ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281163
เชือกฉุดชักราชรถคืบหน้า 90%
กรมอู่ทหารเรือ จัดทำเชือกฉุดชักราชรถแล้วเสร็จกว่า 90% คาดเสร็จเดือน ส.ค.ก่อนส่งมอบให้กรมศิลป์ เผยจัดทำ 2 ชุดสำหรับใช้ฝึกซ้อมและใช้พระราชพิธีจริง
การจัดทำเชือกฉุดชักราชรถ ที่รับผิดชอบโดยกรมอู่ทหารเรือ สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นอีกหนึ่งสำคัญในการสร้างความสมบูรณ์แบบและสง่างามแก่ ริ้วขบวนในพระราชพิธีฯ ล่าสุดได้เปิดพื้นที่อาคารขยายแบบ โรงงานต่อเรือเหล็กกองโรงงาน อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือให้นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมคณะผู้บริหาร เยียมชมการจัดทำเชือกฉุดชักราชรถ เดินทางเยี่ยมชมโดยมี พล.ร.ท. ทินกร ตัณฑากาศ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพเรือ ให้การต้อนรับและนำชม
เชือกฉุดชักราชรถที่จัดทำเสร็จเรียบร้อย
พล.ร.ท. ทินกร กล่าวว่า กรมอู่ทหารเรือ ได้ถวายงานจัดทำเชือกฉุดชักราชรถและการติดตั้งนั่งร้านสำหรับการบูรณะราชรถ ราชยาน ในงานพระราชพิธีฯ สำหรับครั้งนี้การทำเชือกฉุดชักราชรถ แบ่งออกเป็น 2 ชุดคือ คือชุดสำรอง ใช้ในการฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถ และชุดจริงสำหรับงานพระราชพิธีฯ จริง และจัดทำขึ้นใหม่เพื่อใช้สำหรับราชรถ 6 องค์ และเกรินบันไดนาค ดังนี้ 1.พระมหาพิชัยราชรถ หมายเลข 9780 เชือกหน้าชนิด 43 ห่วง พลฉุดชัก 43 คน จำนวน 4 สาย ยาวสายละ 40.25เมตร เชือกหลังชนิด 22 ห่วง พลฉุดชัก 22 คน จำนวน 2 สายยาวสายละ 22.40 เมตร 2.เวชยันตราชรถ หมายเลข 9781 เชือกหน้าชนิด 43 ห่วง พลฉุดชัก 43 คน จำนวย 4 สาย ยาวสายละ 40.25 เมตร เชือกหลังชนิด 22 ห่วง พลฉุดชัก 22 คน จำนวน 2 สาย ยาวสายละ 22.40 เมตร
พล.ร.ท.ทินกร กล่าวต่อว่า 3.ราชรถน้อย หมายเลข 9782 หมายเลข9783 และหมายเลข 9784 เชือกหน้าชนิด 14 ห่วง พลฉุดชัก 14 คน จำนวน 4 สาย ยาวสายละ 17.40 เมตร เชือกหลังชนิด 9 ห่วง พลฉุดชัก 9 คน จำนวน 2 สาย ยาวสายละ 11.65 เมตร 4.ราชรถรางปืน เชือกหน้าชนิด 14 ห่วง พลฉุดชัก 15 คน จำนวน 2 สาย ยาวสายละ 13.50 เมตร 5.เกรินบันไดนาค เชือกหน้าชนิด 5 ห่วง พลฉุดชัก 5 คน จำนวน 2 สาย ยาวสายละ 8.60 เมตร และเชือกหลังชนิด 1ห่วง พลฉุดชัก 1 คน จำนวน 2 สาย ยาวสายละ 8.60 เมตร
ในส่วนของการจัดทำเชือกชุดสำรอง ได้ส่งมอบให้กรมสรรพาวุธ ทหารบก เพื่อนำไปใช้ในการฝึกซ้อมฉุดชักราชรถเรียบร้อยแล้ว ส่วนเชือกชุดจริง อยู่ระหว่างดำเนินการคืบหน้าไปแล้วประมาณ 80-90% กำหนดเสร็จต้นเดือนสิงหาคมนี้ จากนั้น จะส่งมอบเชือกชุดจริงให้กรมศิลปากร 2 สัปดาห์ ก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ปลายเดือนตุลาคม 2560
