กรมชลเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำตามแผนงานยุทธศาตร์น้ำ 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/280054

กรมชลเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำตามแผนงานยุทธศาตร์น้ำ 20 ปี

กรมชล, 20, ปี, กนช, น้ำเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม, ลบม

กรมชลเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำตามแผนงานยุทธศาตร์น้ำ 20 ปี

 นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำว่า ภายหลังที่รัฐบาลประกาศจัดทำยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศแล้ว  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) มีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทบทวนปรับปรุงแผนการดำเนินงานยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจาก 12 ปี เป็น 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ และทันต่อการปรับนโยบายและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

โดยในส่วนของกรมชลประทานรับผิดชอบยุทธศาสตร์ที่ 2 น้ำสนับสนุนภาคการผลิต (น้ำเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม) และยุทธศาสตร์ที่ 3 การป้องกันและบรรเทาอุทกภัย จึงทบทวนเป้าหมาย มาตรการ และตัวชี้วัด โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทั้ง 6 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน และภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 9 – 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และจะสรุปผลส่งให้เลขานุการ กนช. เพื่อนำไปจัดทำการรับฟังความเห็นของภาคประชาชนทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ ก่อนเสนอ กนช. และ คณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้เป็นแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ 20 ปี ต่อไป

สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำนั้น เพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมาย กรมชลประทานจึงต้องปรับมาตรการการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสภาพในแต่ละพื้นที่  เช่น การปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำ การปรับปฏิทินการปลูกพืช และการออกมาตรการสนับสนุนการบริหารจัดการภัยแล้ง  โดยในระยะเร่งด่วนได้ดำเนินงานโครงการที่สามารถดำเนินการที่มีความพร้อม สามารถทำได้ทันทีและได้ผลเร็ว เช่น โครงการแก้มลิงขนาดเล็ก 30 แห่ง ในพื้นที่ 5 จังหวัดของภาคอีสาน โดยจะกักเก็บน้ำที่ไหลจากภูเขามาเก็บไว้ในพื้นที่ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 120,000 ลบ.ม. สำหรับการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรในครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 200 ไร่ เพื่อให้ได้ยุทธศาสตร์น้ำและแผนปฏิบัติการที่สะท้อนต่อปัญหาและความต้องการของภาคประชาชน พร้อมกับอิงตามหลักวิชาการ ตามศาสตร์พระราชามากที่สุด

ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงน้ำให้กับประเทศนั้น กรมชลประทานได้วางแผนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน โดยได้วางแผนพัฒนาแหล่งเก็บน้ำที่สามารถก่อสร้างได้ภายในปี 2562 จำนวนมากกว่า 50 โครงการ สามารถกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น 1,200 ล้านลบ.ม. เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 1.1 ล้านไร่

แผนพัฒนาอาคารบังคับน้ำในลำน้ำหลัก ได้แก่ ประตูระบายน้ำ ฝาย เพื่อกักเก็บน้ำในลำน้ำก่อนไหลออกนอกลุ่มน้ำ ได้แก่ แม่น้ำยม แม่น้ำอิง แม่น้ำมูล แม่น้ำวังโตนด และแม่น้ำเลย กักเก็บน้ำในลำน้ำกว่า 300 ล้านลบ.ม. เพิ่มพื้นที่ชลประทานกว่า 7 แสนไร่ และแผนเพิ่มปริมาณน้ำให้กับเขื่อนภูมิพล จ.ตาก โดยการผันน้ำจากกลุ่มน้ำสาละวินและสาขา เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการ เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถสร้างความมั่นคงให้กับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม เพิ่มพื้นที่ชลประทานกว่า 1 ล้านไร่

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวอีกว่า ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมีการบูรณาการความร่วมมือในหลายหน่วยงานและต้องดำเนินการในหลายรูปแบบ ทั้งแผนงานระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยในส่วนของกรมชลประทานนั้น ได้มีการสร้างคันกั้นน้ำ  สร้างอาคารชลประทานเพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำ ขุดลอกคลองต่าง ๆ  กำจัดวัชพืชและผักตบชวา ตลอดจนสิ่งกีดขวางทางน้ำ  นอกจากนี้ยังได้มีการวางแผนบริหารจัดการน้ำ มีการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนในแต่ละลุ่มน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามี 4 เขื่อนใหญ่ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุน คือ เขื่อนภูมิพล  เขื่อนสิริกิติ์  เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  มีปริมาณน้ำรวมกันเพียง 10,940 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) สามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก 13,931 ล้านลบ.ม. หรือมากกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณความจุ  รวมทั้งที่ผ่านมาได้มีการปรับปฏิทินการปลูกพืชใหม่  ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

Leave a comment