สัญญาเริ่มไม่เป็นสัญญา คสช.ยื้อปลดล็อกการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/analysis/politic/523015

สัญญาเริ่มไม่เป็นสัญญา คสช.ยื้อปลดล็อกการเมือง

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์การเมืองไทยเริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้ง ภายหลังเกิดกระแสกดดันให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คลายกฎเหล็กเพื่อให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้

แรงกดดันที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลมาจากสัญญาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้เคยให้ไว้ก่อนงานพระราชพิธีสำคัญ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา

“ยืนยันว่าไม่ต้องการหน่วงเวลาอะไรทั้งสิ้น แต่เดือน ต.ค.เป็นช่วงที่คนไทยทุกคนอยู่ในช่วงเวลาโศกเศร้าอาลัย ขอให้ทุกอย่างอยู่บนสถานการณ์ความสงบ

ในส่วนตรงนี้พูดได้ว่าประมาณเดือน มิ.ย. 2561 จะมีการประกาศวันเลือกตั้งและประมาณเดือน พ.ย. 2561 จะมีการเลือกตั้ง วันนี้มีความชัดเจนขึ้น ขอให้ทุกคน นักการเมือง พรรคการเมืองอยู่ในความสงบ ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณามาตรการผ่อนคลายต่างๆ ด้วย” คำกล่าวยืนยันของ พล.อ.ประยุทธ์ ในเวลานั้น

ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่แปลกที่เมื่อเสร็จสิ้นงานพระราชพิธี บรรดาพรรคการเมืองหลายพรรคจะออกมาขยับกดดันรัฐบาลกันอย่างพร้อมเพรียงในเวลานี้ โดยเฉพาะ 3 พรรคการเมืองใหญ่ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไทย และชาติไทยพัฒนา

แต่ไม่ว่าแรงกดดันจะมากระทบ คสช.อย่างไร คสช.ยังไม่ส่งสัญญาณออกมาว่าจะยอมคลายกฎเหล็กให้กับพรรคการเมืองเมื่อไหร่ ดังจะเห็นได้จากท่าทีของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

“ต้องดูไปตามความเหมาะสม เพราะขณะนี้ยังมีการโจมตีและบิดเบือนกันอยู่ ยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน หากมีความสงบเรียบร้อยก็จะพิจารณา แต่เชื่อว่านักการเมืองจะทำทุกอย่างทันตามกรอบเวลา

ขณะนี้ยังไม่พร้อมเปิดไฟเขียว หรือพิจารณาให้นักการเมืองทำกิจกรรมได้และไม่สามารถบอกกรอบเวลาที่จะเปิดให้ดำเนินกิจกรรมได้ แต่ทั้งหมดจะอยู่ในกรอบเวลา ขณะเดียวกันยังไม่มีแผนที่จะนำเรื่องนี้เข้าหารือในการประชุม ครม.ครั้งถัดไป และยังไม่อนุญาตให้เคลื่อนไหวเกิน 5 คน” การพูดจริงชัดเจนจาก พล.อ.ประวิตร

ไม่เพียงแต่ คสช.ที่ออกมายืนยันถึงการไม่ยอมปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองในเร็วๆ นี้เท่านั้น เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะผู้คุมเนื้อหากฎหมายลูก โดย “สมชาย แสวงการ” เลขานุการวิป สนช. ก็ยังออกมาพูดรับลูก คสช.ด้วยว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการปลดล็อกพรรคการเมืองในช่วงนี้ แต่น่าจะมีการดำเนินการดังกล่าว ภายหลัง สนช.ได้พิจารณากฎหมายเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว.เสร็จสิ้นประมาณเดือนก.พ.-มี.ค. 2561

ความพยายามยื้อการปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองของ คสช.นั้น นับเป็นท่าทีที่มีความน่าสงสัยพอสมควรว่ามีเหตุผลอะไรที่ คสช.ถึงยอมกล้ากลืนน้ำลายทำให้สัญญาไม่เป็นสัญญาแบบนี้ ซึ่งพิจารณาแล้วน่าจะมีปัจจัยอย่างน้อย 3 ประการ

