กางกฎหมาย 4 ชั่วโคตร ห้ามหากินทรัพย์สินรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 สิงหาคม 2560 เวลา 11:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/507301

กางกฎหมาย 4 ชั่วโคตร ห้ามหากินทรัพย์สินรัฐ

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ในที่สุดกฎหมายที่รัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รอคอยมานานเพื่อนำมาเป็นอาวุธป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐให้เด็ดขาด โดยเฉพาะการใช้อำนาจของฝ่ายการเมือง หรือผู้บริหารระดับสูงที่มีกุมอำนาจและทรัพยากรภาครัฐให้อยู่ในกรอบความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้องนั้น คือร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ…. เรียกง่ายๆ ว่า กฎหมาย 4 ชั่วโคตร ไล่เรียงตั้งแต่ 1.ผู้สืบสันดาน 2.บุพการี 3.คู่สมรสของบุตร และ 4.พี่น้องและบุตรบุญธรรมคู่สมรส อีกทั้งยังรวมไปถึงภรรยาน้อย หรือกิ๊กที่แอบซ่อนไว้ แต่สามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์ได้ย่อมเข้าข่ายกฎหมายฉบับนี้

สาระสำคัญของกฎหมาย 4 ชั่วโคตร คือกำหนดการกระทำดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ได้แก่ การใช้ข้อมูลภายในของรัฐที่ยังเป็นความลับอยู่ ซึ่งตนได้รับหรือรู้จากการปฏิบัติราชการโดยทุจริต การริเริ่ม เสนอ จัดทำ หรืออนุมัติโครงการของรัฐ หรือของหน่วยงานของรัฐโดยทุจริต การใช้ทรัพย์สินของหน่วยงานที่ตนสังกัด หรือที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ไปเพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น เป็นต้น กำหนดห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐรับของขวัญ ของที่ระลึก เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ในการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ของตนหรือตามที่ได้รับมอบหมาย และกำหนดห้ามคู่สมรสและญาติของเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย

กำหนดห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ยังไม่ถึงสองปี เป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือดำรงตำแหน่งอื่นในธุรกิจของเอกชน ซึ่งเคยอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของตน และรับเงินหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นจากธุรกิจของเอกชนดังกล่าวเป็นพิเศษ กำหนดห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งหรือออกจากราชการหรือหน่วยงานของรัฐ กระทำโดยประการใดๆ ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือใช้ความลับดังกล่าวไปโดยทุจริต และกำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาของรัฐ กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าร่างสัญญาของรัฐทำขึ้นโดยทุจริต หรือมีลักษณะเป็นการขัดกันของผลประโยชน์ ให้แจ้งความเห็นไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.

นอกจากนี้ กรณีโครงการของรัฐที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเข้าลักษณะเป็นการทุจริตหรือการขัดกันระหว่างประโยชน์ดังกล่าว มีผลทำให้รัฐเสียประโยชน์อย่างร้ายแรง หรือการทุจริตหรือการขัดกันระหว่างประโยชน์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นนัยสำคัญในการทำโครงการดังกล่าว โดยในกรณีนี้ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภายในสองปีนับแต่วันเริ่มโครงการ เพื่อสั่งให้ยุติหรือสั่งให้นำโครงการดังกล่าวกลับไปทบทวนใหม่เพื่อแก้ไขให้รัฐไม่เสียประโยชน์ และ กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.จัดให้มีหน่วยงานพิเศษขึ้นภายใน เพื่อรับผิดชอบในการกำกับดูแลและการบังคับใช้พระราชบัญญัตินี้ และกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดบทกำหนดโทษทางอาญา

สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า หากรัฐบาลต้องการแสดงความจริงใจในการปราบปรามการทุจริตจริงๆ ต้องส่งตัวแทนรัฐบาล โดยเฉพาะ “สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ” รมว.ยุติธรรม เข้าไปเป็นประธานกรรมาธิการร่วมกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อแสดงเจตจำนงให้เห็นว่าต้องการให้ออกกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้

ทั้งนี้ เพราะเชื่อว่าถ้ากฎหมายเข้าสภาเมื่อไหร่ จะมีกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มข้าราชการบางส่วนจะไม่เห็นด้วย เพราะกฎหมายฉบับนี้เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทับซ้อนของครอบครัว ลูก หลาน พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตัวเองเป็นอยู่ อาจจะไปกระทบผลประโยชน์ส่วนตัวหรือครอบครัว ดังนั้น รัฐบาลอยากให้กฎหมายผ่านฉลุยรัฐบาลต้องเป็นประธานกรรมาธิการยกร่าง

ขณะที่ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ (ภตช.) บอกว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่พอกับการแก้ปัญหาทุจริตภาครัฐ เพราะประเทศไทยติดอันดับทุจริตสูงเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ดังนั้น ควรกำหนดมาตรการป้องกันให้ลงลึกไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องและเพื่อนร่วมรุ่น เพราะเป็นระบบอุปถัมภ์ระหว่างเพื่อนฝูงหรือผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีบุญคุณต่อกันย่อมต้องมีการตอบแทนในรูปแบบตำแหน่งหน้าที่การงาน เพราะนี่คือการทุจริตรูปแบบหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะใช้เวลานานแค่ไหนในสภา สนช.ต้องตามกันอย่ากะพริบ

Leave a comment