ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/297265
พ.ร.ป.วิอาญานักการเมืองจำเลยยื่นอุทธรณ์ต้องแสดงตน
“โฆษกศาลยุติธรรม”แจงก.ม.วิอาญานักการเมือง ประกาศใช้แล้วมีผลพรุ่งนี้ 29 ก.ย. จำเลยนักการเมือง ยื่นอุทธรณ์ต้องแสดงตัวต่อหน้าศาล ใช้ได้กับทุกคดี
28 ก.ย. 60 นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม ได้กล่าวถึงการยื่นอุทธรณ์คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ถูกดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประกาศใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพ.ศ.2560 ที่มีผลบังคับในวันที่ 29 ก.ย.นี้ ถัดจากวันลงประกาศราชกิจจานุเบกษาว่า ตามรัฐธรรมนูญฯ ใหม่ ปี 2560 ได้บัญญัติ กำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ และองค์ประกอบขององค์คณะที่จะมาพิจารณาอุทธรณ์ รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการอุทธรณ์ วิธีพิจารณาวินิจฉัยของการอุทธรณ์ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพ.ศ.2560 ซึ่งในบทบัญญัติ ม.61 นั้นระบุว่าจำเลยที่ไม่ได้ถูกคุมชังจะต้องมาแสดงตนในการยื่นอุทธรณ์ โดยเรื่องนี้ถือเป็นการบัญญัติส่วนที่เกี่ยวกับวิธีพิจารณา ไม่ใช่เป็นบทบัญญัติในเนื้อหาของกฎหมายที่เรียกว่าสาระบัญญัติ
ดังนั้นจึงสามารถนำมาใช้กับบรรดาจำเลยในคดีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นอุทธรณ์ได้ ผลก็คือทำให้จำเลยซึ่งไม่ได้ถูกคุมขังที่จะอุทธรณ์ ต้องยื่นอุทธรณ์โดยต้องมาแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลขณะยื่น มิเช่นนั้นศาลจะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ซึ่งบทเฉพาะกาลก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่าส่วนที่จะดำเนินการต่อไป ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ดังนั้นเมื่อคดีใดก็ตามที่ยังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์และยังไม่ถึงที่สุด จะต้องใช้บทบัญญัตินี้ คือต้องให้มีตัวจำเลยมาปรากฏต่อหน้ากรณีที่จำเลยไม่ได้ถูกคุมขัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันนี้ (28 ก.ย.60) ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 13 ก.ค.60 ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ในมาตรา 25 บัญญัติว่า ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับฟ้อง และไม่นับอายุความคดีกรณีจำเลยหลบหนีคดีระหว่างพิจารณาหรือหลังศาลพิพากษา
มาตรา 27 บัญญัติว่า ศาลรับฟ้องได้ กรณีผู้ถูกกล่าวหาถูกออกหมายจับแต่ยังไม่ได้ตัวมา ไม่มาศาลจากการประวิงคดีหรือไม่มีเหตุแก้ตัวอันควร
มาตรา 28 บัญญัติว่า ศาลรับฟ้องแล้ว ถอนฟ้องไม่ได้ , มาตรา 30 บัญญัติว่า ศาลพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ กรณีจำเลยถูกออกหมายจับและไม่สามารถจับจำเลยได้ภายใน 3 เดือน , มาตรา 40 บัญญัติว่า จำเลยไม่มาศาลในวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ทันที มาตรา 60 บัญญัติว่า โจทก์-จำเลย อุทธรณ์คำพิพากษาได้ , มาตรา 61 บัญญัติว่า จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต้องมาศาล , มาตรา 62 บัญญัติว่า คดีที่จำเลยถูกพิพากษาประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ต้องส่งให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษา แม้จำเลยไม่อุทธรณ์ , มาตรา 63 บัญญัติว่า การวินิจฉัยอุทธรณ์ ใช้องค์คณะของศาลฎีกาจำนวน 9 คน และมาตรา 69 บัญญัติว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้ทั้งกับคดีที่ยังไม่เสร็จสิ้นและคดีใหม่
