ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/301344
กสม.ยันเสนอชื่อกรรมการสรรหากกต.ไม่ล่าช้า
กสม. แจงเสนอชื่อผู้แทนเป็นกรรมการสรรหา กกต. ครั้งที่สองตามหนังสือของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
7 พ.ย. 60 – นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กสม.ด้านบริหารประจำสัปดาห์ว่า ตามที่มีข้อมูลเผยแพร่ต่อสาธารณะในทำนองว่า กสม. ส่งชื่อบุคคลเป็นกรรมการสรรหาบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าช้า หรือพ้นกำหนด ทำให้ไม่มีผู้แทนของ กสม. ทำหน้าที่เป็นกรรมการสรรหา กกต. ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (พ.ร.ป.กกต.) พ.ศ. 2560 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง (4) นั้น ที่ประชุม กสม. เห็นว่า ข้อมูลที่เผยแพร่ข้างต้นผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญโดยสุจริตของ กสม. รวมทั้งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรแห่งนี้ตามมาได้
นายวัส กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา กกต. ได้ส่งหนังสือสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ด่วนที่สุด ที่ สว 0008 (ส)/4976 ลงวันที่ 14 ก.ย. 2560 ถึงเลขาธิการ กสม. เพื่อแจ้งให้ กสม. พิจารณาดำเนินการเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการสรรหา กกต. ซึ่งในคราวประชุม กสม.ด้านบริหาร ครั้งที่ 25/2560 เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 ได้มีมติแต่งตั้งนายธีรภัทร สันติเมทนีดล ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พรป.กกต. มาตรา 8 มาตรา 9 และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 10 เป็นกรรมการสรรหา กกต. พร้อมทั้งส่งชื่อไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
นายวัส กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2560 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ส่งหนังสือสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ด่วนที่สุด ที่ สว 0008 (ส)/5466 ลงวันที่ 6 ต.ค. 2560 ถึงเลขาธิการ กสม. มีเนื้อหาสรุปว่า คณะกรรมการสรรหา กกต. ในคราวประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2560 ได้พิจารณาเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระอื่นซึ่งมิใช่ กกต. เสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการสรรหา กกต. และมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายธีรภัทร ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 8 (1) (ก) คือ กรณีการ “รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี” จึงเป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการสรรหา กกต.
ประธาน กสม. กล่าวว่า หนังสือดังกล่าวซึ่งลงนามโดยนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการสรรหา กกต. ยังได้ขอให้ กสม. พิจารณาดำเนินการเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการสรรหา กกต. อีกครั้ง พร้อมทั้งให้ กสม. แจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วยว่าคณะกรรมการสรรหา กกต. จะมีการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 18 ต.ค. 2560 ดังนั้นในคราวประชุม กสม. ด้านบริหาร ครั้ง 27/2560 เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2560 จึงได้มีมติแต่งตั้งนายปรีชา บุตรศรี ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พ.ร.ป.กกต. เช่นกัน เป็นกรรมการสรรหา กกต. และส่งชื่อไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นครั้งที่สองเพื่อดำเนินการต่อไป
นายวัส กล่าวว่า แต่ภายหลังการประชุมคณะกรรมการสรรหา กกต. เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2560 มีข้อมูลเผยแพร่ทางสื่อมวลชนว่า กสม. ส่งชื่อบุคคลเป็นกรรมการสรรหา กกต. พ้นจากห้วงเวลาในบทเฉพาะกาลมาตรา 71 ของ พ.ร.ป.กกต. ที่บัญญัติว่า “ภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่มิใช่คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งและส่งชื่อผู้แทนให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อประกอบเป็นคณะกรรมการสรรหาตามมาตรา 11”
“ในทางปฏิบัติ กสม. และฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาบทเฉพาะกาลมาตรา 71 ของ พ.ร.ป.กกต. มาก่อนหน้า และเห็นว่าการเสนอชื่อกรรมการสรรหา กกต. จะครบกำหนดเมื่อวันที่ 3 ต.ค. เนื่องจาก พ.ร.ป.กกต. เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. แต่การที่เลขาธิการวุฒิสภามีหนังสือมาถึงเลขาธิการ กสม. เมื่อวันที่ 6 ต.ค. อันเป็นเวลาที่พ้น 20 วันไปแล้ว แจ้งว่านายธีรภัทรพ้นจากตำแหน่งกรรมการสรรหา กกต. พร้อมทั้งให้ กสม. เสนอชื่อกรรมการสรรหา กกต. ใหม่ กรณีย่อมถือได้ว่า นายธีรภัทรต้องดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการสรรหา กกต. แล้วตั้งแต่วันที่ กสม. ส่งชื่อไปในครั้งแรก มิฉะนั้นจะมีกรณีที่ต้องพ้นจากตำแหน่งไปได้อย่างไร และการที่ให้เสนอชื่อใหม่จึงนับเป็นการแต่งตั้งแทน ซึ่งไม่ใช่กรณีที่ต้องนำเรื่องระยะเวลา 20 วันตามมาตรา 71 มาใช้บังคับ” ประธาน กสม. ระบุ
นายวัส กล่าวด้วยว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภามีหนังสือแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา กกต. นัดแรก (6 ต.ค.) มายังเลขาธิการ กสม. ในวันเดียวกันกับที่มีการประชุมคณะกรรมการสรรหา กกต. แต่หนังสือแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา กกต. นัดที่สอง (18 ต.ค.) ปรากฏว่าต้องรอจนถึงวันที่ 25 ต.ค. เลขาธิการวุฒิสภาจึงได้ลงนามส่งหนังสือมาถึงเลขาธิการ กสม. โดยระบุว่า กสม. ไม่สามารถที่จะเสนอชื่อและแต่งตั้งนายปรีชาเป็นกรรมการสรรหา กกต. ได้ โดยอ้างว่าเป็นการเสนอชื่อผู้แทนและแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการสรรหา กกต. เกินกำหนดระยะเวลาที่ พ.ร.ป.กกต. บัญญัติไว้ดังกล่าว.
