ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/287974
1 เดือนคกก.อิสระฯจัด5ทีมอนุฯลุยปฏิรูปการศึกษา
กว่า 1 เดือนคณะกรรมการอิสระฯ ตั้งอนุ 5 ชุดรับผิดชอบงานตามภารกิจ ตั้งเป้าจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปการศึกษาที่ชัดเจน
นับแต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา จำนวน 25 ราย ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 261 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 โดยมี ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน กรรมการทั้ง 24 ราย มาจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯ มีหน้าที่ดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ ตลอดจนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย ตามกรอบเวลาทำงาน 2 ปี
อย่างไรก็ตาม 5 ภารกิจหลักสำคัญที่กำหนดไว้ชัดเจน ได้แก่ 1.ศึกษาและเสนอแนะต่อ ครม.เพื่อกำหนดนโยบาย แนวทางและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 2.ศึกษาและเสนอแนะกลไก และระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ปกรอบวิชาชีพครู และอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรม ในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู
3.ศึกษาและเสนอแนะแนวทาง หลักเกณฑ์และวิธีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ เพื่อให้ผู้เรียนๆ ได้ตามความถนัด 4.ศึกษาและเสนอแนะแนวทาง หลักเกณฑ์และวิธีการปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการปฏิรูปการศึกษา โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ และ 5.ร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการจัดการศึกษา
ความก้าวหน้าที่เห็นได้ชัดในช่วงเวลากว่า 1 เดือนมานี้ คือ คณะกรรมการอิสระฯ ได้แบ่งกลุ่ม 5 กลุ่มและตั้งคณะอนุกรรมการตามภารกิจ ดังนี้ คณะอนุกรรมการเด็กเล็ก คณะอนุกรรมการกองทุน คณะอนุกรรมการครู คณะอนุกรรมการการจัดการเรียนการสอน และคณะอนุกรรมการโครงสร้าง ซึ่งแต่ละกลุ่มจะต้องไปประชุมหารือการทำงานตามภารกิจ ขณะเดียวกัน ก็จะมีการเชิญบุคคลภายนอกมาร่วมเป็นกรรมการ
ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของคณะกรรมการฯ คือ การจัดทำข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ให้ชัดเจนมากขึ้น โดยช่วงที่ผ่านมาได้เริ่มเดินสายรับฟังความคิดเห็น รวบรวมข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่างๆ รวมถึงมีแผนที่จะนำบทเรียน ข้อจำกัดที่ได้รับจากการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา เป็นข้อมูลในการวางแผนและกำหนดทิศทางการปฏิรูปการศึกษาคราวนี้ เพื่อให้เกิดคุณภาพ และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
