อินโนฟิวชั่น เสริมพลังธุรกิจด้วยวิทย์ และนวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/518132

อินโนฟิวชั่น เสริมพลังธุรกิจด้วยวิทย์ และนวัตกรรม

เทคโนโลยี หมายถึง องค์ความรู้ อันได้แก่ สูตร กรรมวิธีผลิต กระบวนการ โปรแกรม วิธีการพัฒนาหรือสร้างอุปกรณ์ เครื่องมือ ฯลฯ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ผลงานวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถพัฒนาหรือประยุกต์ใช้เพื่อการพาณิชย์หรือสาธารณะ

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีกำลังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านบวกและด้านลบ ก่อให้เกิดทั้งโอกาสและภัยคุกคามในหลายแง่มุมจนยากที่จะประเมินได้ หนทางเดียวที่จะรับมือได้คือการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปรับตัวให้ทันเพื่อรองรับกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

ความสัมพันธ์ระหว่างคำว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในรูปของผลิตภัณฑ์ บริการ ที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น คุณสมบัติที่ดีขึ้น อันเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะได้รับการใช้เทคโนโลยี สำหรับการสร้างความสามารถทางการแข่งขัน กับผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นๆ ในตลาด หรือสามารถสร้างความต้องการให้กับผู้บริโภค ที่ยินดีจ่ายเงินเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์หรือบริการจากการใช้เทคโนโลยีนั้น

หรืออาจเป็นเรื่องของต้นทุนที่ลดลงในกระบวนการผลิต เนื่องจากเทคโนโลยีช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการใช้วัตถุดิบในการผลิตในจำนวนน้อยลง หรือระยะเวลาในการผลิตที่ลดลง เป็นต้น คือ ธุรกิจสามารถลดต้นทุนในกระบวนการผลิตลง ซึ่งก็จะส่งผลให้ธุรกิจสามารถได้รับผลกำไรที่เพิ่มขึ้น หรือสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจในการแข่งขันในอนาคต ซึ่งก็จะทำให้ธุรกิจสามารถสร้างการเติบโตด้านยอดขายสินค้าและธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

 

เทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับธุรกิจใน 5-10 ปีที่จะถึง

ในงาน “นาสด้า อินเวสเตอร์เดย์ (NSTDA Investors’ Day 2017)” ภายใต้งาน Thailand Tech Show 2017 ที่ สวทช. จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “อินโนฟิวชั่น : เสริมพลังธุรกิจด้วยวิทย์และนวัตกรรม (INNO-FUSION : Power Up Business with STI)” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และต่อยอดนวัตกรรมให้กับนักลงทุนเป้าหมายและผู้ประกอบการไทย ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) พัฒนากระบวนการผลิตให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน Thai Tech Expo 2017

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง “10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ (10 Technologies to Watch)” ซึ่งแนะนำ 10 เทคโนโลยีใหม่ที่จะส่งผลกระทบในช่วงเวลา 5-10 ปีในอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบการและคนทั่วไปเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม เพื่อรับผลกระทบทั้งในชีวิตประจำวัน สังคม และเศรษฐกิจ“จะเห็นได้ว่า 10 เทคโนโลยีที่ควรจับตามองในปีนี้ ส่วนใหญ่ครอบคลุมเรื่องอาหาร สุขภาพ และการแพทย์ โดยมีเรื่องของเทคโนโลยีการพิมพ์และการเกษตรเข้ามามีบทบาทด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับนักลงทุนในการทำความเข้าใจทิศทางและแนวโน้มเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเลือกพิจารณาลงทุนให้เหมาะสม เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้อาจจะเข้าไปเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจหลายประเภทที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน และข้อมูลเหล่านี้จะมีความสำคัญสำหรับคนทั่วไปเช่นกัน เพื่อให้ทันรับมือกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะเทคโนโลยีใกล้ชิดกับเราอย่างมาก โดยคาดไม่ถึงในทุกมิติของชีวิต” ดร.ณรงค์ กล่าว

สำหรับ “10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ (10 Technologies to Watch)” มีดังนี้   

1.สารเสริมสุขภาพเนรมิตได้ (Phytonutrients)

สวทช. และมหาวิทยาลัยหลายๆ แห่งมีหน่วยงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Functional Food ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยส่งเสริม Bio Economy หรือเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ และยังช่วยต่อยอดในการเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรมากกว่าการแปรรูปผลิตผลตามกระบวนการปกติทั่วไปๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ขณะที่สารสกัดจากพืชผลทางการเกษตรที่ได้จากกระบวนการนี้ ก็สามารถนำไปใช้ประกอบอาหารคน สัตว์ และเวชสำอางได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยได้เป็นอย่างดี

