หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275857

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

วาทกรรม, เด็กยินยอม, ค้าประเวณี, หยุดอ้าง, เด็ก, ยินยอม, หยุดอ้างเด็กยินยอม

ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรง และได้รับความสนใจจากสังคม ตลอดจนสื่อมวลชน เกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่องกับปัญหาการค้าประเวณีเด็ก

            เฉกเช่นเดียวกับภาคประชาสังคม องค์กร หน่วยงานต่างๆ ก็ใช้โอกาสนี้ออกมาตีแผ่ ความจริงในอีกหลายมุม ให้ตระหนักและไม่หลงลืมว่า ปัญหานี้ยังไม่หมดไปจากสังคม

เวทีเสวนาวาทกรรมผู้ใหญ่ “เด็กยินยอม” ข้ออ้างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศต่อเด็กเยาวชนที่มูลนิธิพิทักษ์สตรี และมูลนิธิเพื่อนหญิงรวบรวมเครือข่ายนักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ นักกฎหมาย ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องมาร่วมแลกเปลี่ยน

จากวาทกรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ สู่วาทกรรม “เด็กยินยอม” นางทิชา ณ นครผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก บอกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มเกิดปรากฎการณ์ที่คนพูดว่า “เด็กยินยอม” พยายามทำให้เห็นว่าเป็นความสมัครใจของเด็ก ไม่ใช่การค้าประเวณีถูกต้องแล้วหรือ

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

ส่วนตัวจึงอยากตั้งคำถามกลับไปว่า ถ้าเราเป็นผู้ใหญ่ของประเทศ เป็นพ่อแม่ของเด็กจะยอมรับการตัดสินใจของเด็กที่นำไปสุ่มเสี่ยงต่อการมีชีวิตที่เหมาะสมหรือไม่ หรือต้องช่วยเขาออกมาจากการตัดสินใจแบบนี้ โดยเฉพาะถ้าอธิบายว่านี่คือความสมัครใจของเด็ก จะทำให้การซื้อประเวณีเด็กเป็นสิ่งชอบธรรมของผู้ซื้อ และกลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นที่เราต้องปกป้องคุ้มครองเด็กในฐานะผู้ใหญ่จริงหรือ

หากเป็นเช่นนั้นจริงสังคมจะอยู่อย่างไร ในเมื่อนำสิ่งที่เป็นด้านมืดกลายเป็นสีขาว ภารกิจในการปกป้องคุ้มครองเด็กหมดความหมายไป เช่นนี้ต่อไปในอนาคตจะนำพาประเทศอย่างไร เราจำเป็นต้องมีผู้บังคับใช้กฎหมายอีกหรือไม่ เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่และผู้เกี่ยวข้องต้องทบทวนอย่างหนัก

“จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สะท้อนให้ผู้ทำงานที่ดูแลช่วยเหลือเด็กรู้สึกกังวลว่าระบบกลไกของรัฐ ระบบราชการหรือผู้มีอำนาจอาจมีปัญหา จนทำให้หน่วยงานทางกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้อย่างเต็มที ซึ่งไม่ได้ตั้งคำถามหรือมองว่าชาวแม่ฮ่องสอนมีปัญหา แต่ตั้งคำถามกลไกของรัฐที่มีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองเด็ก

เครือข่ายที่ทำงานด้านเด็ก ได้หารือกันเบื้องต้นเพื่อจะเตรียมยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีที่แม่ฮ่องสอนฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงจะมีการศึกษาช่องทางกฎหมายอื่นๆ ด้วย อยากให้เป็นบทเรียนแก่ผู้ใหญ่คนต่อๆไปในสังคมว่าเขาส่งไปทำงานต้องรับผิดชอบ ไม่ปกป้องคนทำผิด หรือแสวงหาประโยชนจากคนที่มีอำนาจต่อรองน้อยอย่างเด็กและชาวบ้าน นอกจากนี้จะเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้”ทิชา กล่าว

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

ขณะที่ ดร.รัชดา ธนาดิเรก นักวิชาการด้านสังคม บอกว่า ขณะนี้สังคมกำลังสับสนและไปสนใจแต่ว่าเรื่องที่เกิดในแม่ฮ่องสอนผู้ว่าฯ ผิดหรือไม่ หลายเรื่องถูกบิดเบือนไปจนสังคมกำลังหลงลืมว่า ประเด็นปัญหาของเรื่องนี้คือการค้าประเวณีเด็กในพื้นที่ซึ่งไม่ใช่แค่จ.แม่ฮ่องสอน ยังมีอีกหลายจังหวัดและไม่ใช่มีแค่ในประเทศไทย แต่หลายประเทศทั่วโลกแม้แต่ประเทศเจริญแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ก็มีปัญหาโสเภณีเด็ก ทั้งนี้ การใช้วาทกรรมเด็กยินยอม ที่ยกมาอ้างจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่สังคมยอมรับได้ และนำมาพูดซ้ำๆถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นเหมือนปรากฎการณ์ธรรมชาติ ทั้งที่เป็นสิ่งไม่ถูกต้องไม่ถูกกฎหมาย  เพราะฉะนั้น เราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อวาทกรรม

