ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/306361
“บิ๊กตู่” ลั่นไม่ป้อง “บิ๊กป้อม” ปมนาฬิกาหรูเรื่องส่วนตัว
“บิ๊กตู่” ลั่น ไม่ป้อง “บิ๊กป้อม” ปม “นาฬิกาหรู” เป็นเรื่องของเจ้าตัว ดำเนินการเอง พร้อมโชว์นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อไซโก้ บอกแจง ป.ป.ช. หมดแล้ว
19 ธ.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกระแสกดดันพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะเรื่องนาฬิกาหรูว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวของพล.อ.ประวิตร ก็จะมีการดำเนินการด้วยตัวท่านเอง ไม่มีใครไปดูแลหรือปกป้องได้ เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน
“บิ๊กตู่” โชว์นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อไซโก้ บอก แจง “ป.ป.ช.” หมดแล้ว รับรอง ไม่ผิดกม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วพล.อ.ประยุทธ์ สวมนาฬิกายี่ห้อใดขอให้โชว์ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ทำไมต้องโชว์ ก็ใส่อยู่ทุกวัน” จากนั้นนายกฯได้ยกมือข้างซ้ายโชว์นาฬิกาอย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวต่อว่า “ขอร้องอย่าให้เป็นประเด็นเลย ผมก็รู้ว่าควรจะเอายังไงก็เป็นนาฬิกายี่ห้อไซโก ใส่แล้วโก้ไหม เด็กๆผมก็ใส่ไซโก ใส่อะไรก็เหมือนกันทั้งนั้น วันข้างหน้าเอาอย่างนี้หรือไม่ ห้อยนาฬิกาปลุกไว้ที่คอ แล้วค่อยว่ากัน”
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวคะยั้นคะยอให้นายกรัฐมนตรี โชว์นาฬิกาข้อมืออีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธพร้อมระบุว่า ไม่เอาแล้ว ไม่ใส่เกินราคาหรอก ผมมีนาฬิกาหลายเรือนซึ่งได้แจ้งบัญชีทรัพย์ไปกับ ป.ป.ช.ทั้งหมดแล้ว รับรองว่าไม่ผิดกฎหมายแน่
นายกฯ ยังกล่าวถึงการแบ่งการทำงานเพื่อปรับภาพลักษณ์การประชาสัมพันธ์ข่าวของรัฐบาลโดยดึงนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี มาช่วยดูว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะดีหรือไม่ดีและยังไม่รู้ว่าจะทำให้ดีขึ้นหรือเปล่า เพียงแต่ว่าวิธีการนำเสนอจะต้องมีการปรับปรุงและปรับแก้ใหม่ทั้งหมดว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถอธิบายได้ว่า นโยบายต่างๆที่ระบุว่าดีขึ้นนั้นมีผลกระทบอะไรหรือสร้างอะไรให้กับประเทศ เช่น เรื่อง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ คำอธิบายจำเป็นต้องมากขึ้นกว่าเดิม ไม่เช่นนั้นบางครั้งอาจถูกคนนำไปพาดพิงบิดเบือน
“บิ๊กตู่” อารมณ์ดี แซวนักข่าวผมเกรียน ชอบทหารหรือ ปากหวาน บอกใกล้สื่อไม่หนาว ร้อนตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นไม่เคร่งเครียดหรือดุดันเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา โดยช่วงหนึ่งได้มีการกระเซ้าผู้สื่อข่าวชายที่ตัดผมสั้นเกรียนว่า “ทำไมถึงตัดผมสั้น ชอบหรือเพิ่งมาชอบตอนนี้หรืออย่างไร แสดงว่าชอบทหารใช่หรือไม่ เพื่อนกันพวกกัน” อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ ยังคงมีอาการไข้หวัดอยู่ขณะที่แถลงข่าว โดยระบุว่า “ยังเจ็บคอ และไออยู่ แต่ก็เป็นไอ เลิฟ ยู นะ ทั้งนี้ผมยังเป็นหวัด ซึ่งเป็นมา 3 สัปดาห์แล้ว แต่วันนี้ไม่หนาวอุ่นใจเพราะอยู่ใกล้ๆสื่อ ใกล้พวกเราไม่มีหนาวร้อนตลอด เพียงแต่วันนี้เครื่องเย็น 2-3 สัปดาห์แล้ว สบายใจมีความสุขเพราะได้ทำในสิ่งที่ไม่ต้องไปทะเลาะกับใคร ถ้าผมยังต้องทะเลาะกับคน สมองสติปัญญาของผมก็แย่ลง วันนี้ผมก็ใช้เวลาอ่านหนังสืออ่านตำรา อ่านหลักการนำไปสู่การแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง แก้ปัญหาทั้งระบบได้ เพราะการแก้ปัญหาของบ้านเราในวันนี้ที่เรียกว่าการปฏิรูปประเทศจำเป็นต้องแก้ในหลายมิติด้วยกัน ไม่ใช่จะแก้เฉพาะคนยากจนอย่างเดียว ต้องแก้ทั้งสองทาง รวมเศรษฐกิจมหภาคด้วย เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระดับพื้นที่ระดับท้องถิ่น จึงต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบทั้งระดับภาค จังหวัด และกลุ่มจังหวัด”
เตรียม ประชุมครม.สัญจร พิษณุโลก-สุโขทัย แจง ที่เคยบอก ปชช. เลือกตั้ง เลือกคนเหมือนตน เพราะความจริงใจ ใช่ยกตัวว่าเก่ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ก็เตรียมการเดินทางไปประชุม ครม.นอกสถานที่จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก ก็จะถือโอกาสลงไปพบปะพี่น้องประชาชนแต่ก็มีบางท่านออกมากล่าวหาและบิดเบือนคำพูดของตนในการลงพื้นที่ครั้งที่ผ่านมา ที่ตนได้ถามประชาชนว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร และควรต้องเป็นแบบตนหรือไม่ “คำที่พูดว่า ต้องเป็นแบบผมหรือไม่นั้น ผมไม่ได้หมายความว่าผมเก่ง แต่เป็นเรื่องของการพูดด้วยความจริงใจมีข้อเท็จจริงไม่ใช่ยกตัวเอง ผมไม่ใช่คนแบบนั้น กรุณาเอาไปพูดแบบที่ผมพูดทุกคำพูด ไม่ใช่ผมพูด 3 บรรทัดแล้วเอาไปพูดบรรทัดเดียวแล้วเอามาวิจารณ์ไม่สมควร ถือเป็นการวิจารณ์เพื่อการเมืองอย่างเดียวไม่ใช่เรื่องประชาชนอย่างเดียวไปถามประชาชนได้ และผมพูดจากสมอง ความคิด และใจ โดยไม่ได้มีโพยอยู่ที่ว่าผมมองประชาชนอย่างไร ผมไม่ได้แค่มองหน้า แต่มองไปในแววตาประชาชนทุกคนมีความซื่อสัตย์เราเองก็ต้องซื่อสัตย์กับเขาด้วย มีความจริงใจเอาปัญหาไปพูดให้เขาฟัง หลายคนไม่ชอบเอาปัญญาไปพูดแก้ตัว”
อวยพรปีใหม่ ขอให้คนไทยมีความหวัง ขอให้มีเงินทองพอเหมาะพอควร คนรวยทำเพื่อสังคมให้มาก พร้อมฝากแนวพระราโชบาย ร.9-ร.10 แค่เก็บถุงพลาสติกก็ถือว่าทำดีแล้ว
ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ ว่า “สวัสดีปีใหม่ ปีใหม่นี้ขอให้เป็นปีขอให้คนไทยทุกคนมีความหวัง มีส่วนร่วมในอนาคตซึ่งกันและกัน ถือเป็นความหนึ่งเดียวของคนไทยของประเทศ ถือเป็นเป้าหมายหลักของคนไทยทุกคน เพื่อความสุขที่ยั่งยืน ขอให้ทุกคนมีอาชีพ มีรายได้มีเงินทองที่พอเหมาะพอควร มีความเหมาะสมในการดำรงชีวิต เป็นสิ่งที่รัฐบาลคาดหวังและเชื่อว่าเป็นความคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศเช่นกัน