2.เนื้อสัตว์ไม่ต้องฆ่า (Cellular Agriculture) 

บริษัท เมมฟิส มีตส์ ในสหรัฐอเมริกา สามารถสร้างเนื้อสัตว์จากกระบวนการนี้ได้แล้ว แต่ปัญหาคือต้นทุนในการผลิตยังมีราคาที่สูงอยู่ โดยราคาเริ่มต้นของเนื้อวัว 450 กรัม อยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 79,416 บาท แต่ภายใน 4 ปีข้างหน้า เชื่อกันว่าต้นทุนในการผลิตของมันจะถูกลง

ปัจจุบันสถาบันการศึกษาในประเทศไทยมีการเปิดหลักสูตรที่ทำการศึกษาและวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่มีสาขาวิศวกรรมเนื้อเยื่อแล้ว

3.จุลินทรีย์ผลิตสารมูลค่าสูงจากอากาศ (From-Air-To-Chemicals Bacteria)

โอกาสของประเทศไทยในการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ก็ถือว่ามีมากพอสมควร เนื่องจาก สวทช. ระบุว่าไทยเป็นประเทศอันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 4 ของเอเชีย และอันดับ 8 ของโลก ที่มีการเก็บสะสมปริมาณจุลินทรีย์สูงสุด

4.บรรจุภัณฑ์กินได้ (Edible Packaging)

การคาดการณ์ของนิตยสารไทม์ “บรรจุภัณฑ์กินได้” จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมภายในปี 2022 หรือในอีก 5 ปีข้างหน้า

ปัจจุบันประเทศไทยก็มีบริษัท ซีโอ สวนสระแก้ว ที่ผลิต “Juice Ball” เพื่อบรรจุน้ำผลไม้และสามารถบริโภคได้ทั้งหมด ซึ่งเทคโนโลยีนี้น่าจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอุปโภคในประเทศไทยได้อีกด้วย เช่น บรรจุภัณฑ์สำหรับผงซักฟอกแบบย่อยสลายได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศ

5.ถุงปลูกเพิ่มผลผลิต (Nonwovens for Agriculture)

นักวิจัยจากศูนย์เอ็มเทค สวทช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ทำวิจัยถุงปลูกนอนวูฟเวน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มคุณภาพและปริมาณผลิตผลทางการเกษตรให้มากขึ้น

6.หุ่นยนต์หมอนาโน (Medical Nanorobot)

เทคโนโลยีนี้จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการแพทย์และการรักษาเฉพาะจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อว่าจะมีมูลค่าสูงราว 3.5 ล้านล้านบาท ในอีก 6 ปีข้างหน้า ส่วนกูเกิลก็คาดการณ์ไว้ว่าหุ่นยนต์หมอนาโนน่าจะนำไปใช้รักษามนุษย์ได้จริงในอีก 13 ปีข้างหน้า

7.เข็มจิ๋วจิ้มไม่เจ็บ (Nano Needle)

ในเดือน มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา มีการสอบประสิทธิภาพการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กับอาสาสมัคร โดยใช้แผ่น MNN เป็นครั้งแรก โดยนักวิจัยจาก Georgia Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะนี้มีงานวิจัยเพื่อสร้างเข็มจิ๋วที่เหมาะกับการฉีดยาหรือวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และการฉีดอินซูลินสำหรับการรักษาโรคเบาหวานอีกด้วย

8.บล็อกเชนเพื่อสุขภาพ (Blockchain for Health)

ตัวอย่างเช่น นวัตกรรม Blockchain ด้านสุขภาพไทย บริษัท Block M.D. ที่เป็นบริษัทสตาร์ทอัพ กำลังพัฒนา Electronic Health Record หรือ EHR บนบล็อกเชน โดยใช้โครงสร้างเวชระเบียน หรือประวัติผู้ป่วยมาตรฐานในปัจจุบันนั่นเอง

9.โรงยิมสมอง (Brain Gym)

ปัจจุบันในประเทศไทยก็มีบริการของ “Cognitive Fitness Center” ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นโปรเจกต์การฟื้นฟูสมองด้วยเทคโนโลยี ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ สวทช. และได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดในโครงการของเจนีวา

10.พิมพ์ฟังก์ชั่น 3 มิติ (Functional 3D Printing)