“มีหลายปัจจัยที่ทำให้เด็กเข้าสู่การค้าประเวณี ไม่ว่าจะเป็นความยากจน ,ไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะแม้จะมีเรียนฟรีแต่ก็ยังต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเดินทาง ซึ่งบางครอบครัวไม่พร้อมและมองว่าไม่จำเป็นก็ไม่ให้ลูกเรียน, ครอบครัวแตกแยก ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งถ้าไปเจอคนไม่ดีชักจูงไปสู่วังวนนี้ก็ต้องจำใจอยู่ เพราะฉะนั้น ในระยะยาวการแก้ไขปัญหาค้าประเวณีนั้น ต้องเอาจริงเอาจังจัดการคนเหล่านี้ และสร้างระบบคุ้มครองคุ้มกันเด็กหญิงและเด็กชาย ระบบการศึกษาต้องให้ความรู้แก่เด็กไม่ใช่สอนแต่เรื่องเพศศึกษา แต่ต้องสอนให้เด็กเรียนรู้ในเชิงโครงสร้างอำนาจ บทบาทของชายหญิง การเคารพในสิทธิของความเป็นคน สิทธิในเพื่อนต่างเพศ”ดร.รัชดา กล่าว

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

ด้านนายสรรพสิทธ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการมนุษยชนแห่งชาติ บอกว่า การอ้างวาทกรรม “เด็กยินยอม” และกระทำความผิดต่อเด็ก หรือสนับสนุนให้กระทำความผิดต่อเด็ก ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ มีความผิดตามกฎหมาย ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 26 , มาตรา 277 ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ซึ่งกำหนดโทษไว้อย่างหนัก หากมีการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เหตุการณ์ที่จ.แม่ฮ่องสอนยังอยู่ระหว่างกระบวนการรวบรวมหลักฐาน ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าใครกระทำผิดตามมาตราใดบ้าง แต่ปัญหาคือเรื่องนี้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา เรื่องต่างๆควรเข้าสู่กระบวนการชั้นศาล แต่กลายเป็นว่าข้อมูลถูกนำมาเปิดผ่านสื่อมวลชน ผ่านโซเชียลมีเดีย หรือกระทั่งหน่วยงานที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องก็เข้ามายุ่ง เพราะฉะนั้น ขอเรียกร้องว่าถ้าหากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาการค้าประเวณี ปัญหาการค้ามนุษย์ ก็ต้องให้ศาลและกระบวนการยุติธรรมได้ดำเนินการตามขั้นตอน เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

นางศิริวรรณ ว่องเกียรติไพศาล นักกฎหมาย สำนักงานกฎหมาย เอสอาร์  เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีกฎมายที่คุมครองเด็กเยาวชนอยู่หลายฉบับ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ทำงานมาก็พบหลายคดีเมื่อมีคำว่า “เด็กยินยอม” เกิดขึ้นการดำเนินการต่างๆ จะสิ้นสุดลง แต่เมื่อศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆก็จะพบว่าในหลายมาตราของกฎหมายจะมีรายละเอียดที่ซ่อนอยู่  เช่น เด็กถูกล่อลวง จึงจำยอม แต่ไม่ใช่การยินยอม ขณะที่บางครั้งเด็กที่สอนบ่มเพาะโดยอ้างว่า หากสารภาพว่า “ยินยอม” จะพ้นผิดเด็กก็จะจดจำและผู้ไปตามนั้น เพราะฉะนั้น การดำเนินการทางกฎหมายในเรื่องนี้ทัศนคติของผู้ปฏิบัติหน้าที่มีความสำคัญ ที่จะต้องสืบและค้นหาลงในรายละเอียดว่าการยินยอม เกิดขึ้นในภาวะจำยอมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นความยินยอม การซื้อบริการทางเพศเด็กเยาวชนก็ยังคงมีความผิด

หยุดอ้าง!!“เด็กยินยอม”

นายพงษ์นรินทร์ นนก่ำ รองประธานสภาเด็กและเบาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายหลายฉบับในการคุ้มครองเด็กเยาวชน แต่ยังคงพบปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นเพราะขาดการนำกฎหมายที่มีไปใช้อย่างจริงจัง รวมทั้งสังคมต้องหยุดใช้วาทกรรม เด็กยินยอม มาเป็นข้ออ้างในการปกปิดความผิดของตนเอง  อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพูดว่ายินยอมหรือไม่ยินยอม แต่ต้องพูดถึงความถูกต้องไม่ถูกต้อง ที่สำคัญต้องไม่พิพากษาตัวเด็ก แต่ต้องช่วยกันดูแลโดยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน พ่อแม่ก็ต้องช่วยกล่อมเกลา มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ปลูกฝังเด็กให้

นอกจากนี้ อยากขอให้สื่อหยุดเผยแพร่พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องโดยเฉพาะพฤติกรรมทางเพศ ความรุนแรง เพราะนั้นอาจเป็นช่องทางที่จะนำพาให้เด็กเยาวชนเข้าสู่วงการค้าประเวณี

Leave a comment