ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ม.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/834950

เมื่อ คุณพรศิลป์ แต้มศิริชัย ประธานกรรมการ โรงแรมภูเรือ แซงค์ชัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา ส่งเทียบเชิญให้ไปเยือนภูเรือ อำเภอเล็กๆในจังหวัดเลย แถมด้วยการโฆษณาสำทับว่า ไปภูเรือเพื่อฟื้นฟูชีวิตใหม่สู่ความเป็นหนุ่มสาว นี่ละ… สุดยอดของการเดินทางทริปนี้เลย…
ออกจากกรุงเทพฯเช้าตรู่ด้วยสายการบินนกแอร์ ไปถึงเมืองเลยราว 7 โมงเช้า คุณพรศิลป์ ต้อนรับด้วยอาหารเช้าข้าวเปียกเส้นหรือกวยจั๊บญวน “ร้านข้าวเปียกปากหมา” เจ้าดังใน จ.เลย แค่ชื่อร้านก็ชวนให้ไปลิ้มลองเสียแล้ว

กวยจั๊บญวนรสเด็ดว่ากันว่าใครมาเมืองเลยแล้ว ไม่ได้ชิมข้าวเปียกเส้นร้านนี้ ถือว่ามาไม่ถึงเมืองเลย ชื่อร้านสันนิษฐานว่ามีที่มาหลายอย่าง บ้างก็ว่า เพราะอาเฮียเจ้าของร้านแกมีบุคลิกพิเศษ คือ บ่นตลอดเวลา เวลาสั่งอาหารแล้ว ห้ามไปจุกจิกจู้จี้ใส่นั่นไม่ใส่นี่ไม่ได้ แต่ที่เจ้าของร้านเล่าให้ฟัง คือ มีคนไปใส่ร้ายว่าแกใช้กระดูกหมาต้มน้ำแกง แต่ความจริงแล้ว น้ำซุปของร้านนี้ ต้องบอกว่าหวานชุ่มลิ้น ด้วยน้ำต้มกระดูกแทบชนิดไม่ต้องปรุง ส่วนเส้นข้าวเปียกก็เป็นเส้นสด ต้มแล้วเหนียวนุ่ม เสิร์ฟมาพร้อมกับหมูชิ้น หมูยอหั่นบางๆ ถ้าต้องการไข่ลวกเพิ่มก็สั่งได้ เพิ่มความหอมอร่อย ขนาดเจ้าของร้านดุขนาดนี้ คนยังเข้าคิวรอแน่นทุกวัน
อิ่มท้องจากร้านข้าวเปียกปากหมาแล้ว ก็ไปต่อกันที่การล่องแพแบบชิวๆที่ อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำสันเขื่อนดินขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,500 ไร่ เฉพาะสันเขื่อนยาวถึง 800 เมตร วัตถุประสงค์จริงๆของการสร้างก็เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในด้านการชลประทาน แต่มีผลพลอยได้คือ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีทัศนียภาพงดงาม โดยเฉพาะจุดชมวิวห้วยกระทิง ที่สามารถมองเห็นหุบเขาด้านล่างและบรรยากาศของอ่างเก็บน้ำกลางขุนเขา จากมุมสูงและแพสำหรับนั่งชมวิวเรียงรายกันดูสวยงามไปอีกแบบ

ศาลาเฉลิมพระ เกียรติวัดป่าห้วยลาดใช้เวลาในการชมวิวราว 1 ชั่วโมง จากนั้นก็ไปต่อกันที่ วัดป่าห้วยลาด ซึ่งอยู่ห่างจาก อ.ภูเรือราว 7 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดเลยประมาณ 42 กิโลเมตร เป็นเส้นทางผ่านก่อนจะเข้าที่พัก โรงแรมภูเรือ แซงค์ชัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา
วัดป่าห้วยลาด เดิมเป็นสำนักสงฆ์ห้วยลาด ซึ่งจัดตั้งโดย หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ซึ่งท่านเคยจาริกธุดงค์มาที่นี่ ชาวบ้านห้วยลาดมีความเลื่อมใสศรัทธา จึงอาราธนานิมนต์ท่านให้จำพรรษา เมื่อปี 2483 และหลังจากนั้น ครูบาอาจารย์ พระกรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่นก็ได้เดินทางมาพำนักเพื่อปฏิบัติธรรม จำพรรษา เป็นประจำทุกปี เป็นวัดที่มีความสวยงามโดดเด่นท่ามกลางขุนเขา โดยเฉพาะศาลาเฉลิมพระเกียรติ ที่สร้างอย่างใหญ่โต โอ่อ่า และสง่างาม ภายในประดิษฐานพระประธานสีขาวบริสุทธิ์ ชื่อว่า พระสัพพัญญูรู้แจ้งสามแดนโลกธาตุ สร้างด้วยแร่แคลไซด์ องค์ใหญ่ที่สุด ขนาดหน้าตัก 20 เมตร สูง 19 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ.2549 เนื่องในมหามงคลสมัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในปี 2550

