ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/281183
CONNEXT ED เดินหน้าสานพลังประชารัฐ
การประชุมเชิงปฏิบัติการCONNEXT EDครั้งที่3 จะช่วยเตรียมความพร้อมให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้นำแผนพัฒนาไปใช้ในโรงเรียนประชารัฐให้เกิดความสำเร็จได้จริง
โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (CONNEXT ED) ครั้งที่ 3 มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเพิ่มพูนทักษะและเสริมองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ให้แก่เหล่าผู้นำรุ่นใหม่ (School Partners) ของทั้ง 12 องค์กรผู้ร่วมก่อตั้งกว่า 600 คน ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการศึกษาไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
โดยมี หม่อมหลวงปริยดา ดิศกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้แทนหัวหน้าทีมภาครัฐ โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ พร้อมด้วยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ / ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ประธานมูลนิธิวิมุตตยาลัย มาร่วมแสดงธรรมเทศนาสะท้อนคุณค่าของการทำหน้าที่เพื่อสังคมของ School Partners (SP) แนวทางการนำแผนพัฒนาที่ได้รับการอนุมัติไปใช้ปฏิบัติจริงให้เกิดความสำเร็จอย่างยั่งยืนในโรงเรียนประชารัฐ วิธีการใช้สื่อและอุปกรณ์โรงเรียนประชารัฐ ตลอดจนการสร้างแรงบันดาลใจ และเทคนิคการสร้างภาวะผู้นำโดยได้วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้อย่างเต็มที่
ม.ล.ปริยดา กล่าวถึงสถานการณ์ของการศึกษาไทยว่า กระทรวงศึกษาธิการมีโรงเรียน 30,000 กว่าโรง ต้องดูแลเด็กนักเรียน 12 ล้านคน โดยมีครูเพียง 4 แสนคนจึงเป็นภาระหนักหน่วงของคนในวงการการศึกษา ซึ่งระบบการศึกษาปฏิรูปอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องปฏิวัติสู่ความเป็นประชารัฐ เพราะหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการหรือรัฐบาลเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ
แต่ต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และเมื่อมีโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน “CONNEXT ED” ซึ่งเป็นการสร้างผู้นำอาสาสมัครที่ลงพื้นที่ให้ช่วยดูว่าโรงเรียนประชารัฐขาดอะไรบ้าง นับเป็น “แขนขา” ทำให้การศึกษาไทยมีทิศทางสดใสขึ้นอย่างยิ่ง ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้จะกลายเป็นแม่เหล็กและกระตุ้นให้เกิดอาสาสมัคร มาช่วยพัฒนาเด็ก และสร้างคนคุณภาพแบบก้าวกระโดด”
ส่วนความสำคัญของผู้นำจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่การศึกษาไทยได้มากน้อยเพียงใดนั้น นายศุภชัย ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน กล่าวว่า สิ่งที่เหล่า SP ของทั้ง 12 องค์กรได้ดำเนินการมาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เชื่อมั่นได้ว่าได้เรียนรู้อะไรมากมาย และสะท้อนให้เห็นว่าทุกคนต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ นับเป็นการพัฒนาตัวเอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ในขณะเดียวกัน การจะพัฒนาเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง ต้องทุ่มเท ใช้เวลา เอาใจเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้เกิดผลและสามารถเห็นทิศทางในการช่วยเหลือโรงเรียนต่อไปได้ โดยอาศัยแรงขับเคลื่อน อย่าละความตั้งใจที่มี ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรก็ตาม เจอคำสบประมาทก็ต้องอยู่ให้ได้ เพราะหากไม่มีอุปสรรค คงไม่เกิดผลสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้
นอกจากนี้ ยังกล่าวเสริมว่า การเรียนรู้ ต้องมองว่าถ้าจะสนับสนุนโรงเรียนให้เกิดผลลัพธ์ ต้องมี Learning Center ทำอย่างไรที่จะเชื่อมโยงให้เยาวชนมีบทบาทการเรียนรู้ วิสัยทัศน์ และวิชาชีพไปด้วยกัน ซึ่ง “เอกชน” เป็นสถาบันที่มีองค์ความรู้ มีบทบาทในระบบเศรษฐกิจ ตลาด และสังคม มีเครื่องมือ วัฒนธรรมองค์กร ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กมีวิสัยทัศน์ ต่อยอดความรู้ และมีจุดยืนในสังคมได้”
ทั้งนี้ ในบรรดาผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน “CONNEXT ED” กว่า 600 คน จาก 12 องค์กรผู้ร่วมก่อตั้ง ได้แก่ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ กลุ่มเซ็นทรัล บมจ. ซีพี ออลล์ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร กลุ่มมิตรผล บมจ.ปตท. บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ บมจ.ไทย ยูเนี่ยนกรุ๊ป และบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้มีตัวแทน SP มาเล่าถึงโอกาสที่ตนได้รับและถ่ายทอดให้แก่โรงเรียนต่างๆ
“โครงการนี้ เปลี่ยนความตั้งใจเป็นความมุ่งมั่น” พชร ชัยอารีย์กิจ ตัวแทนจาก กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ทีมกลุ่มเซ็นทรัล รับผิดชอบในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ เมื่อได้ลงพื้นที่และเก็บข้อมูลจากโรงเรียนต่างๆ พบว่าทุกโรงเรียนต้องการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ ให้สามารถสื่อสารได้กระบวนการเรียนการสอนแบบใหม่ที่สามารถนำไปถ่ายทอดแก่เด็กได้ เมื่อเล็งเห็นถึงความต้องการและปัญหาต่างๆ
จึงได้จัดโครงการ English Teacherอบรมให้ครูได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ที่ไม่ใช่เพียงแต่สอนไวยากรณ์ แต่รวมถึงการฟัง พูด อ่าน เขียน นำไปสู่การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบใหม่ ทำให้ทุกคนได้เกิด ไอเดีย สร้างสื่อใหม่ๆ ที่เหมาะกับการเรียนการสอน เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน
“ทุกครั้งที่ลงพื้นที่คือกำลังใจให้เดินหน้า” ฐิติพล สุขะตุงคะ ตัวแทนจากบมจ. ปูนซีเมนต์ไทย กล่าวว่า การลงพื้นที่ของแต่ละโรงเรียน ย่อมมีทั้งปัญหาและอุปสรรค ซึ่งกลุ่มของเขาก็เจอปัญหาเช่นกัน ผู้บริหารโรงเรียนไม่เข้าใจถึงเหตุผลของโครงการ
แต่เขาก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคยิ่งได้เห็นรอยยิ้มของเด็ก เห็นแววตา เห็นความสุข และความเชื่อมั่นว่าจะได้รับการพัฒนาคุณภาพด้านการศึกษา ยิ่งทำให้มีพลังใจที่จะทำงานในโครงการให้สำเร็จ และตอนนี้ก็สามารถจัดทำแผนการพัฒนาโรงเรียนโดยได้รับความร่วมมือจากผู้อำนวยการ ครู และเด็ก
โครงการ CONNEXT ED ได้จัดให้มีการอบรม บ่มเพาะให้เรามีศักยภาพ ความพร้อม และเข้าใจระบบการศึกษา และเรียนรู้วิธีการที่ทำให้เกิดความร่วมมือกับผู้บริหารโรงเรียน ครู และคนในชุมชนได้ CONNEXT ED เป็นโครงการที่ดีมาก อยากให้จัดต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ภาคเอกชนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบการศึกษาให้แก่เด็กไทย
