ว้าว!!“วิศวกรเหมืองแร่”รับ 45,000 บาท/เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/280458

ว้าว!!“วิศวกรเหมืองแร่”รับ 45,000 บาท/เดือน

วิศวกรเหมืองแร่, รายได้สูงสุดปี59, 45, 000 บาท, ภาคเกษตร, ภาคอุตสาหกรรม, ภาคบริการ, นายวรานนท์ ปีติวรรณ, บาทเดือน, วิศวกรเหมืองแร่-ขุดเจาะน้ำมัน, กกจ, การเจาะบ่อน้ำมัน, งานวิศวกรรม

กกจ.เผยค่าจ้างต่อเดือนสูงสุดปี59 อยู่ภาคอุตสาหกรรม-ภาคบริการ ระบุอาชีพ”วิศวกรเหมืองแร่-ขุดเจาะน้ำมัน” รับ 45,000 บาท ต่ำสุด 7,800 บาท ค่าจ้างเฉลี่ย 9,801 บาท

          เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2560 – นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน โดยกองบริหารข้อมูลตลาดแรงงานได้รวบรวมข้อมูลตำแหน่งงานว่างจากการให้บริการจัดหางานในประเทศมาทำการวิเคราะห์และจัดทำค่าจ้างรายอาชีพปี 2559 ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่าคนไทยได้รับค่าจ้างต่อเดือนสูงสุด 45,000 บาท ต่ำสุด 7,800 บาท และค่าจ้างเฉลี่ย 9,801 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558 พบว่าค่าจ้างต่อเดือนสูงสุดเพิ่มขึ้นจากปี 2558 คิดเป็นร้อยละ 18.42 ที่ได้รับค่าจ้างต่อเดือนสูงสุด 38,000 บาท

ขณะเดียวกันค่าจ้างเฉลี่ยยังเพิ่มขึ้นจากปี 2558 คิดเป็นร้อยละ 0.73 ซึ่งมีค่าจ้างเฉลี่ยอยู่ที่ 9,730 บาท โดยค่าจ้างต่อเดือนสูงสุดอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ 45,000 บาท รองลงมาภาคเกษตรกรรม 40,000 บาท อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดในปริมณฑลและภาคกลางมากสุด

ว้าว!!“วิศวกรเหมืองแร่”รับ 45,000 บาท/เดือน

นายวรานนท์  ปิติวรรณ  

ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนสูงสุดอยู่ในหมวดอาชีพผู้บัญญัติกฎหมาย ข้าราชการอาวุโส ผู้จัดการ 14,841 บาท รองลงมาผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่าง ๆ 12,758 บาท ช่างเทคนิคและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง 10,749 บาท เสมียน เจ้าหน้าที่ 10,072 บาท ตามลำดับ

สำหรับอาชีพที่มีค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนมากที่สุดคือวิศวกรเหมืองแร่ทั่วไปและผู้ติดตั้งเครื่องเจาะ (การเจาะบ่อน้ำมัน) 40,000 บาท ช่างทอพรมด้วยเครื่องจักร 26,000 บาท นักอินทรีย์เคมีและผู้ประมาณการ (งานวิศวกรรม) 25,000 บาท ต้นเรือ 22,000 บาท และนักเภสัชวิทยา 21,900 บาท ตามลำดับ

“จากการวิเคราะห์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานมีความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ทั้งยังมีรายได้สูงอีกด้วย ดังนั้น จึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักเรียน นักศึกษาในการตัดสินใจเลือกเรียนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และได้รับอัตราค่าจ้างที่สูง โดยเฉพาะสายอาชีพจะมีโอกาสที่หลากหลายในการทำงาน”นายวรานนท์กล่าว

อธิบดี กกจ. กล่าวอีกว่า ผู้เรียนสามารถเลือกออกไปทำงาน หรือ เรียนไปทำงานไปด้วยก็ได้ กล่าวคือเป็นการเรียนที่นำไปใช้ในชีวิตจริงได้เลย เพราะจะได้ทั้งความชำนาญในงานและประสบการณ์จากการทำงานควบคู่กันไป

นายวรานนท์  กล่าวอ้วยว่า อย่างไรก็ตาม นอกจากเลือกเรียนตรงกับตลาดต้องการแล้วยังต้องพัฒนาทักษะของตนเองด้วย เช่น ภาษาต่างประเทศ การใช้เทคโนโลยี เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำให้กับตนเองต่อไป นายวรานนท์ กล่าว

Leave a comment