ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ก.ค. 2560 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1011445

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เปิดเผยว่า ในปี 60 แคทมีแนวโน้มจะประสบปัญหาขาดทุนมากกว่า 4,000-5,000 ล้านบาท จากเดิมคาดว่าจะมีกำไรราว 800-1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นปีแรกที่แคทประสบปัญหาการขาดทุน เนื่องจากโครงการที่จะสร้างรายได้ให้แคทยังไม่ได้รับการพิจารณาจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ทั้งที่แคทได้เสนอเรื่องให้พิจารณามาตั้งแต่ปลายปี 59 จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากกระทรวง
สำหรับโครงการที่แคทได้เสนอให้กระทรวงดีอีพิจารณาและนำเสนอครม.เพื่ออนุมัติตามขั้นตอนนั้น ได้แก่ การนำทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานมือถือกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค มาจัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนใหม่ เพื่อให้บริการเช่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคม เนื่องจากสัญญาสัมปทานดีแทคจะสิ้นสุด 15 ก.ย.61 ดังนั้น เพื่อให้แคทมีรายได้ต่อเนื่องปีละ 10,000-20,000 ล้านบาท จึงได้เสนอแผนการร่วมทุนกับดีแทคให้กระทรวงดีอีพิจารณาตั้งแต่เดือน ต.ค.59 แต่จนถึงขณะนี้กระทรวงก็ยังไม่นำเสนอ ครม.ให้พิจารณาอนุมัติแต่อย่างใด เพราะหากมีการอนุมัติตามที่เสนอแล้ว แคทจะสามารถนำทรัพย์สินบางส่วนออกมาให้เช่า เพื่อสร้างรายได้ก่อนในช่วงนี้
นอกจากนี้ยังมีโครงการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาการทำธุรกิจมือถือรูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการ 3 จี ด้วยเทคโนโลยี เอชเอสพีเอ ที่มีการลงนามระหว่างแคทกับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 54 โดยจะขอเปลี่ยนเงื่อนไข จากการซื้อคืนระบบเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นการเช่า เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากเกรงว่าเมื่อขบวนการจัดซื้อแล้วเสร็จ อุปกรณ์และระบบโทรคมนาคมนั้นจะไม่ทันสมัย เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแคท ได้เสนอให้ดีอีพิจารณาตั้งแต่ มี.ค.60 ที่ผ่านมา
ส่วนโครงการขยายโครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำ เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศ วงเงิน 5,000 ล้านบาทนั้น แคทได้เสนอให้กระทรวงดีอีพิจารณามาหลายเดือนแล้ว คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเข้า ครม. เนื่องจากโครงการนี้จะสนับสนุนนโยบายขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งรัฐบาลได้โครงข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าถึงทุกหมู่บ้านแล้ว ดังนั้นเมื่อมีจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ก็ต้องขยายช่องทางเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นด้วย “แคทพยายามทุกช่องทางที่จะเพิ่มรายได้ให้องค์กรแล้ว แต่การเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีระเบียบและขั้นตอนปฏิบัติมาก ทำให้ไม่มีความคล่องตัวในการแข่งขัน ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคมมีการแข่งขันดุเดือดมาก เพียงแค่จะนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาสร้างรายได้ยังใช้เวลานาน จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับอนุมัติ แล้วจะให้ทำอย่างไร ทุกวันนี้แคทไม่ได้นิ่งนอนใจ แม้ดีอีไม่พิจารณา แต่ก็ต้องพยายามหาลูกค้าจากช่องทางอื่นเพื่อเพิ่มรายได้”
พ.อ.สรรพชัยกล่าวต่อว่า ปี 60 แคทยังมีภาระการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้กรมสรรพากร อีก 2,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากเมื่อปี 46 รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.กำหนดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากกิจการโทรคมนาคม โดยหักจากค่าสัมปทานมือถือนั้น ต่อมาปี 50 สรรพากรได้ประเมินการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ จากวงเงินการจ่ายค่าภาษีสรรพสามิตทั้งหมด และเรียกเก็บเงินจากแคทเพิ่มแต่แคทไม่ยินยอม จึงได้ยื่นฟ้องร้องศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร ซึ่งศาลตัดสินให้แคทต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับราว 2,400 ล้านบาท และแคทก็ต้องไปฟ้องร้องเรียกจากคู่สัมปทานต่อไป แต่เบื้องต้นแคทต้องชำระภาษีให้กรมสรรพากรไปก่อน.