ยุทธการ “เซียน หัก เซียน” ในวังจันทร์ฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/280863

ยุทธการ “เซียน หัก เซียน” ในวังจันทร์ฯ

ร่วมกันโกงหรือถูกใครหลอก, ตตตต, หลอก, ยุทธการ, เซียน, หัก, ในวังจันทร์ฯ, นายสมศักดิ์ ตาไชย, สกสค และ 3, นายสมมาตร มีศิลป์, ประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ, เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค, ร่วมกันโกง หรือ ถูกใครหลอก, รมว ศธ, นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์, นายพินิจศักดิ์, สังฆกรรมวิบัติ, หมอธี

  หลังจากเปิดยุทธการปราบโกง ด้วยอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ขึ้นเป็นครั้งแรกในกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2558

          ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 7/2558 ลงวันที่ 16 เมษายน 2558 สั่งให้ 3 ตำแหน่งในองค์การมหาชนใน ศธ. หยุดการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการตรวจสอบคือ 1) “ดร.อำนาจ สุนทรธรรม” เลขาธิการคุรุสภา 2.) “นายสมศักดิ์ ตาไชย” เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และ 3.)“นายสมมาตร มีศิลป์” ผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค. ในส่วนของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ไม่ค่อยมีปัญหาใด ๆ ยกเว้นใน สกสค. โดยเฉพาะในกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ช.พ.ค. และองค์การค้า สกสค.

         ปัญหาการซื้อกระดาษเอสี่ 3 ใบ 3,000 ล้านบาท ในกองทุนฯ ของประธานกองทุนฯเป็นวาระแห่งชาติ ในการปราบโกงใน ศธ. “นายสมศักดิ์ ตาไชย” ไม่ได้เป็น “ประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ” แต่หัวหน้า คสช.นึกว่าเป็น เพราะเป็น “เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.” จึงถูกสั่งให้พ้นจากหน้าที่ เพื่อการตรวจสอบและเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของ ป.ป.ช. ตามคดีหมายเลขดาที่ 10-2-183/2558 ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 “นายเกษม กลั่นยิ่ง” ประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ ตัวจริง จึงแซงมาเป็น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 แทน กรรมการกองทุนฯทั้ง 16 คน ก็ต้องพิสูจน์กันไปว่า “ร่วมกันโกง?? หรือ ถูกใครหลอก??”

        พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว. ศธ.)ในขณะนั้น ใช้ช่องทางตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 7/2558 ลงวันที่ 16 เมษายน 2558 ส่งคนเข้ามาทำความสะอาดภายในกองทุนฯและองค์การค้า สกสค. ในกองทุนฯ ส่ง”นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์” มาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. และประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ ผลการปฏิบัติงานของ “นายพินิจศักดิ์” เป็นที่ประจักษ์ จึงได้ข้อหาการใช้เงินกองทุนฯ โดยมิชอบ 818 ล้านบาท ตามเลขสำนวนคดีใน สอตช.(ป.ป.ท.) ที่ 021108/59 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 จึงขอลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. และประธานกองทุนฯ “ดร.พิษณุ ตุลสุข” จึงต้องมาเป็นแทนตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2559

        องค์การค้า สกสค. ส่ง “ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์” ไปทำความสะอาด ผลยืมเงินกองทุนฯ 500 ล้านบาท ไปบริหารก็ไม่มีปัญญาจ่ายคืนทั้งต้นทั้งดอก เอาหนังสือจาก บริษัท ล็อกซเล่ย์ มาขายเพื่อเอาส่วนต่างกำไรเข้าองค์การค้าฯ แต่ต้องจ่ายคืนค่าหนังสือให้ บ.ล็อกซเล่ย์ ประมาณ 1,300 ล้านบาท ก็ไม่มีปัญญาจ่ายคืน จน บ.ล็อกซเล่ย์ ต้องยื่นฟ้องศาลแพ่งเป็นคดีอยู่ในขณะนี้ “ดร.สุเทพ”  ก็ลาออกจากตำแหน่ง ผอ.องค์การค้า สกสค. และ “ดร.พิษณุ”  จึงต้องรับตำแหน่ง ผอ.องค์การค้า สกสค. อีกตำแหน่งหนึ่ง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560

        ดร.พิษณุ  รับภาระหนักทั้งรองปลัด ศธ. , เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ประธานกรรมการบริหารกองทุนฯ และ ผอ.องค์การค้า สกสค. รวมทั้งหมด 4 ตำแหน่ง แต่รับเงินเดือนรองปลัด ศธ. เพียงแค่ไม่ถึง 100,000 บาท อีกทั้ง 30 กันยายน 2560 ต้องเกษียณอายุราชการ จึงคิดจะเสียสละเพื่อช่วยชาติ

