พิมพ์เขียวสัญญาใจ ‘สามัคคีก่อนเลือกตั้ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 กันยายน 2560 เวลา 06:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/analysis/politic/512974

พิมพ์เขียวสัญญาใจ 'สามัคคีก่อนเลือกตั้ง'

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

แม้รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดโรดแมปสู่การเลือกตั้งไว้ประมาณปี 2561 สอดคล้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มวงปฏิทินไว้ น่าจะเกิดขึ้นประมาณเดือน ส.ค. 2561

ทว่า ก่อนถึงการเลือกตั้งก็มีอีกหนึ่งประการนั่นคือความพยายามสร้างความปรองดอง หรืออีกนัยหนึ่งต้องการให้บรรยากาศบ้านเมืองเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยก่อนจะมีการเลือกตั้ง

หนึ่งในสิ่งที่ซ่อนอยู่ในโรดแมป คือการจัดทำสัญญาประชาคมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มีการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายข้าราชการ ทหาร นักการเมือง ประชาชน โดยจัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นและจัดทำเป็นพิมพ์เขียวเพื่อเผยแพร่ต่อไป

กระนั้น คสช.สรุปสาระสำคัญ “สัญญาประชาคม เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง” ออกมาดังนี้

“รู้รักสามัคคี” ร่วมกันสร้างความสามัคคีปรองดอง ใช้สิทธิเสรีภาพตามกรอบของกฎหมาย ยอมรับความคิดต่าง เข้าใจประชาธิปไตย แก้ไขปัญหาด้วยระบบรัฐสภา

“ยึดมั่นศาสตร์พระราชา” ต้องพัฒนาตนเอง นำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ประกอบอาชีพสุจริตและมีไมตรีจิตต่อกัน

“ขจัดการทุจริต” ดำเนินชีวิตด้วยหลักคุณธรรม จริยธรรมและศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ ร่วมกันต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ

“อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ” ร่วมแบ่งปันใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม คำนึงถึงความสมดุลและยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกันสนับสนุนดูแล คุณภาพชีวิต ด้านสาธารณสุขและการศึกษาอย่างเท่าเทียม

“เคารพกฏหมาย” เชื่อมั่นและต้องปฏิบัติตามกฏหมาย โดยกระบวนการยุติธรรมต้องทำงานอย่างอิสระเป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติ

“รู้เท่าทันข่าวสาร” รับรู้ข่าวสารอย่างรอบคอบ ไม่เสนอข้อมูลที่บิดเบือนยั่วยุ ก่อให้เกิดความขัดแย้ง

“ยึดมั่นกติกาสากล” ปฏิบัติตามกฎกติกาสากลระหว่างประเทศ โดยยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

“ร่วมพัฒนาและปฏิรูปประเทศ” รับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ ด้วยพลังประชารัฐ สู่การเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างเป็นระบบและครบวงจร

“เดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ” เรียนรู้ ร่วมมือและสนับสนุนขับเคลื่อนประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติที่ร่วมกันกำหนด ให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

ปรองดองเป็นหน้าที่ทุกคนไม่ต้องเซ็นเอ็มโอยู

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เปิดเผยขั้นตอนหลังจากเปิดสัญญาประชาคมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองว่า จะมีการสร้างความรับรู้และความเข้าใจกับประชาชน หลังจากนั้นจะพิจารณาวันเวลาที่เหมาะสม เพื่อแถลงสัญญาประชาคมอย่างเป็นทางอีกครั้ง โดยจะสรุปเนื้อหาที่สำคัญเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนเข้าใจง่ายนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สาระของสัญญาประชาคมเป็นเรื่องที่มีอยู่แล้วในจิตสำนึกของคนไทย เพียงแต่ว่าอาจจะถูกปิดบังและลบเลือนไปบ้างในช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา เห็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เรื่องที่ผิดกติกาสังคมกลายเป็นความถูกต้อง ชอบธรรมและเป็นเรื่องปกติไป ถ้าเราช่วยกันปลุกจิตสำนึกของคนจะรู้กันว่าอะไรที่ควรปฏิบัติ ถ้าเป็นอย่างนี้สังคมจะเดินหน้าไปได้

“ห้ามถามหาว่าการสร้างความปรองดองเป็นหน้าที่ของใคร เป็นหน้าที่ของรัฐหรือไม่ มันไม่ใช่ แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน เพราะตัวปรองดองตัวนี้ประชาชนร่วมกำหนดอนาคตร่วมกัน แล้วทำไมต้องเป็นหน้าที่ของรัฐหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” พล.ต.คงชีพ กล่าว

พล.ต.คงชีพ กล่าวถึงนักการเมืองจำเป็นต้องมาลงนามเอ็มโอยูปรองดองหรือไม่นั้น “ไม่เป็นไร หากเขานิ่ง แต่อยู่ในกรอบกฎหมายก็หมายความว่าเขาเดินหน้าปรองดองแล้ว ไม่ต้องมีการตอบสนองโดยการเซ็นเอ็มโอยู ถึงวันหนึ่งหากเห็นว่าดีค่อยทำไป หากนักการเมืองรับรองต่อหน้าประชาชนแล้ว เราก็มั่นใจว่าปัญหาในอนาคตจะไม่เกิดขึ้น หากเกิดขึ้นอีกเขาก็ได้รับผลตามกฎหมาย เราจะไม่พูดถึงอดีตว่าใครผิดใครถูก ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม”

 

Leave a comment