ชง”งานสอบสวน”ขึ้นตรง”อสส.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/296520

ชง”งานสอบสวน”ขึ้นตรง”อสส.”

นายเสรี สุวรรณภานนท์, นายเสรี, สตช, อสส, อัยการสูงสุด, พนักงานสอบสวน, ปฏิรูปตำรวจ, คมชัดลึก, งานสอบสวน, สุวรรณภานนท์, เสนอ, ขึ้นตรง

 “เสรี สุวรรณภานนท์ ” เสนอ “งานสอบสวน” ขึ้นตรง “อสส.”คอยถ่วงดุลงานสอบสวนของ”สตช.” ชี้ให้สิทธิพนักงานเดิมเลือกจะอยู่กับใครก็ได้

          22 ก.ย.60-นายเสรี สุวรรณภานนท์  อนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปฏิรูปตำรวจ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำข้อเสนอของคณะอนุกรรมการการปฏิรูปตำรวจ ในส่วนของงานสอบสวนเพื่อให้สอดรับกับ รัฐธรรมนูญมาตรา 258 ง.(2)ที่บัญญัติให้มีการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ที่ให้มีการปฏิรูปกระบวนการสอบสวนคดีอาญาให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม อันจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการในการสอบสวนคดีอาญา

          นายเสรี กล่าวว่า ตนจึงได้เสนอให้งานสอบสวนใหม่แยกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)โดยให้เป็นหน่วยสอบสวนที่ขึ้นตรงกับอัยการสูงสุด (อสส.) ซึ่งเท่ากับว่า อสส.จะมีพนักงานสอบสวนเป็นของตัวเอง ที่จะคอยตรวจสอบและถ่วงดุลการทำงานของพนักงานสอบสวนของ สตช.โดยพนักงานสอบสวนของพนักงานอัยการ ซึ่งไม่มีชั้นยศ มีอำนาจเข้าไปทำหน้าที่สอบสวนคดีที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามาว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือคดีที่พนักงานอัยการเห็นควรให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมหรือคดีสำคัญที่อัยการเห็นควรให้เข้าไปร่วมสอบสวนด้วย ขณะที่งานสอบสวนเดิมก็ยังอยู่กับ สตช. เหมือนเดิม โดยในเบื้องต้นหรือในวาระเริ่มแรกคงให้สิทธิพนักงานสอบสวนเดิมสามารถเลือกได้ว่าประสงค์จะเป็นพนักงานสอบสวนที่ขึ้นอยู่กับ สตช.หรือจะไปขึ้นอยู่กับ อสส.

          นายเสรี กล่าวต่อว่า ในอนาคตหากพนักงานสอบสวนของ สตช.ทำงานแล้วไม่มีประสิทธิภาพจริง ก็จะเกิดการพัฒนาให้มีการแยกงานสอบสวนทั้งหมดออกไปจาก สตช.ไปขึ้นกับ อสส.ได้ คือเป็นการเอาผลงานมาวัดกันเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวนี้ เท่ากับเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปหรือเป็นการฝ่าตัดใหญ่ของงานสอบสวนของตำรวจ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ หากในภาวะอย่างนี้ไม่ยอมที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็จะทำให้เสียโอกาสการปฏิรูปตำรวจ

Leave a comment