ขอเป็น “ศพ”สุดท้าย ได้มั้ย ??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290900

ขอเป็น “ศพ”สุดท้าย ได้มั้ย ??

ทำไมต้องตีกัน, ต้องเอาจริง, เด็กตีกัน, แก้, มาตรการแก้ปัญหา, อยากให้เป็นศพสุดท้าย, ขอเป็น, ศพสุดท้าย, ได้มั้ย, ทะเลาะวิวาท, สปท, มทร

“ทะเลาะวิวาท”เป็นค่านิยมพฤติกรรมส่วนตัวแต่ละคน รุ่นพี่อาจจะมีส่วนบ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งการแก้ปัญหานี้ทุกฝ่ายต้องร่วมกันใช้มาตรการเข้มข้น

      อยากให้เป็นศพสุดท้าย!! คำพูดที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้งจากพ่อแม่ ครอบครัวที่ต้องสูญเสียลูกหลาน จากการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา ค่านิยมผิดๆ ที่ต่อให้ต้องแลกด้วยอนาคต ก็พร้อมจะแสดงความรักร่วมพี่ร่วมน้องสถาบัน ต้องตีรัน ฟันแทงกับคู่อริต่างสถาบันที่ถ่ายทอดกันมารุ่นต่อรุ่น

     เด็กตีกัน ดูจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาของการศึกษาไทยที่ไม่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามหามาตรการป้องกัน ล้อมคอกมากขนาดไหน ก็เหมือนเสือกระดาษที่ไม่สามารถแก้ได้จริง เพราะภาพเด็กตีกันทั้งระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษายังคงมีให้เห็นทุกปี..

       ล่าสุด ในช่วงวันสถาปนา สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (สปท.) ครบรอบ 85 ปี เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2560 บริเวณสกายวอล์คใกล้ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ได้เกิดเหตุปะทะกันระหว่างนักศึกษาปทุมวัน และนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต

      ทำไมต้องตีกัน?? ศิษย์เก่าปทุมวัน รุ่น 59 เล่าว่า เหตุทะเลาะวิวาทของนักศึกษา 2 สถาบันนั้น มีมานานแต่ปัจจุบันถือว่าลดน้อยลงมาก ในอดีตเดินห้างยังต้องคนละชั้น บางทีอยู่ป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัยของตัวเองอาจถูกทำร้ายได้ อย่าง เกือบ 20 ปีที่แล้วยืนอยู่หน้าสถาบันฯ ก็ยังถูกรุมตี จนทำให้เพื่อนคนหนึ่งเสียชีวิต เมื่อเกิดเหตุสิ่งที่ทุกคนต้องทำ คือ เอาตัวรอดและปกป้องตัวเองให้ได้

     เพราะไม่มีคนนอกที่เห็นเหตุการณ์มาช่วยพวกเราอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ นักศึกษาที่ก่อเหตุคงไม่ได้รุนแรงจนต้องยกพวกมาตีถึงสถาบัน และการทะเลาะวิวาทก็มีแค่บางกลุ่มเท่านั้น

 ขอเป็น "ศพ"สุดท้าย ได้มั้ย ??

        “คาดว่ามีไม่ถึง 0.5% ของนักศึกษาปทุมวันหรืออุเทนถวายที่เข้ามาเรียนในสถาบันแล้วอยากก่อเหตุทะเลาะวิวาท เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพี่ว่าน่าจะเป็นสถานการณ์เผชิญหน้าคงไม่มีใครมาดักรอเพื่อตีกัน ดังนั้น มาตรการป้องกันแก้ปัญหาทะเลาะวิวาทที่หน่วยงานต่างๆ กำหนดเชื่อว่าช่วยได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากเวลาต้องเผชิญหน้ากันต่างฝ่ายต่างปะทะกัน และหาทางเอาตัวรอดไม่ได้มองอะไร ยิ่งไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือไม่มีใครโวยวายให้พวกเขาฉุกคิด หรือหยุดยั้งก่อนที่จะเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้น”

       การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ นอกจากปรับเปลี่ยนความคิด ค่านิยมของเด็กแต่ละคน บางคนอาจมองเรื่องศักดิ์ศรี ความเป็นคนละสถาบัน และใช้มาตรการต่างๆ อย่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดโซน ไม่สวมใส่เสื้อสถาบันอาจช่วยได้ เพราะจริงๆ เวลาเกิดเรื่อง ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รู้จักกันส่วนตัว

     แต่เห็นว่าต่างสถาบันจึงทะเลาะกันแล้ว ผู้คนและสังคมต้องร่วมด้วยช่วยกัน หากเห็นว่าจะเกิดการปะทะ ทะเลาะวิวาทของเด็กต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือตะโกนดังๆ ช่วยกันหลายคนเพื่อเตือนสติเด็ก ทำให้พวกเขาไม่กล้าก่อเหตุ และที่สำคัญช่วงเทศกาล วันสำคัญของแต่ละมหาวิทยาลัยต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลร่วมด้วย

 ขอเป็น "ศพ"สุดท้าย ได้มั้ย ??

