“หมอวรงค์”ชำแหละสัญญาจำนำข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/297042

“หมอวรงค์”ชำแหละสัญญาจำนำข้าว

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พรรคประชาธิปัตย์, นพวรงค์, ยิ่งลักษณ์, จำนำข้าว, หมอวรงค์, ฉบับ

“หมอวรงค์”ชำแหละขั้นตอนโกงสัญญาจำนำข้าว 4 ฉบับ ชี้มีการโกงเป็นขั้นตอน

        27 ก.ย. 60 น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว “Warong Dechgitvigrom”ว่า เมื่อ 15 ส.ค 2555 อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มีบันทึกถึง ผู้อำนวยการส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ที่เมืองกวางโจว ตรวจสอบข้อมูลความเป็นรัฐวิสาหกิจของห่ายหนาน พร้อมชื่อบุคคลที่มีอำนาจลงนามผูกพัน และมีหนังสือตอบกลับมาวันที่ 27 ส.ค. 2555 ว่าบริษัทห่ายหนานเป็นรัฐวิสาหกิจ มีผู้มีอำนาจลงนามคือ นายเซี่ยเหมี่ยน ต่อมาวันที่ 23 ส.ค. 2555 มีการทำบันทึกขอความเห็นชอบกรอบ แนวทางการเจรจาในเรื่องชนิดข้าว ปีการผลิต ปริมาณ รูปแบบการชำระเงินและราคาขาย ในขณะที่สัญญาทั้ง 3 ฉบับที่ผ่านมานั้นไม่มีการขอความเห็นชอบกรอบเจรจา โดยอ้างว่าบริษัทห่ายหนานมีหนังสือวันที่ 6 ส.ค. 2555 ขอซื้อปลายข้าวเหนียว และนายบุญทรงลงนามอนุมัติกรอบเจรจา

น.พ.วรงค์ ระบุต่อไปว่าในวันที่ 31 ส.ค. 2555 ขอความเห็นชอบผลเจรจาที่เจรจาเมื่อ 23 ส.ค. 2555 ผลเจรจาสรุปว่า บริษัทห่ายหนาน ขอซื้อปลายข้าวเหนียวปีการผลิต 2554/2555 และปี2555 ปริมาณ 80,000 ตัน แต่ฝ่ายไทยอ้างว่ามีข้าว 65,963ตัน ขายได้ 50,000 ตัน บริษัทห่ายหนานขอซื้อตันละ 13,800 บาท แต่ฝ่ายไทยเสนอขายราคา 14,230 บาท รับมอบภายใน 1 เดือน

ต่อมาในวันที่ 3 ก.ย. 2555 นายบุญทรง เตริยาภิรมย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น ให้ความเห็นชอบราคาตามที่บริษัทห่ายหนานเสนอคือตันละ 13,800 บาท วันเดียวกัน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศทำบันทึกแจ้งว่า บริษัทห่ายหนานประสานขอเพิ่มปลายข้าวเหนียวอีก 15,000 ตัน จึงขอความเห็นชอบปรับเพิ่มเป็นรวม 65,000 ตัน ซึ่งนายบุญทรงให้ความเห็นชอบในวันเดียวกัน จากนั้นในวันที่ 6 ก.ย. 2555 ลงนามซื้อขายปลายข้าวเหนียวปีการผลิต2554/2555 และปี 2555กับบริษัทห่ายหนาน 65000 ตัน ราคาณ หน้าคลัง ตันละ 13800 บาท เงื่อนไขชำระเงิน 3 วิธี คือเปิดL/C โอนเงินผ่านธนาคาร หรือแคชเชียร์เช็ค ส่งมอบภายใน 1 เดือน ข้าวต้องใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศผู้ซื้อเป็นหลักแต่ผู้ซื้ออาจส่งให้ประเทศที่สามหรือบริจาคได้ จากทั้งหมดตนขอตั้งสังเกตของการทำสัญญาฉบับที่ 4

โดย1.การตรวจสอบว่าบริษัทห่ายหนานเป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่นั้น ไม่ตรงตามเป้าหมายของการทำสัญญาแบบจีทูจี เพราะที่ถูกต้องต้องตรวจสอบว่าบริษัทห่ายหนาน ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลจีนในการทำสัญญาการซื้อข้าวแบบจีทูจีหรือไม่

2.การที่นายบุญทรงให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจา และเพิ่มปริมาณปลายข้าวเหนียวเป็น 65,000 ตันจาก 50,000 ตัน โดยไม่ปรากฏว่าประสานงานกับผู้ใดนับว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ที่สำคัญกระทำด้วยความรวดเร็ว

3.จากการไต่สวนกลุ่มผู้แทนที่มาทำสัญญาระบายข้าวแบบจีทูจี ทั้งบริษัทกว่างตง และบริษัทห่ายหนาน เป็นกลุ่มเดียวกัน มีความสัมพันธ์กับบริษัทสยามอินดิก้า

4.การชำระด้วยแคชเชียร์เช็ค การขายราคาที่หน้าคลัง ให้ผู้ซื้อไปรับของเองนั้น เป็นสิ่งผิดปกติ ของการทำสัญญาแบบจีทูจี และนำไปสู่การเวียนเทียนข้าวในประเทศ

5.การให้ความเห็นชอบปลายข้าวเหนียว ราคาตามที่ผู้ซื้อกำหนดคือราคาตันละ 13,800 บาท แทนที่จะเป็น 14,230 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำมาก เพราะราคาตลาดในช่วงดังกล่าว เดือนกันยายน 2555 ราคาปลายข้าวเหนียวเฉลี่ยประมาณ ตันละ 17,380 บาท เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ซื้ออย่างเห็นได้ชัด

“บทสรุปของสัญญาการระบายข้าว แบบจีทูจีทั้งสี่ฉบับ  เป็นการยืนยันถึงการทุจริต  ที่มีแผนการตระเตรียมมาเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตตายกฯเป็นผู้ลงนาม  เห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ที่ไม่เคยมีแบบนี้ และควรจะต้องผ่านครม.ก็ไม่ผ่าน และไม่ผ่านแม้แต่ที่ประชุมกขช. แต่เสนอตรงน.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะประธานกขช.  รวมทั้งการแก้สัญญา  ที่เอื้อประโยชน์ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการเอื้อประโยชน์ด้านราคา และการแก้สัญญาเพิ่มปริมาณข้าว ชนิดที่คิดว่าข้าวในคลังของรัฐบาลเป็นสมบัติส่วนตน  นี่คือการทุจริตเชิงนโยบายที่เอาพี่น้องชาวนามาบังหน้า โดยไม่เกรงกลัวใดๆต่อกฏหมาย” น.พ.วรงค์ระบุ

Leave a comment