“การจัดทำเชือกฉุดชักราชรถครั้งนี้ กรมอู่ทหารเรือมีการปรับวัสดุที่ใช้ในการทำเชือกเฉพาะในส่วนของพระมหาพิชัยราชรถ จากเดิมที่ใช้ชนิด “เปอร์ล่อน” มาเป็นชนิด “มะนิลา” หรือ ป่านมะนิลา เนื่องจากพระมหาพิชัยราชรถมีน้ำหนักมาก กรมสรรพาวุธจึงกำหนดให้ใช้เชือกมะนิลา ซึ่งเป็นเชือกที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ มีความเหนียว ความแข็งแรง และไม่มีความยืดหยุ่น เพื่อให้ระยะเชือกไม่มีความเปลี่ยนแปลง ส่วนราชรถองค์อื่น ๆ ยังใช้เชือกเปอร์ล่อน เช่นเดิม การจัดทำครั้งนี้ใช้ช่างจากกรมอู่ทหารเรือที่มีความชำนาญในการดำเนินการทั้งหมด”พล.ร.ท.ทินกร กล่าว
นายอนันต์ กล่าวว่า เมื่อการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ราชยานเสร็จเรียบร้อย ก็จะนำเชือกฉุดชักราชรถเข้าไปใช้เพื่อฝึกซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ในพื้นที่จริง ซึ่งในรายละเอียดต่างๆกรมศิลปกร ได้ร่วมกับกรมอู่ทหารเรือดำเนินต่อเนื่อง ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถแต่ละองค์นั้นคืบหน้าไปมาก โดยพระมหาพิชัยราชรถแล้วเสร็จไปกว่า 70% ส่วนราชรถน้อย เริ่มปิดทองประดับกระจก มีความคืบหน้ากว่า 50%
อย่างไรก็ตาม เมื่อการทำงานแต่ละส่วนเรียบร้อย กรมศิลปากรจะรายงานให้ที่ประชุม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพฯ ทราบ และประสานกับทางพราหมณ์ในการดูฤกษ์ยาม เพื่อเตรียมการจัดพิธีบวงสรวงราชรถ ราชยานก่อนการฝึกซ้อม ในช่วงเดือนกันยายน ต่อไป
ด้าน พ.ต.สิทธิศักดิ์ ศรีนวลดี สังกัดกองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ (กรสย.) ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพวุธ (ศซส.) กรมสรรพาวุธทหารบก ในฐานะหัวหน้าครูฝึกฉุดชักราชรถ กล่าวว่า เชือกฉุดชักถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการฉุดชักราชรถ ที่ต้องมีความแข็งแรงคงทน ยืดหยุ่นน้อยเพื่อให้มีความสัมพันธ์กับระยะความตรงของแถว และ ความตรงของหน้าตับ หรือแถวด้านหน้า ซึ่งเมื่อมองในภาพรวมทั้งด้านหน้าและด้านข้าง พลฉุดชักจะต้องยืนเรียงอยู่ระนาบเดียวกันเพื่อความสง่างามของริ้วขบวน
สำหรับการฝึกซ้อมพลฉุดชักราชรถ นั้นมีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก โดยได้มีการฝึกปฏิบัติในท่าต่าง ๆ เกือบครบแล้ว ทั้ง ท่าตรง ท่าเดิน ท่าหยิบเชือก ท่าวางเชือก ท่าถวายบังคม ท่าเดิมตามปกติ ท่าหยุดจากการเดิน เหลือเพียงท่าเดินประกอบเพลงพญาโศกลอยลม เน้นดูความพร้อมเพื่อความแข็งแรงและสง่างามของร่างกาย ในส่วนของกำลังพลมีการปรับตัว และเริ่มชินกับสภาพอากาศที่ความเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องถือว่ากำลังพลมีกำลังใจค่อนข้างดี
ทั้งนี้ กรมสรรพาวุธฯ มีกำหนดจะนำพลฉุดชัก ซึ่งฝึกอยู่ในพื้นที่ภายในกรมสรรพาวุธฯ และ กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง จังหวัดสระบุรี มาฝึกร่วมกันที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ประมาณวันที่ 20 มิถุนายน โดยวางเป้าหมายว่าจะฝึกร่วมกันที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ประมาณ 20 ครั้งก่อนร่วมขบวน ซ้อมย่อยและ ซ้อมใหญ่ในพื้นที่จริง เพื่อเตรียมความพร้อมวันพระกอบพระราชพิธีจริงวันที่ 26 ตุลาคม




