เผยสถานการณ์น้ำท่วมทุกพื้นที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/280065

เผยสถานการณ์น้ำท่วมทุกพื้นที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

น้ำท่วม, ตำบลบางเคียน, อายุข้าวประมาณ 1-15 เดือน, ตลิ่ง 370 ม, ตลิ่ง 610 ม, ตลิ่ง 745 ม, ตลิ่ง 2830 ม, ตลิ่ง 2620 ม

เผยสถานการณ์น้ำท่วมทุกพื้นที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

             ผู้สื่อข่าวรายงานรว่าสถานการณ์น้ำท่วมและการให้ความช่วยเหลือน้ำท่วมในพื้นที่ ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 มีพื้นที่น้ำท่วมรวม 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดชลบุรี สถานการณ์มีดังต่อไปนี้ 1. จังหวัดพิษณุโลก ​สาเหตุ มีฝนตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 1๕-18 พฤษภาคม 60 วัดปริมาณฝนได้ 217 มม. ส่งผลทำให้เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่บ้านเรือนประชาชน ​พื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันยังคงเหลือพื้นที่น้ำท่วมในอำเภอเมือง อำเภอพรหมพิราม และอำเภอบางระกำ ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มต่ำที่ไม่มีทางระบายน้ำและไม่สามารถระบายน้ำลงคลองได้ ​การคาดการณ์หากไม่มีฝนตกหนักลงมา คาดว่าในบางพื้นที่จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 3 – 5 วัน

​การช่วยเหลือโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำจำนวน ๓๐ เครื่อง เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง และดำเนินการเร่งระบายน้ำ ในคลองเมม-คลองบางแก้ว โดยเร่งระบายน้ำ ในคลองเมม-คลองบางแก้ว ออกทาง ปตร.บางแก้ว อำเภอบางระกำ ลงสู่แม่น้ำยม สายหลัก และผันน้ำผ่านทาง คลอง DR-15.8 กับ คลอง DR-2.8 เพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำยม ลงสู่แม่น้ำน่าน พร้อมทั้งร่วมกับส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 2นำรถขุดไฮโดรลิคจำนวน 4 คัน เสริมคันดินกั้นน้ำชั่วคราว จุดสุ่มเสี่ยงบริเวณ แม่น้ำยม คลองโพธิ์ และคลองเกตุ ในเขตท้องที่ ตำบลชุมแสงสงครามและตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อป้องกันพื้นที่ที่อาจเกิดภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่งในจุดที่มีตลิ่งต่ำ เป็นการเตรียมการป้องกันพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง 2. จังหวัดสุโขทัย ​สาเหตุ มีฝนหนักตั้งแต่วันที่ 16-17 พฤษภาคม 60 วัดปริมาณฝนสะสม ที่อำเภอศรีสำโรงได้264มม. ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรพื้นที่ทางการเกษตร ​พื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันคลองสารบบและคลองสามพวงที่รับน้ำจากอำเภอคีรีมาศอยู่ในระดับตลิ่งไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน แต่ยังคงมีน้ำค้างทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งไม่ได้ทำการเกษตร ปริมาณน้ำดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรแต่อย่างใด

​การคาดการณ์ หากไม่มีฝนตกหนักลงมาคาดว่าในบางพื้นที่จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 1-2 วัน ​การช่วยเหลือ โครงการชลประทานสุโขทัย ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ขนาด 8 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง พร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่เกิดปัญหาคุณภาพน้ำ เนื่องจากมีน้ำขังเป็นระยะเวลานาน จึงต้องเร่งสูบออก ในขณะเดียวกันได้ดำเนินการเร่งระบายน้ำแม่น้ำยมผ่านคลองระบาย DR-15.8 กับ คลอง DR-2.8 อีกทั้งยังมีการประสานงานร่วมกับส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 3 นำรถแบ็คโฮบูมยาวมาตักและขนย้ายสวะที่กีดขวางทางน้ำบริเวณหน้าประตูระบายน้ำวังสะตือ ตำบลดงเดือย จังหวัดสุโขทัย เพื่อเร่งการระบายน้ำแม่น้ำยมให้ไหลสะดวกมากขึ้น

