ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/280595
เปิดมุมมอง”ลูกเจ้าสัว”เชื่อการตลาดพลิกระบบการศึกษาไทย
“ศุภชัย” หนึ่งในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษ า แนะใช้กลไกทางการตลาดเปลี่ยนระบบการศึกษาไทย
“ส่วนตัวเชื่อมั่นในกลไกตลาด เมื่อมีโอกาสมาเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการอิสระฯ จะนำความเชื่อกลไกตลาดเพื่อการเปลี่ยนแปลงการศึกษา” นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏฺิรูปการศึกษา ร่วมกับนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ นัดแรก
ตามรายชื่อคณะกรรมการอิสระ25คนดูแล้วมีตัวแทนจากภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ๆไม่ว่าเป็น นายศุภชัย เจียรวนนท์กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
กล่าวถึง “นายศุภชัย. เจียรวนนท์. จากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทายาทเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์” เคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการโครงการโรงเรียนประชารัฐ
นาทีนี้สังคมต่างจับตามองว่า วันนี้เขามาบทบาทนี้จะน่าติดตามมากน้อยแค่ไหน
โดย ก่อนหน้านี้ นายศุภชัย เคยพูดเรื่องการศึกษากับทีมเศรษฐกิจในเครือเนชั่นเมื่อปี 2559 กับแนวคิดและแนวทางในการผลักดันการศึกษา ว่า การจะพลิกระบบการศึกษาในบ้านเรา สิ่งที่ต้องเริ่มต้นก่อนคือ เรื่องของความโปร่งใส ปัจจุบันระบบการศึกษา 3 หมื่นโรงเรียนดูแลโดยภาครัฐ และมีงบประมาณถึง 5.1 แสนล้านบาทต่อปี แต่พบว่ายังขาดในเรื่องความโปร่งใส ขาดการเปรียบเทียบ และมองว่าคนที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาได้ก็คือครูใหญ่ของโรงเรียน ที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกกระดานนี้
คนทั่วประเทศอยากช่วย เพราะทุกคนตระหนักดีว่า การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป
นายศุภชัย กล่าวว่า แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าโรงเรียนนี้เป็นอย่างไร ถ้าไม่มีการบอกกล่าว ไม่มีข้อมูล ไม่รู้ว่าโรงเรียนนี้ยังขาดเรื่องอะไร และยังต้องการค่าใช้จ่ายในเรื่องอะไร หรือผลที่ออกมาเป็นอย่างไร มีการใช้จ่าย และมีวินัยอย่างไร ซึ่งจุดเริ่มต้นที่สำคัญคือ ความโปร่งใส ตามมาด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน และเงินทุน ดังนั้นตัวครูใหญ่จึงจะเป็นกลไกการขับเคลื่อนที่สำคัญ แต่นอกจากที่เขาจะได้รับการสนับสนุนแล้ว ขณะเดียวกันก็จะต้องถูกประเมินด้วย ซึ่งจะเป็นการประเมินทั้งจากรัฐและจากชุมชนเอง
ที่ต้องกล่าวถึงเรื่องความโปร่งใสก็เพื่อที่ว่า ภาคธุรกิจที่ต้องการเข้าไปบริจาค หากสามารถเข้าถึงข้อมูลในเรื่องการใช้จ่ายของทางโรงเรียนได้รู้ว่าทำอะไร อยู่ หรือรู้ว่าเงินที่ได้ไปนำไปใช้ทำอะไร อีกทั้งยังได้เห็นสิ่งที่เกิน หรือสิ่งที่ยังขาดได้ และเมื่อเอกชนมีความมั่นใจเขาก็จะกล้าเข้าไปช่วยสนับสนุน เงินก็จะไหลเข้าสู่ระบบการศึกษาได้มากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ การเข้าไปมีส่วนร่วมของชุมชน การมีส่วนร่วมของพ่อแม่ เพราะพวกเขาอยากให้ลูกหลานเข้าเรียนในโรงเรียนที่ดีอยู่แล้ว จะต้องมีส่วนช่วยผลักดันโรงเรียนของลูกหลานตัวเอง ซึ่งจะต้องเริ่มจากความโปร่งใสเช่นกัน แล้วจึงจะมีทุนจากชุมชนเข้าไปด้วย
การพัฒนาด้านการศึกษาต้องยอมรับได้หากจะมีผู้นำมาจากต่างประเทศด้วย อีกประเด็นคือ ในเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการจะต้องมาเขียนตำราเรียนใหม่ แต่จะหมายถึงการเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอน จากวันเวย์ เป็นทูเวย์ คือจากการสอนให้นักเรียนท่องจำและเข้าใจ เป็นการให้นักเรียนตั้งคำถาม โดยมีครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียน ซึ่งครูจะมีหน้าที่ในการมองหา และดึงศักยภาพของนักเรียนเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เด็ก
มีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางของการศึกษาในอาเซียน”
“แนวทางการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในอาเซียนปลายทางของการศึกษาจะไปจบที่การวิจัย และการที่เอกชนสามารถนำงานวิจัยของนักวิจัยนั้นไปใช้ได้ ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำคือ เราจะต้องรู้ก่อนว่า การวิจัยในเชิงเทคโนโลยีที่เป็นอนาคตของโลก มีอยู่ 4 ด้าน ได้แก่ 1.ไบโอ เทคโนโลยี 2.ดิจิทัล เทคโนโลยี 3.โรบอติก และ 4.นาโน เทคโนโลยี”นายศุภชัย กล่าวว่านั่นคือเทรนด์ของโลกในอีกกว่า 10 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม แผนจะบรรลุได้ตามเป้าหมายนหมายถึงว่าจะต้องเริ่มลงทุนและให้แรงจูงใจในการลงทุนในทันที โดยในส่วนของภาคเอกชนทุกคนรู้และตระหนักดีว่า นี่คือปัญหาของประเทศ
