กรมชลฯ สนับสนุนองค์ความรู้ พัฒนา สร้างปราชญ์ชาวบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/280237

กรมชลฯ สนับสนุนองค์ความรู้ พัฒนา สร้างปราชญ์ชาวบ้าน

กรมชลประทาน, กรมชลฯ, สนับสนุนองค์ความรู้, พัฒนา, สร้างปราชญ์ชาวบ้าน, ศพก

กรมชลฯ สนับสนุนองค์ความรู้ พัฒนา สร้างปราชญ์ชาวบ้าน

 นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 กรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันกรมชลประทานได้มอบนโยบายให้สำนักงานชลประทานทั่วประเทศเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร โดยเกษตรกรต้นแบบเป็นผู้บริหารจัดการศูนย์ฯ เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาการเกษตรของชุมชน โดยใช้องค์ความรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งเป็นจุดที่ใช้เชื่อมโยงกับหน่วยงานของรัฐ และเป็นที่พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเกษตรกรในชุมชน ตามนโยบายของ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีนโยบายขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือนโยบาย “เพื่อยกกระดาษ A4” ที่ต้องการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมในประเทศ นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นที่ยอมรับของสังคม มีความภาคภูมิใจในการเป็นเกษตรกร และมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ประสบผลสำเร็จจากการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยสำนักงานชลประทานที่ 14 ได้เข้าไปดำเนินการสนับสนุนระบบกระจายน้ำอย่างเป็นระบบชัดเจนให้กับพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ และพื้นที่การเกษตรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ที่สามารถตอบสนองความต้องการใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

นายวิโรจน์ กอนสุข เกษตรกรหมู่ 1 ตำบลหนองตาแต้ม อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
หนึ่งในเกษตรกรที่สามารถพัฒนาองค์ความรู้การเกษตร ต่อยอดอาชีพ และสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยตั้งแต่ปี 2558 สำนักงานชลประทานที่ 14 ได้เข้าไปให้การสนับสนุนทั้งด้านวิชาการ การประสานงาน
ด้านตรวจวิเคราะห์ดิน เมล็ดพันธ์ปอเทือง ขุดลอกสระเก็บน้ำในไร่นาซึ่งเดิมตื้นเขินมาก ติดตามบันทึกผลการเพาะปลูก บัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ ซึ่งสาเหตุที่ต้องปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกนั้นเนื่องจาก
ในปี 2558 ต่อเนื่องถึงปี 2559 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำปราณบุรีมีน้อยไม่สามารถส่งน้ำเพื่อการเกษตรได้เนื่องจากภัยแล้ง จึงได้ทำการปรับเปลี่ยนแผนการเพาะปลูก หันมาปลูกปอเทืองในนาข้าวจำนวน 10 ไร่ แทนการทำนาข้าว ซึ่งตามปกติแล้วนายวิโรจน์ เคยปลูกปอเทืองและไถกลบเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสดมาบ้าง แต่ฤดูแล้งปี 2558 นอกจากปลูกปอเทืองเพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดปรับปรุงคุณภาพดินแล้ว ยังสามารถเก็บเกี่ยวเมล็ดสำหรับเป็นเมล็ดพันธ์ในฤดูกาลต่อไปและจำหน่าย ทำให้มีรายได้เสริมในระหว่างงดการทำนาในช่วงฤดูแล้งได้อีกด้วย

ส่วนสับปะรดและพืชผักสวนครัวนั้น ได้เปลี่ยนจากการรดน้ำด้วยสายยางมาใช้ระบบสปริงเกอร์
เพื่อเป็นการประหยัดน้ำ และปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษได้มาตรฐาน GAP ตามแบบธรรมชาติ
สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ทุกวัน นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงหมู เลี้ยงปลา และการทำน้ำหมักชีวภาพจาก
วัตถุดิบประเภทต่างๆ

“ขอให้ทุกคนเปลี่ยนความคิดอย่ายึดติดทำเกษตรแบบเดิม ขอให้ปรับเปลี่ยนเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และต้องศึกษาหาความรู้ ต้องมีความรู้ในการเกษตรที่จะทำ จึงจะสำเร็จ” นายวิโรจน์ กอนสุข กล่าว

ปัจจุบัน นายวิโรจน์ กอนสุข ได้พัฒนาความรู้ด้านการเกษตรจนกลายเป็นปราชญ์ชาวบ้าน เกษตรกรต้นแบบ และศูนย์เครือข่ายศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ด้านประมง
ของอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีเกษตรกรและหน่วยงานต่างๆ ศึกษาดูงานในพื้นที่การเกษตรเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปขยายผลต่อยอดการเกษตรในพื้นที่ของตนเองอีกด้วย

Leave a comment