1.คสช.ต้องการใช้จังหวะนี้สร้างผลงาน บรรยากาศการเมืองในขณะนี้ถือว่ามีความสงบและนิ่งพอสมควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์สำคัญมา ทำให้ฝ่ายตรงข้าม คสช.ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่มากนัก

คสช.จึงเห็นว่าควรใช้เวลานี้ที่การเมืองอยู่ในภาวะสงบไร้ความเคลื่อนไหวเร่งสร้างผลงานและการบริหารประเทศ หลังจากต้องเสียรังวัดไปพอสมควรก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความยากจน ซึ่งถูกเพ่งเล็งมาตลอดว่าไม่เอื้อประโยชน์ให้กับคนที่มีรายได้น้อยเท่าไรนัก

2.ต้องการกดดันพรรคการเมืองต่อไป คสช.ทราบดีว่าเมื่อกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้วย่อมจะเกิดแรงกดดันมายัง คสช.เพื่อปลดล็อกพรรคการเมือง แต่ในอีกมุมหนึ่ง คสช.เองก็ไม่ต้องการให้พรรคการเมืองมีพื้นที่ในสนามการเมืองในขณะน้

คสช.ย่อมมองว่าถ้ายังคงกฎเหล็กการเมืองไว้ต่อไป ย่อมช่วยให้ คสช.เป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่วันยังค่ำ แต่หากคสช.ยอมตามที่พรรคการเมืองขอ แน่นอนว่าความสนใจที่สังคมเคยมีให้กับ คสช.จะเบี่ยงเบนมาที่พรรคการเมืองแทน

ต้องไม่ลืมว่านับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าในปี 2561 ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้ง ปรากฏว่าเกิดกระแสตอบรับในทิศทางที่ดี ซึ่งด้านหนึ่งย่อมหมายความว่าต้องการให้ คสช.ลงจากตำแหน่ง ภายหลังบริหารประเทศมาเป็นเวลา 3 ปี

สภาพเช่นนี้ย่อมทำให้บทบาทของ คสช.ลดลง โดยที่ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองจะเข้ามามีบทบาทแทน สภาพนี้ไม่เป็นผลดีต่อคสช.แน่นอน

3.การส่งสัญญาณทางอ้อมว่ายังไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง เรียกได้ว่าเป็นความในใจที่ คสช.เก็บมาตลอด แต่ไม่อาจบอกกับสังคมได้แบบตรงไปตรงมา โดย คสช.มองว่าหากเกิดการเลือกตั้งในระยะนี้ ก็ไม่ช่วยให้การเมืองเกิดความปรองดองและความสงบได้ เนื่องจากมีบางกลุ่มพยายามก่อความไม่สงบทางการเมืองอยู่

ที่ผ่านมา คสช.พยายามใช้เรื่องการปฏิรูปประเทศมาเป็นเหตุผลเพื่อขอชะลอการเลือกตั้งออกไปก่อน แต่กลับถูกย้อนศรด้วยการโต้กลับว่าการปฏิรูปประเทศที่ คสช.ทำมาร่วม 3 ปียังไม่มีความเป็นรูปธรรม จึงสมควรให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาดำเนินการแทน

คสช.จึงต้องนำเรื่องความไม่สงบทางการเมืองมาเป็นเงื่อนไขชะลอการปลดล็อกพรรคการเมือง เพื่อโยนหินถามทางว่าหาก คสช.จะขอต่อเวลาและเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจริง สังคมจะมีความคิดเห็นอย่างไร

ทั้งหมดนี้ คสช.ทำไปเพื่อขอฉันทามติจากสังคมเพื่อชะลอการเลือกตั้ง แต่จะได้รับฉันทามติตามที่ต้องการหรือไม่ คงต้องจับตากันอย่างใกล้ชิด

 

Leave a comment