ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/293338
บุญทรง-พวก นอนคุก!! ศาลยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว
ศาลฎีกายกคำร้องไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทุจริตการระบายข้าวหลังยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ หวั่นหลบหนี
25 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในคดีทุจริตการระบายข้าว ที่ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์
โดยนายธนกร แหวกวารี ทนายความนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 เปิดเผยว่า หลังศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลย ตนได้ยื่นคำร้องในส่วนของจำเลยที่ได้รับผิดชอบคดีอยู่ คือนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง อดีตผอ. สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยที่ 4-6 ในคดี แต่ศาลได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องโดยไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทุกคนที่ได้ยื่นประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี
สำหรับนายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทราบว่า ได้ยื่นประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเช่นกัน เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง เกรงจะหลบหนี อย่างไรก็ตามทีมทนายจะได้พิจารณาหาแนวทางในการยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อไป
ด้านนายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง อดีต รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่าหลังจากนี้ทีมทนายเตรียมที่จะยื่นอุทธรณ์ตามรัฐธรรมนูญฯปี 2560 ที่สามารถยื่นได้ภายใน 30 วันนับจากศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานใหม่ โดยจะอุทธรณ์ประเด็นใดไม่ขอเปิดเผย
นายนรินทร์ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากที่ได้รับฟังคำพิพากษาแล้วมีโอกาสพูดคุยกับนายบุญทรงเล็กน้อย ซึ่งนายบุญทรง ก็บอกแต่เพียงว่าให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป โดยขณะนี้นายบุญทรงยังไม่ทราบว่าศาลยกคำร้องการปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่ตนก็ยังไม่สามารถเดินทางไปหานายบุญทรงที่เรือนจำได้ในวันนี้เนื่องจากหมดเวลาเยี่ยม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการยื่นประกันนั้นนายภูมิ จำเลยที่ 1 และนายบุญทรง จำเลยที่ 2 ทนายความได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นวงเงินคือ 20 ล้านบาทและ 30 ล้านบาท
ส่วนนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 4 ได้ยื่นหลักทรัพย์เพิ่มจากหลักทรัพย์เดิมที่เคยยื่นไว้ 12 ล้านบาท
ส่วนนายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยที่ 5-6 หลักทรัพย์เดิมคนละ 8 ล้าน
ขณะที่นายชุติชัย สาขากร รองอัยการสูงสุดหัวหน้าชุดคณะทำงานคดีโครงการรับจำนำข้าวเเละระบายข้าวรัฐต่อรัฐ กล่าวภายหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า ในเบื้องต้นที่จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวมานั้นทีมอัยการจะยังไม่มีการคัดค้านการประกันตัว จะปล่อยเป็นดุลพินิจของศาลว่าจะพิจารณาให้ประกันตัวหรือไม่
ส่วนเรื่องการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาในส่วนของจำเลยที่ศาลได้ยกฟ้องเเละในส่วนค่าเสียหายที่ศาลให้ลดจากคำขอเดิมคาดว่าทางอัยการน่าจะยื่นอุทธรณ์คดีต่อเเต่ต้องขอไปศึกษารายละเอียดคำพิพากษาฉบับเต็มเพื่อหาเเนวทางในการอุทธรณ์ เเละประชุมปรึกษาหารือกับทีมอัยการอีกครั้ง
ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า จำเลยที่ถูกคนที่ต้องคำพิพากษาจำคุก ศาลได้ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนกรณีเสี่ยเปี๊ยง เนื่องจากต้องคำพิพากษาที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกาคดียักยอกข้าว ซึ่งเป็นผู้ต้องขังที่อยู่ในความควบคุมของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อยู่แล้ว และศาลได้เบิกตัวไปฟังคำพิพากษาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็ต้องกลับเข้ามาอยู่ในความควบคุมของเรือนจำตามเดิม จึงไม่ได้ยื่นประกันตัว
อย่างไรก็ตาม แม้วันนี้ศาลจะยกคำร้องประกันตัว แต่จำเลยยังสามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวใหม่ได้ จนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาอุทธรณ์ หรือ 30 วัน แต่จำเลยจะต้องระบุเหตุผลในคำร้องการขอปล่อยตัวชั่วคราวใหม่ เพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจเพื่อเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม แต่ทั้งนี้หลักปฏิบัติของการพิจารณาคำสั่งประกัน ซึ่งทางปฏิบัติหลักการพิจารณาของศาล หากเห็นว่ายังไม่มีข้อเท็จจริงใหม่ ที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมศาลจะยึดเหตุผล และแนวทางเดิมที่เคยยกคำร้องไว้ก่อนหน้านี้


