วยกันสร้างเรื่องราวของข้าวที่มีหลายพันธุ์ในประเทศไทยให้เป็นการเพิ่มมูลค่า ผมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว หน้ายังไม่เป็นไร ทุกอย่างที่เกษตรกรนำมาโชว์ ผมทดลองหมด ให้กินอะไรผมก็กิน เพราะผมต้องเผชิญความเสี่ยงก่อนเป็นคนแรกเพื่อเป็นการรับประกัน จริง ๆ แล้วผมเป็นคนไม่ชอบใช้เครื่องสำอาง แต่วันนี้ต้องใช้เพราะเป็นนายกฯ แต่ที่ใช้ไม่ได้อยากให้หล่อหรือดูดี แต่ต้องลองกินทุกอย่างหลายคนห่วงว่าจะมีคนวางยาพิษ แต่ตนเชื่อว่าความดีที่ตนทำไว้น่าจะปกป้องตนได้ ไม่มีใครจะดูแลเราได้แม้ผมจะมีรปภ. ก็ตาม บางครั้งผมอาจจะต้องดูแลรปภ.ด้วย เราต้องทำตัวเองให้ดีมีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตยึดประเทศชาติเป็นที่ตั้ง เชื่อมั่นในชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน ซึ่งก็ต้องดูแลเราด้วย

“ฉะนั้นไม่ต้องไปกลัวการตั้งทหารตำรวจ ตั้งอะไร เขาคุ้มครองผมไม่ได้หรอก ไม่ต้องกลัว สื่อถามผมว่าจะลงจากหลังเสือต้องตั้งคนมาดูแลหรือไม่ ผมไม่ได้คิดว่าขึ้นหลังเสือ ผมเป็นคนธรรมดาเข้ามาเดินหน้าประเทศไทย ปฏิรูปเพื่อการเปลี่ยนผ่านผลิกฟื้นแผ่นดิน ให้มีศักยภาพ มันเป็นความท้าทาย ไม่ใช่ขึ้นหลังเสือ แล้วผมจะขึ้นไปทำไมหลังเสือ คนเลี้ยงเสือยังตายไปเยอะ ผมไม่ขึ้นหรอกหลังเสือ ผมเดินด้วยสองเท้าของผมนี่แหละ โดยมีประชาชนเดินเคียงข้างกับ ผมมันก็จะเดินหน้าไปได้ด้วยดี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นทุกคนทราบดีว่ามีหลายอย่าง การตรวจสอบเพื่อแก้ปัญหามีหลายขั้นตอน แต่ทุกคนใจร้อน วันนี้เจอพรุ่งนี้ต้องตัดสินติดคุก ซึ่งมันก็เหมือนกับกฎหมายอื่นเราให้ความเป็นธรรม ทั้งข้าราชการและประชาชน เพราะบังคับใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน ข้าราชการจะมีกฎวินัยอยู่ด้วย ในส่วนของรัฐบาลได้เร่งรัดแก้ปัญหาเรื่องการทุจริต โดยให้ศูนย์ อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ดูแล ตรวจสอบ ถ้ามีมูลก็ส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะตนตัดสินเองไม่ได้ รู้อย่างเดียวว่าผิดหรือถูก โดยฟังผลการตรวจสอบมา แต่ไม่ใช่ว่าประเทศไทยเลวร้ายและทุจริตกันทั้งหมด การทุจริตต้องแก้ที่นิสัยทั้งคนรับและคนให้ ถ้าไม่ให้เขาก็เรียกร้องอะไรไม่ได้ แต่เขาแกล้งท่านได้ หากเขาแกล้งท่านต้องมาบอก ตนจะตรวจสอบให้ ถ้าเป็นข้าราชการก็ต้องลงโทษ ปลดย้าย หรือติดคุก ขอความกรุณาให้ความเป็นธรรมกับทุกคดีทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับไหนก็ตาม ทุกคนทำงานอยู่ที่ว่าจะนำไปสู่ทางที่ถูกหรือผิด เราต้องสร้างข้าราชการชั้นผู้น้อยให้เข้มแข็งตั้งแต่วันนี้ แต่อาจจะเข้มแข็งยาก เพราะหัวไม่ดีหางมันก็แย่