เทคโนโลยี “พิมพ์ฟังก์ชั่น 3 มิติ” ปัจจุบันประเทศไทยสามารถพิมพ์เส้นลวดนำไฟฟ้าได้แล้ว โดยศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ (Thailand Organic @ Printed Electronics Innovation Center – TOPIC) ในสังกัดศูนย์เนคเทค สวทช. ร่วมมือกับบริษัท เฮเดล เทคโนโลยี ประเทศไทย ผลิตเส้นลวดพลาสติกนำไฟฟ้าด้วยวัสดุคอมโพสิตผสมกราฟีน ที่สามารถนำไฟฟ้าได้ดีที่สุดในโลก มีความต้านทานไฟฟ้าน้อยกว่า 0.5 โอห์ม/เซนติเมตร และสามารถขึ้นรูปได้ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติทุกชนิด และออกวางจำหน่ายไปทั่วโลกแล้ว

 

 

 

เทคโนโลยีอายุยืน

Tech2Biz เว็บไซต์ให้บริการจับคู่ความต้องการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างผู้มีเทคโนโลยี (Technology Provider) ที่ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกในการเผยแพร่ จับคู่ สร้างความร่วมมือเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมที่มีอยู่ในประเทศอย่างเต็มที่

รวมทั้งเกิดกิจกรรมในด้านการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ได้เผยแพร่บทความ “5 เทคโนโลยีแห่งอนาคตช่วยยืดอายุขัยของมนุษย์” ซึ่งประมวลข้อมูลจากเว็บไซต์ forbes.com และ telegraph.co.uk เปิดเผยถึง 5 เทคโนโลยีที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็นวิทยาการใหม่ที่ช่วยยืดอายุขัยของมนุษย์ในอนาคตอันใกล้นี้

1.การบำบัดด้วยยีน (Gene Therapies)

เป็นการบำบัดหรือรักษาโรคด้วยวิธีใหม่ โดยแก้ไขหรือทดแทนยีนที่ผิดปกติในร่างกายที่เชื่อกันว่าเป็นยีนที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ อาทิ โรคที่เกิดจากความผิดปกติหรือถ่ายทอดทางพันธุกรรม โรคมะเร็งบางชนิด โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสบางประเภท 

2.เทคโนโลยีฟื้นฟูเซลล์ช่วยคืนความเป็นหนุ่มสาว (Rejuvenation Technologies)

เป็นเทคโนโลยีมุ่งเน้นการซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายอันเนื่องมาจากวัยที่เพิ่มขึ้น แม้จะไม่ใช่การขจัดต้นเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้อายุขัยสั้นโดยตรง แต่ด้วยวิทยาการที่ก้าวหน้าไปไกลมาก ส่งผลให้เทคโนโลยีนี้นอกจากจะช่วยยืดอายุให้มีชีวิตยาวนานเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นด้วย

3.อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ช่วยเหลือ

ความก้าวหน้าล่าสุดของกายอุปกรณ์ เช่น มือเทียมที่สามารถสั่งการทำงานด้วยความคิดของคนได้ ความก้าวหน้าล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ที่พัฒนา “ตับเทียม” ซึ่งสามารถควบคุมยาเพื่อรักษาโรคเบาหวาน ตลอดจนเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับใช้ผลิตอวัยวะและเนื้อเยื่อบางชนิดเพื่อทดแทนอวัยวะและเนื้อเยื่อในร่างกายที่สูญเสียไป เป็นต้น

เทคโนโลยีและวิทยาการเหล่านี้ นอกจากช่วยให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตได้หมือนคนปกติแล้ว ยังช่วยให้บุคคลเหล่านี้เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น

4.เครื่องมือช่วยวินิจฉัยและบำบัดรักษา

การพัฒนาเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจวัดสัญญาณก่อนเกิดภาวะหัวใจวาย เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยเรื่องการวินิจฉัยโรคและวางแผนการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ เช่น โรคมะเร็ง เป็นต้น นับเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยยืดอายุมนุษย์ได้

5.ผลิตภัณฑ์และโปรแกรมเพื่อสุขภาพ 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices) ซึ่งสามารถตรวจสอบ ติดตามพร้อมทั้งแจ้งเตือนภาวะทางสุขภาพของร่างกายได้ในทุกขณะ ทั้งลุก นั่ง ยืน เดิน นอน

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จำหน่ายในท้องตลาดมากมาย โดยมุ่งหมายเพื่อใช้ตรวจติดตามในด้านใดด้านหนึ่ง แต่ในอนาคตมีแนวโน้มว่าทุกอุปกรณ์จะสามารถเชื่อมต่อเข้าหากัน โดยรวบรวมข้อมูลสุขภาพทุกด้านของแต่ละคนผ่านระบบ Cloud ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์ประมวลผลเพื่อการวางแผนป้องกัน และการบำบัดรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพได้

 

Leave a comment