พระสัพพัญญูรู้แจ้งสามแดนโลกธาตุความหมายขององค์พระสัพพัญญูรู้แจ้งสามแดนโลกธาตุ มีความหมายถึง พระพุทธเจ้า ซึ่งทรงไว้ซึ่งพระเมตตาคุณ พระปัญญาคุณ และพระบริสุทธิคุณ ทรงตรัสรู้ธรรมอันวิเศษ เลิศสุดในสามแดนโลกธาตุ ได้แก่ อริยสัจ 4 คือ ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ การดับทุกข์ และหนทางแห่งความดับทุกข์
เรียกว่า มาภูเรือคราวนี้อิ่มบุญ อิ่มใจกันถ้วนหน้าจริงๆ

อาคารที่พักโรงแรมภูเรือแซงค์ชัวรี รีสอร์ท
ไหว้พระเป็นสิริมงคลแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง คือ โรงแรมภูเรือ แซงค์ชัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา โรงแรมที่มีแนวคิดในการก่อสร้างโดยยึดหลักการเชื่อมชุมชนสู่การออกแบบ และนำเอาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นมาแปรรูปอย่างสร้างสรรค์ให้มีอัตลักษณ์ โดยเฉพาะการวางผังให้องศาของทุกอาคารอยู่ในโครงสร้างที่เชื่อมโยงจากจุดศูนย์กลาง แผ่ออกคล้ายโครงสร้างของใบไม้ เรียกว่ามีรายละเอียด และไม่ใช่แค่เรื่องออกแบบเท่านั้น คอนเซปต์ของการพักผ่อนที่นี่ ยังเน้นหลัก 3 R คือ Restore, Recharge และ Rejuvenate หรือ ฟื้นฟูจิต ฟื้นพลังชีวิต และฟื้นวัย ซึ่งเมื่อเข้า สู่อาณาจักรของ ภูเรือ แซงค์ชัวรี รีสอร์ท ก็รู้สึกได้จริงๆถึงความโปร่ง โล่ง สบาย เจือกลิ่นอายวัฒนธรรมที่ทำเอาหลายคนอดปริ่มสุขไม่ได้


– นาข้าวในโครงการคุณพรศิลป์ เล่าให้ฟังว่า การออกแบบภูมิสถาปัตย์ ใช้วิธีปรับเปลี่ยนหน้าที่ตามฤดูกาล ตามธรรมชาติของที่ตั้ง เช่น ปลูกข้าว ช่วงหน้านา ปลูกผักไว้กิน แถมยังมีศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนอยู่ในโครงการด้วย
“ผมคิดว่าสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชทิ้งไว้ให้กับคนไทยที่สำคัญที่สุด ก็คือ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอประมาณ ไม่น้อยไปและไม่มากเกิน, มีเหตุผล พิจารณาเหตุปัจจัยอย่างรอบคอบ และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมยึดถือมาตลอด” เจ้าของโรงแรมภูเรือ แซงค์ชัวรี บอก แถมยังพาไปชมนาข้าว บ่อปลา โรงเพาะเห็ด แปลงผักสวนครัวที่ไม่มีการใช้สารเคมี สามารถเลี้ยงคนงานได้ตลอดทั้งปี บางทีแขกที่มาพักยังได้เก็บผัก เก็บพริก เก็บมะนาวเอาไปปรุงอาหารด้วย บางคนถึงขนาดลงทุนลงไปดำนาแข่งกับชาวบ้าน สนุกสนานกันเป็นการใหญ่
ชาร์จแบตกันเต็มที่แล้ว ก่อนกลับ กทม. มีโอกาสแวะกราบ พระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภา จอมแพทย หรือ พระกริ่งปวเรศ ที่ วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง ที่มีทั้งความสวยงามของตัวโบสถ์ วิหาร ประทับใจกับพระนอนในวิหารและนาคหัวบันได ที่แกะสลักจากหินหยกแม่น้ำโขง…งดงามมาก2 คืน 3 วัน กับชีวิตช้าๆ ไม่วุ่นวาย ที่ภูเรือ บอกตัวเอง อีกครั้งว่า ชีวิตคนเราไม่มีอะไรมาก ถ้าตั้งโจทย์ง่ายๆและเข้าใจคำว่า “พอ” แค่นั้นเอง.