ถ่วงเวลาเลือกตั้ง รอตั้งไข่พรรคทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 ธันวาคม 2560 เวลา 10:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/analysis/politic/531272

ถ่วงเวลาเลือกตั้ง รอตั้งไข่พรรคทหาร

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การเลือกตั้งที่เคยคาดหมายกันว่าจะมีขึ้นในปี 2561 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศไว้นั้นดูเหมือนว่าจะไม่เป็นไปตามนั้นเสียแล้ว

เมื่อปรากฏความเคลื่อนไหวของ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” แกนนำเตรียมจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป และ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตเลขาธิการ กปปส. ที่ขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แก้ไข พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ทั้งๆ ที่กฎหมายดังกล่าวเพิ่งมีผลบังคับใช้มาเพียงไม่กี่เดือน

เพียงแค่การยื่นเรื่องให้ สนช.คงไม่เป็นประเด็นอะไรเท่าไรแต่เรื่องนี้กลับร้อนขึ้นมาทันทีเมื่อทั้ง สนช.และ คสช.รับลูกข้อเสนอของไพบูลย์และสุเทพ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ไม่ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยส่งให้คณะกรรมการศึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งทำหน้าที่ศึกษากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่มี “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธานนำไปพิจารณา

เช่นเดียวกับ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง โดยไม่ต้องเสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่เข้าสู่ สนช. เพียงแต่ต้องดูความเหมาะสมก่อนเป็นสำคัญ

พลิกดูปัญหาของกฎหมายพรรคการเมืองเวลานี้อยู่ที่บทเฉพาะกาลที่กำหนดภารกิจและกรอบเวลาให้พรรคการเมืองต้องดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองให้สอดคล้องกับกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลต่อการส่งผู้สมัคร สส.ลงเลือกตั้งในอนาคต

ที่ผ่านมา พรรคการเมืองทั้งหลายต่างเรียกร้องให้ คสช.แก้ไขคำสั่งของ คสช.ที่ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากเหล่าผู้นำ คสช.ทุกคน โดยอ้างถึงความไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ทางการเมือง จนกระทั่งมาสู่การเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองจากกลุ่มคนที่มีข่าวออกมาว่าเตรียมตั้งพรรคการเมืองเพื่อเตรียมสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกครั้ง

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากติกาของกฎหมายพรรคการเมืองฉบับปัจจุบันนั้นค่อนข้างเข้มงวดพอสมควร

เช่น การจัดตั้งพรรคการเมืองต้องมีผู้ร่วมก่อการไม่น้อยกว่า 500 คน แถมต้องมีทุนประเดิม 1 ล้านบาท จัดหาสมาชิกขั้นต่ำ 500 คน พร้อมกับชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง เป็นต้น แต่ที่เป็นปัญหาหนักที่สุดหนีไม่พ้นการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคประจำจังหวัดภายใน 180 วัน ซึ่งการมีสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองเป็นประเด็นสำคัญ เพราะจะเข้ามาทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัครของพรรคการเมือง หรือการทำไพรมารีโหวต

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดเป็นหลักการสำคัญว่าหากพรรคการเมืองไม่ได้ทำไพรมารีโหวตในเขตเลือกตั้งใด พรรคการเมืองนั้นก็ไม่สามารถส่งผู้สมัคร สส.ในเขตดังกล่าวได้

ประกอบกับเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญทั้งในเรื่องวิธีการเลือกตั้งภายใต้ระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ประหนึ่งให้พรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัคร สส.ลงในเขตเลือกตั้งให้มากที่สุดเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนสำหรับการคำนวณหาจำนวน สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหากได้ สส.ไม่ถึง 5% หรือ 25 คนของจำนวน สส.ทั้งหมด 500 คน จะหมดโอกาสในการเสนอบุคคลเข้าไปชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภา

จากเงื่อนไขที่พันคอทั้งหมด จึงสร้างปัญหาให้กับบรรดามือใหม่ที่จะตั้งพรรคการเมืองพอสมควร โดยเฉพาะการทำไพรมารีโหวตที่มีผลไปถึงสิทธิของการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะกติกาหยุมหยิมเหล่านี้จะทำให้พรรคการเมืองใหม่ป้ายแดงมีโอกาสน้อยที่จะได้ สส.เข้าสภาเพื่อเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำประเทศ

ด้วยเหตุนี้เองถึงทำให้ล่าสุดไพบูลย์ต้องออกมาเสนอต่อให้ประธาน สนช.แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อชะลอการใช้ระบบไพรมารีโหวตออกไปก่อน

“ควรแก้ไขให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก ยกเว้นการบังคับใช้ระบบไพรมารีโหวตไว้ก่อน โดยให้กรรมการบริหารพรรคที่เลือกจากที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกพรรค ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.เขต และบัญชีรายชื่อ และให้ยกเว้นการกำหนดให้พรรคการเมืองต้องมีสมาชิก และจัดตั้งสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจึงส่งผู้สมัคร สส.ได้ เป็นต้น” ไพบูลย์ ระบุ

เหมือนจะเป็นการสอดประสาน รับลูกกันทันที เมื่อปรากฏการประชุม คสช.เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ตัดสินใจใช้มาตรา 44 ขยายเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้ตามกรอบเวลาที่ พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลทำให้พรรคการเมืองใหม่สามารถจองชื่อพรรคการเมือง สรรหาสมาชิก เก็บค่าบำรุงสมาชิกได้ และให้เริ่มประชุมใหญ่ครั้งแรก เพื่อคัดเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคได้ โดยจะต้องขออนุญาต คสช.ก่อน

มาตรา 44 ที่ออกมาครั้งนี้ มิได้หมายความว่าเปิดทางให้ทุกพรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้เต็มตัวแต่เป็นการเอื้ออำนวยให้กับพรรคเกิดใหม่เป็นสำคัญ ขณะที่การปลดล็อก คำสั่งให้พรรคการเมืองทุกพรรคเคลื่อนไหวเต็มตัวต้องรอกฎหมายเลือกตั้งสส.ผ่าน สนช.ก่อน คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน มิ.ย. 2561

นั่นหมายความว่าพรรคการเมืองทั้งหมดจะเริ่มกิจกรรมทางการเมืองได้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 150 วันนั่นเอง

เรียกได้ว่าเปิดไพ่ออกมาทีละใบให้เห็นเนื้อในกันอย่างชัดเจน รอการตั้งไข่พรรคทหารให้เรียบร้อยลงสู้ศึกเลือกตั้งเข็นผู้นำ คสช.ขึ้นสู่อำนาจรอบใหม่ n

 

Leave a comment