3. จังหวัดนครสวรรค์ ​สาเหตุ เมื่อช่วงวันที่ 16-18 พฤษภาคม 2560ที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง วัดปริมาณฝนได้ที่อำเภอชุมแสง ได้ 121 มม. ส่งผลทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นลำคลองเกรียงไกรเข้าท่วมในพื้นที่การเกษตรของราษฎร ​พื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มต่ำของ อำเภอชุมแสง(ตำบลบางเคียน) จำนวน 1,500 ไร่(อายุข้าวประมาณ 1-1.5 เดือน)ระดับน้ำท่วมขังประมาณ 0.30 – 0.50เมตร ​การคาดการณ์ ระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่ยังคงทรงตัวอยู่ เนื่องจากมีฝนตกเพิ่มในพื้นที่ และคาดว่าจะมีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะปกติภายในประมาณ 3–5 วัน ​การช่วยเหลือ

โครงการชลประทานนครสวรรค์ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ขนาด 8 นิ้วจำนวน 6 เครื่องบริเวณประตูระบายน้ำคลองบางหว้าตำบลบางเคียนอำเภอชุมแสงเพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร ทำคันกระสอบทราย

4. จังหวัดชลบุรี ​สาเหตุ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2560 เกิดฝนตกหนัก ที่อำเภอบ้านบึง อำเภอเกาะจันทร์ วัดปริมาณฝนที่ตกได้ 107 มม. และ 86.3 มม. ตามลำดับ ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่เกษตรในบางพื้นที่ ​พื้นที่น้ำท่วม มีน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร อำเภอพนัสนิคม (ตำบลหัวถนน ตำบลหนองปรือ ตำบลวัดหลวง ตำบลวัดโบสถ์ ตำบลนาเริก) ระดับน้ำสูงประมาณ 0.10 – 0.30 ม. ​การช่วยเหลือ โครงการชลประทานชลบุรี ได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำโดยใช้ประตูระบายน้ำคลองพานทอง และประตูระบายน้ำปลายคลองชลประทานพานทอง พร้อมสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 8 เครื่อง ​สำหรับสถานการณ์น้ำ ปัจจุบัน ในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสายหลักอื่นๆ ได้แก่ แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน มีสถานการณ์ ดังนี้ ❖ แม่น้ำปิง สถานี P.1 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีระดับน้ำอยู่ที่ 1.43 ม.(ตลิ่ง 3.70 ม.) ซึ่งต่ำกว่าตลิ่งอยู่ 2.๒๗ ม.

❖ แม่น้ำวังสถานี W.4A อำเภอสามเงา จังหวัดตาก มีระดับน้ำอยู่ที่ 1.23 ม.(ตลิ่ง 6.10 ม.) ซึ่งต่ำกว่าตลิ่งอยู่ 4.87 ม. ❖ แม่น้ำยมสถานี Y.4 อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย มีระดับน้ำอยู่ที่ 2.๓๕ ม.(ตลิ่ง 7.45 ม.) ซึ่งต่ำกว่าตลิ่งอยู่ 5.๑๐ ม. ❖ แม่น้ำน่านสถานี N.67 อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ มีระดับน้ำอยู่ที่ 23.31 ม.(ตลิ่ง 28.30 ม.) ซึ่งต่ำกว่าตลิ่งอยู่ 4.99 ม. ❖ แม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ 1,0๕๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ระดับน้ำ 20.6๐ ม. (ตลิ่ง 26.20 ม.) ต่ำกว่าตลิ่ง 5.๖๐ ม. และควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 677 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ​ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยารวมไปถึงแม่น้ำสายหลักอื่นๆระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งและสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกมาก ซึ่งทางกรมชลประทาน ได้มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในทุกพื้นที่โครงการชลประทานทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจและติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม การเร่งระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขังจนสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้วหลายพื้นที่ รวมไปถึงการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด

Leave a comment