        “ดร.พิษณุ”พร้อมจะลาออกจาก “ตำแหน่งรองปลัด ศธ.” เงินเดือนไม่ถึง 100,000บาท เพื่อมารับตำแหน่ง “เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.” ตัวจริง 4 ปี รับค่าตอบแทนเดือนละ 250,000บาท รวมกับบำนาญในตำแหน่งรองปลัด ศธ. อีกนิดหน่อย

       ว่ากันว่า จึงมีการแก้เงื่อนไขห้ามตั้งเลขาคุรุสภา, เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. และ ผอ.องค์การค้า สกสค. ตัวจริง ในคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 7/2558 ลงวันที่ 16 เมษายน 2558 ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 17/2560 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2560 เพื่อให้ “หมอธี” นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. ในขณะนี้มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ในการสรรหา เลขาธิการคุรุสภา, เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. และ ผอ.องค์การค้า สกสค. ตัวจริง วาระ 4 ปี

        เพื่อความชัวร์ ได้มีการวางหมากเซียน ยืมมือ“หมอธี”ประกาศหลักเกณฑ์ “กันคนนอก” เป้าหมายสมัครเข้ารับการสรรหา กาหนดให้คนที่จะสมัครฯ ต้องมีกรรมการคุรุสภา, กรรมการ สกสค. ลงนามรับรองจึงจะสมัครตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภาได้ตามเป้า แต่ตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กลับมีคนนอกเป้าหมายคือ นายสมมาตร มีศิลป์ อดีต ผอ. องค์การค้า สกสค. แมวเก้าชีวิต มาสมัครด้วย

        นายสมมาตร มีศิลป์ ถูกหัวหน้า คสช. สั่งให้หยุดการปฏิบัติ หน้าที่ ผอ.องค์การค้า สกสค. เพื่อการตรวจสอบ ไม่พบการทุจริตแต่ถูกสั่งให้พ้นจากหน้าที่ฐานไม่ผ่านการประเมิน จึงไม่ขาดคุณสมบัติในการสมัคร ปัญหาไม่มีกรรมการ สกสค. คนใดกล้าแหกโผรับรอง จนนายสมมาตร ต้องเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ “หมอธี” รมว.ศธ. และ ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์  ปลัด ศธ. ในฐานะกรรมการ สกสค. จึงต้องลงนามรับรอง รวมผู้สมัคร 4 คน คือ 1.) ดร.พิษณุ ตุลสุข 2.) นางผานิตย์ มีสุนทร 3) นายสันติ รุ่งสมัย และ 4.) นายสมมาตร มีศิลป์

         30 พฤษภาคม 2560 นายสมมาตร มีศิลป์ ผ่านด่านแสดงวิสัยทัศน์ นางผานิตย์ มีสุนทร ตกไป จึงเหลือผู้สมัครเหลือเพียง 3 คน คือ 1.) ดร.พิษณุ ตุลสุข 2.) นายสันติ รุ่งสมัย และ 3.) นายสมมาตร มีศิลป์

         วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน 2560 ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 ปีระกา ต้องเคาะครั้งสุดท้ายโดยคณะกรรมการ สกสค. มี“หมอธี” รมว. ศธ. เป็นประธานว่าใครคือผู้ต้องเสียสละเพื่อชาติ รับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. จึงเกิดยุทธการ “เซียน หัก เซียน ในวังจันทร์” เซียนกลุ่มที่ 1) วางหมากกันคนนอกวงไม่ให้สมัครโดยต้องมีกรรมการ สกสค. รับรอง

         กลุ่มเซียนที่ 2) บรรดาซี 11 ในคณะกรรมการ สกสค. มี 5 คน โดย 4 คนที่ต้องลงนามรับรองผู้สมัครต่างพร้อมใจกันไม่เข้าร่วม “สังฆกรรมวิบัติ” โดยอ้างความเป็นผู้มีส่วนได้เสียต้องห้ามในการพิจารณาตามมาตรา 13 และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

         “หมอธี”จึงเพิ่งรู้ว่า ถูกลูกน้อง“หลอกใช้” เป็นเครื่องมือ และ ประกาศล้มเลิกการสรรหาทั้ง 2 ตำแหน่ง คือ “เลขาธิการคุรุสภา” และ “เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.”

0“เสือ เขาอ้อ”0

วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560

Leave a comment