ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/289646
ชี้อบรมครู “เงินทอน” หากจริงขึ้นแบล็คลิสบริษัท
รมว.ศึกษาธิการ ชี้ปัญหาอบรมครู สพค.ได้มีการแก้ไขปัญหาเว็บไซต์ที่รองรับการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แจง “เงินทอน” หากจริง บริษัทโดนแบล็คลิส หรือขึ้นบัญชีดำ
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)มีนโยบายให้สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (สพค.) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.) เปิดให้ครูเลือกเข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา โดยมีการจัดงบประมาณในการอบรม หรือ คูปองให้ครูคนละ 10,000 บาทต่อปี ซึ่งที่ผ่านมามีครูสมัครลงทะเบียนเข้ารับการอบรมเป็นจำนวนมากและเกิดปัญหา การลงทะเบียนไม่สมบูรณ์ ไม่พร้อมรองรับความต้องการของครู และปัญหาอื่น ๆ ตลอดจนมีกระแสข่าวเกี่ยวกับเรื่องบริษัทจัดอบรม มีการทอนเงินให้แก่ใครก็ไม่ทราบนั้น สพค. ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ตนทราบเป็นระยะ
โดยในส่วนของระบบลงทะเบียนรองรับนั้น ทางสพค.ได้มีการแก้ไขปัญหาเว็บไซต์ที่รองรับการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการวางระบบลงทะเบียนทางออนไลน์ ที่ผ่านมาไม่คิดว่าครูจะให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยจากข้อมูลมีการลงทะเบียนเข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่างๆ เกือบ 6 แสนครั้ง
โดยครูบางคนลงทะเบียนเข้ารับการอบรมเกือบ 40 หลักสูตร เหมือนลงเผื่อเลือกไว้ เพราะการให้คูปองเข้ารับการอบรม จะให้ตามปีงบประมาณ โดยให้ค่าอบรมทุกปี ซึ่งในปีงบประมาณ 2560 นี้ เหลือเวลาอีกแค่ 2 เดือน หากใครไม่ลงทะเบียนก็จะถูกตัด และไปเริ่มปีงบประมาณต่อไป เข้าใจว่า ครูต้องการใช้สิทธิ์ที่ควรจะได้รับ
ทั้งนี้สำหรับปีงบประมาณ 2560 ศธ.ได้จัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายให้สพฐ.ใช้ในการอบรมแล้ว ประมาณ 1,500 ล้านบาท รวมถึงยังอนุมัติงบประมาณในการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์เพื่อรองรับความต้องการของครูอย่างเต็มที่
สำหรับเรื่องเงินทอน หากเป็นความจริง ก็หลอกทั้งเรา คือสถาบันคุรุพัฒนาและหลอกทั้งครู ซึ่งข่าวที่ออกมาเป็นข้อมูลที่ดี เพราะแสดงว่า ครูไม่เห็นด้วยกับเรื่องเงินทอน ถ้าเป็นเมื่อก่อน จะไม่รู้เลยว่ามีเงินทอนแต่ตอนนี้ ข้อมูลทุกอย่างจะเปิดเผยต่อสาธารณะ หากทางบริษัททอนเงินให้ครูที่ไปเข้ารับการอบรม เพื่อจูงใจให้ครูเลือกไปอบรมหลักสูตรของบริษัทนั้น ๆ ครูที่ได้รับการติดต่อก็แจ้งข้อมูลทันที
“ซึ่งนอกจากทางบริษัทโดนสถาบันคุรุพัฒนาขึ้นแบล็คลิส หรือขึ้นบัญชีดำและถอนชื่อออกจากการจัดอบรม อีกทั้งยังจะถูกแจ้งความดำเนินคดี ในฐานะให้ข้อมูลเท็จ เช่น ในโครงการเขียนว่า อบรมในราคาหนึ่ง แต่ไปติดสินบนครูให้มาลงทะเบียนอบรมอีกราคาหนึ่ง หากมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะต้องถูกดำเนินการทางวินัยด้วย ”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
