ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ค. 2560 11:03
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1010625

กรณีดังกล่าวมีที่มาจากการที่ ปตท.ได้ตรวจพบหลักฐานความผิดปกติในการลงทุนธุรกิจปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซียของพีทีทีจีอี ต่อมาจึงได้มีการสอบสวนลงโทษทางวินัยผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) พิจารณาสอบสวน และยื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่งตามหลักปฏิบัติธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ ของกลุ่ม ปตท. พร้อมกับที่ คณะกรรมการ ปตท. พิจารณายกเลิกการลงทุนและให้ดำเนินการขายทรัพย์สินเพื่อรักษาประโยชน์ขององค์กร
ปัจจุบัน ปตท. มีคดีที่ได้เป็นโจทก์ร่วมกับพีทีทีจีอี ยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องอยู่ 2 คดี ได้แก่
1. คดีที่ยื่น ศาลแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหาย มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท อันเป็นมูลค่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการลงทุนของพีทีทีจีอี
2. สืบเนื่องจากหน่วยงานตรวจสอบภายใน ปตท. ได้ตรวจพบความผิดปกติจากความเสียหายจากการลงทุน ซึ่งพบว่าเกี่ยวพันกับบุคคลภายนอก คณะกรรมการ ปตท. จึงได้มีมติให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาตามกฎหมาย โดยปัจจุบัน เรื่องยังอยู่ระหว่าง การพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สำหรับกรณีที่ปรากฏข่าวล่าสุด เป็นกรณีการฟ้องร้องผู้บริหารและอดีตผู้บริหารของ ปตท. โดยเป็นการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ศาลฯ รับเอกสาร คำฟ้องไว้พิจารณา แต่ยังไม่ได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องแต่อย่างใด โดยศาลฯ จะมีกำหนดการนัดไต่สวนมูลฟ้องอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีความของพีทีทีจีอี อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล โดยเฉพาะศาลแพ่ง ได้มีคำสั่งมิให้มีการเผยแพร่ข้อมูล ปตท. จึงต้องเคารพต่อคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด ดังนั้น หากบุคคลใดล่วงละเมิด มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือกล่าวอ้างข้อมูลในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ปตท. จะพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อให้หยุดการกระทำอันสร้างความเสียหายให้แก่ ปตท. พนักงาน ผู้บริหาร และ/หรือ อดีตผู้บริหารของ ปตท.ต่อไป
ทั้งนี้ ในกระบวนการขายโครงการต่างๆ ของพีทีทีจีอีนั้น ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอน และผ่านการพิจารณาอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามขั้นตอนแล้ว