      ศิษย์เก่าปทุมวัน รุ่น 59 กล่าวต่อไปว่า เด็กมหาวิทยาลัยที่ตีกันไม่ได้เป็นความคึกคะนอง หรือความห้าว แต่เป็นค่านิยมของแต่ละคนมากกว่า บางคนตามรุ่นพี่ ตามเพื่อน หรือพฤติกรรมส่วนตัว อยากฝากเด็กรุ่นใหม่ตอนนี้ หมดยุคของการตีกันแล้ว และอย่าอ้างว่ารักสถาบัน เพราะการรักสถาบันแสดงออกได้หลายทาง ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกัน อีกอย่าง ควรจะมุ่งมั่น ตั้งใจเรียนให้จบ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้แก่สถาบันและตัวเอง อย่าฝั่งใจรักสถาบันด้วยการยึดเหนี่ยวเรื่องแบบนี้ เพราะเมื่อพลาดทำให้มีบาดเจ็บ เสียชีวิต มันไม่คุ้มค่ากับอนาคตที่เสียไป

       ขณะที่ ศิษย์เก่าปทุมวันอีกรายหนึ่ง เล่าเสริมว่า การปลูกฝังจากรุ่นพี่ก็มีส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมดเพราะรุ่นพี่ก็มีทั้งดีและไม่ดี ที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวเองมากกว่า บางคนแม้จะเข้าไปเกี่ยวพันกับเหตุทะเลาะวิวาทก็มีทั้งถูกกระทำ หรือถึงจะไปทำเขาก็ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาไปหาเรื่องแต่มีเหตุปัจจัย ขณะที่ก็จะมีบางคนใช้ชื่อสถาบันมาเป็นข้ออ้าง ก่อเหตุทำตัวเป็นอันธพาล สร้างผลงาน นำมาอวดอ้าง ทั้งที่ก็รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำไม่ได้เกิดผลดีกับสถาบัน แต่ปัจจุบันปัญหาการทะเลาะวิวาทก็ถือว่าลดน้อยลงไปมาก

       ส่วนตัวก็เคยผ่านเหตุการณ์ทะเลาะวิวาททั้งเป็นฝ่ายถูกกระทำ หรือเกือบจะไปทำเขา ผ่านการสูญเสียเพื่อนเพราะการตีกัน ซึ่งทุกวันนี้มีโอกาสก็จะแนะนำรุ่นน้องชี้ให้เห็นว่าผลเสียจากความคึกคะนอง สุดท้ายสิ่งที่ทำอยู่อาจทำให้ชีวิตของเขาไปจบในคุก

 ขอเป็น "ศพ"สุดท้าย ได้มั้ย ??

       “ที่ผ่านมามีมาตรา44แก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาทก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ดี แต่ถามว่ามีพ่อแม่สักกี่คนที่รู้ว่าต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ วันนี้สื่อสารไปถึงหรือยัง ขณะที่เด็กจะตีกันไม่มีสติมานั่งนึกถึงเรื่องนี้ ส่วนตัวมองว่าจะแก้ไขให้ลดลงได้มาตรการต้องเข้มแข็งทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกคือ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราเข้มข้นในจุดเสี่ยง โดยเฉพาะช่วงที่มีเหตุการณ์ร้อนแรง การจัดกิจกรรมต่างๆเช่น วันสถาปนา ก็จะช่วยสกัดเหตุวิวาทได้ ส่วนภายใน คือ การบังคับใช้มาตรการของสถานศึกษาต้องทำอย่างจริงจัง ผู้บริหารต้องเอาจริง ต้องกล้าลงโทษนักศึกษาทำผิด เด็กก็จะกลัวและต้องไม่ให้ท้ายเด็ก แต่ถ้ากำหนดมาตรการแค่เฉพาะหน้าเพื่อตอบคำถามสังคมก็ไม่มีทางแก้ไขได้ ดังนั้น ถ้ามาตรการภายในทำได้เข้มข้น การก่อเหตุภายนอกจะเป็นเรื่องปลายเหตุ ถ้าไม่สบช่องการก่อเหตุวิวาทก็จะไม่เกิดขึ้น”ศิษย์เก่าปทุมวัน แนะการใช้มาตรการ

Leave a comment