ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/280376
เลือกตัวจริงเลขาธิการ“สกสค.-คุรุสภา” ล่ม!!
“ธีระเกียรติ” ยกเลิกสรรหา “เลขาธิการสกสค.-คุรุสภา” ชี้มีข้อครหาคุณสมบัติ ขัดกม. สรรหาใหม่ทำเกณฑ์เองและคัดให้ครบ 3 ตำแหน่งตามคำสั่งหัวหน้า คสช.
ผิดความคาดหมายจากเดิมที่เวลา 16.00 น.วันที่ 1 มิถุนายน คณะกรรมการการคุรุสภา และคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งทั้ง 2 คณะมีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน จะพิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสม ตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภาจาก 3 รายคือนายกมล ศิริบรรณอดีต รองปลัดศธ.นายเพิ่ม หลวงแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนหนองเรือ จ.ขอนแก่น และนายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา
และพิจารณาผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. จาก 3 รายเช่นกันคือดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัด ศธ.ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการสกสค.นายสมมาตร์ มีศิลป์ อดีตผู้อำนวยการองค์การค้าของสกสค. และสันติ รุ่งสมัย อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)เพชรบุรี เขต 2 ตำแหน่งละ1คน ผลปรากฏว่า นพ.ธีระเกียรติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมจึงมีมติยกเลิกการสรรหาเลขาธิการทั้ง2ตำแหน่ง และมีมติให้ดำเนินการสรรหาใหม่ โดยหลักเกณฑ์ที่มีความเป็นธรรม โปร่งใสและได้คนที่ตรงตามวัตถุประสงค์เนื่องจากมีข้อร้องเรียนกรณีคุณสมบัติของผู้สมัครทั้ง 2 ตำแหน่งค่อนข้างมาก ประกอบกับขั้นตอนการสรรหาอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นพ.ธีระเกียรติ อธิบายว่า ในการสรรหาครั้งใหม่นั้นจะยึดตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที17/2560เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่17/2558ที่ระบุไว้ในข้อ2วรรคสองว่า ในกรณีที่เห็นสมควร รมว.ศึกษาธิการ อาจให้คณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการ สกสค. ตามคำสั่งนี้ แล้วแต่กรณีดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งเลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการสกสค. และผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ของสกสค. ตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามที่รัฐมนตรีว่าการศธ. กำหนด
“การยกเลิกการสรรหารครั้งนี้ถือว่าดำเนินการได้ ไม่กระทบสิทธิผู้สมัคร อีกทั้งกระบวนการคัดเลือกยังไม่สิ้นสุด คืออยู่ระหว่างการพิจารณาทางปกครอง เพราะฉะนั้น เมื่อดำเนินการสรรหาใหม่ผู้สมัครเดิมที่มีคุณสมบัติครบ ก็สามารถสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาใหม่ได้”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
สำหรับการสรรหาครั้งใหม่นี้จะดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้า คสช. คือสรรหาให้ครบทั้ง3ตำแหน่ง คือ เลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการ สกสค.และผู้อำนวยการองค์การค้าฯ โดยจะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาและแต่งตั้ง ทั้ง3ตำแหน่งด้วยตนเอง ส่วนจะให้คณะกรรมการสรรหาชุดเดิมทำหน้าที่คัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเช่นเดิมหรือไม่นั้น คงต้องตัดสินใจใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นอกจากข้อร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติ และข้อกฎหมายแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องยกเลิกการสรรหาครั้งนี้ ในส่วนของการประชุมพิจารณาเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. นั้น กรรมการสรรหาตัวจริง ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อลงคะแนนเสียงคัดเลือกผู้เหมาะสมได้ โดยให้เหตุผลว่า เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียง อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการฟ้องร้องกับผู้ได้รับการเสนอชื่อรายหนึ่ง จึงส่งตัวแทนมาร่วมประชุม ซึ่งตามกฎหมาย ตัวแทนไม่สามารถออกเสียงแทนได้
“ครั้งนี้มีผู้สมัครน้อยมาก คณะกรรมการฯซึ่งมีสิทธิเสนอชื่อทั้ง2ตำแหน่ง ก็เสนอชื่อมาน้อย เช่น เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งทำหน้าที่ดูแลครู ก็ไม่เสนอชื่อใครเข้ารับการสรรหา ต่างจากเมื่อครั้งสรรหารองเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งผมกำหนดเกณฑ์เอง เปิดกว้างทำให้มีคนมาสมัครมากถึง70คน สามารถคัดเลือกคนที่มีคุณภาพทำงานได้ และไม่มีข้อครหา แต่ครั้งนี้ตัวเลือกน้อย จึงอาจทำให้การคัดเลือกคนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งหน่วยงาน เช่น สกสค. อยากได้คนที่เก่งเรื่องการดูแลเรื่องสวัสดิการ มีความรู้เรื่องการบริหารกองทุน ส่วนคุรุสภา อยากได้คนที่ มีจิตวิญญาณ มาจากวิชาชีพครูและเป็นที่ยอมรับของครู องค์การค้าฯ ก็อยากได้คนที่มีความรู้ด้านธุรกิจ ดังนั้นการสรรหาครั้งใหม่ ผมจะไปหารือกับผู้ที่ความรู้ในแต่ละด้าน เพื่อให้คัดเลือกคนได้ตรงสเปกขององค์กร”นพ.ธีระเกียรติกล่าว