“ส่วนปัญหาการบังคับใช้กฎหมายสถานการณ์วันนี้เกิดอะไรขึ้นดูเอาแล้วกัน เรื่องหนึ่งเป็นคดีหนึ่งในบรรดาแสนคดี ล้านคดี ก็ยกมาเป็นประเด็นทุกวันจนวุ่นวายไปหมด ทำอย่างไรเรื่องเหล่านี้จะกลาย เป็นเรื่องธรรมดาในสังคม ธรรมดาคือผิดก็จะต้องได้รับการพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม จะเข้าศาล อุทธรณ์ ศาลชั้นต้น ศาลฎีกา ก็ว่ากันไป ถ้าปลุกกันไปมา มีคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วย อีกหน่อยศาลก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งศาลของเราได้รับการเคารพนับถือมายาวนาน เป็นศาลในพระปรมาภิไธย ศาลต้องตัดสินด้วยหลักฐานต่าง ๆ ทั้งหมดที่มีอยู่ อย่าคิดกันเอาเอง อย่าให้เรื่องราวนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ประเทศชาติวุ่นวายอีกเลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราจะต้องปฏิรูประบบการศึกษา เพราะเป็นพื้นฐานการพัฒนามนุษย์ หากคนเราไม่พร้อมก็จะเดินหน้าไม่ได้ วันนี้ต้องนำคนที่ไปศึกษาต่างประเทศให้กลับมาพัฒนาและต่อไปต้องให้ทุนเฉพาะในสาขาที่ประเทศต้องการ และต้องนำงานวิจัยต่างมาพัฒนา ไม่ใช่เอาไปกองไว้เฉยๆ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เริ่มจาก 2560 ถึง 2579 นั้น 3 ปีแรกเมื่อ คสช.เข้ามานั้นยังไม่นับ เพราะเราใช้เวลาสร้างความสงบเรียบร้อย ทำให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่ใช่จะอยู่ต่อไปอีก 20 ปี ถ้าอย่างนั้น ก็คงไม่ต้องตั้งคนขึ้นมาทำงานและต่อไปนี้จะเป็นเรื่องของกลไกประชาธิปไตย ยืนยันว่าไม่มีการสืบทอดอำนาจ และหากตนจะเล่นการเมืองก็ต้องเป็นนักการเมือง แม้จะมีคนเชียร์ทั้งประเทศ ตนก็เป็นนายกฯต่อไม่ได้

“มีคนให้ทำงานแค่ 3 คน ก็จะทำแม้พลโพลล์จะตกต่ำเพียงให้ก็จะทำงานต่อไป และที่ผ่านมาผลโพลล์ก็ตกต่ำลงทุกที ซึ่งไม่รู้ว่าไปถามใคร และอาจจะอยู่ที่คำถามว่าต้องการให้ต่ำหรือสูงขึ้น แต่ตนจะทำงานตามวาระที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ด้วยการขับเคลื่อนนโยบายให้มีประสิทธิภาพต่างจากที่ผ่านมา ที่ผู้แทนฯคิดโครงการและงบประมาณโดยหวังผลทางการเมือง วันนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปขึ้นมาขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติ มีวาระการทำงาน 5 ปี ไม่ได้แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ ไม่มีอะไรที่จะเป็นไปนอกยุทธศาสตร์ที่ได้เขียนไว้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการตั้ง ปยป. ซึ่งหลายคนบอกว่าย่อมาจาก ประยุทธ์อยู่ต่อไป ไม่ใช่การตั้งเพื่อให้เสียเวลา เพราะทุกคณะกรรมการได้มีการทำงานอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงขอเพียงความไว้วางใจ ลดความหวาดระแวง ช่วยกันขยายความในเรื่องดี เพื่อเป็นอนาคตแก่ประเทศไทย ทั้งนี้ต่างประเทศที่เดินทางเข้าพบตนได้บอกว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นไปอย่างที่ปรากฏในสื่อเลย ตนบอกกลับไปว่ารัฐบาลกำลังทำงานในหลายด้านโดยมียุทธศาสตร์ชาติด้วย ซึ่งต่างชาติต่างให้การสนับสนุนและขอให้ประสบความสำเร็จ จนเป็นแบบอย่างแก่ประเทศอื่นด้วย เรื่องนี้ตนไม่ได้โม้ เพราะมีพยานอยู่ เราต้องการเป็นมหาอำนาจที่ไม่ใช่มหาอำนาจทางอาวุธ ต้องไม่ใช่รัฐบาลที่ทุ่มเงินซื้ออาวุธ แต่ต้องแข็งแรงด้วยใจ และขออย่าได้รังเกียจทหารมากนัก เพราะทหารได้ช่วยเหลืออุทกภัยด้วย ไม่ใช่เตรียมทหารเพื่อทำปฏิวัติ เพราะถ้าจะทำตอนไหนก็ทำได้ แต่ไม่อยากทำ

Leave a comment