ในส่วนของคนรวยก็ต้องทำดีเพื่อสังคมให้มากขึ้น เสียสละให้มากขึ้น การประกอบการธุรกิจก็ขอให้คำนึงผ็มีรายได้น้อยด้วยว่าควรจะมีส่วนแบ่งในรายได้จำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นารลงทุนโดยเสรีจะไปบังคับกันไม่ได้ สิ่งที่ตนอยากฝากในวันนี้คือแนวพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ทรงรับสั่งว่า ให้นำแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาดำรงชีวิตในเรื่องของความพอเพียง ซึ่งความพอเพียงแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะภาระ อาชีพ ไม่เท่ากัน เราจึงต้องทำให้ทุกอาชีพมารายได้ที่เพียงพอและทุกคนควรทำความดีให้มากยิ่งขึ้น สร้างความสงบให้มากยิ่งขึ้น เวทีก็จะเปิดกว้าง ถ้ายังขัดแย้งกันมากๆ อะไรก็เข้ามาไม่ได้ทุกคนจึงต้องมีส่วนทำความดีไม่เฉพาะแค่ปีใหม่เท่านั้น ต้องทำดีทุกวันแค่นึกถึงคนอื่นก็เป็นความดีเป็นกุศลแล้ว แต่ถ้าเราทำความดีมากยิ่งขึ้นชวนลูกหลานทำประโยชน์เพื่อสังคม แค่เก็บถุงพลาสติกไปทิ้งถังขยะก็ถือว่าทำความดีแล้ว ถ้า 70 ล้านคนช่วยกันเก็บ ขยะก็จะหมดไป 70 ล้านชิ้น การทำความดีทำได้ทุกโอกาสตลอดเวลาแม้แต่ตอนนอน สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลขอพรพระก็เป็นความดีแล้ว ทำอย่างไรจะลดความขัดแย้งของเราให้ได้
การเมืองคือการเมือง หลายประเทศแยกออก
“การเมืองก็คือการเมือง หลายประเทศเขาแยกออกว่าอะไรคือการเมือง อะไรคือเศรษฐกิจหรือเรื่องความมั่นคงต้องแยกให้ได้ เราจึงต้องสร้างสังคมคนรุ่นใหม่ที่ต้องไปด้วยกันทั้งหมด ผมไม่ได้รังเกียจใครสักคน อยากจะบอกว่าขอบคุณทุกคนที่เข้าใจเราสำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจเราก็จะพยายามทำให้มากยิ่งขึ้น ปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นมายาวนานมาก การแก้ปัญหาบางครั้งมันมีการทับซ้อน เช่น การค้าขายในบางพื้นที่อย่างกรณีที่ย่านประตูน้ำก็ต้องไปดูที่กฎหมายและสุดท้ายรัฐบาลก็จะเข้าไปแก้ไขให้ต้องทำทุกอย่างให้เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรม” นายกฯ กล่าว
“บิ๊กตู่” วอนให้ช่วยซื้อหนังสือพิมพ์ บอกหนังสือที่ปิดตัวหลายฉบับ ไม่ใช่ฝีมือรัฐบาลนี้ทำ
นอกจากนี้นายกฯ ยังอวยพรว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันดูรายการของสถานีโทรทัศน์และช่วยซื้อหนังสือพิมพ์ รวมทั้งข่าวในโซเชียลมีเดียด้วย เพราะไม่เช่นนั้นสื่อก็ไม่รู้จะไปขายของให้ใคร วันนี้หนังสือก็ขายทุนไปหลายฉบับแล้ว ซึ่งไม่ใช่เพราะฝีมือรัฐบาลนี้ทำ แต่เป็นเพราะโลกมันเปลี่ยนแปลง เราจึงจำเป็นต้องเพิ่มเนื้อหาสาระ มีทั้งความรู้ความบันเทิง การเรียนรู้ ถ้าสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้คนก็จะอ่านหนังสือมากขึ้นทุกอย่างก็จะดีขึ้นไม่ใช่ว่าหนังสือก็ไม่ค่อยอ่าน แต่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่เกิดประโยชน์ วิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียวก็ไม่มีสาระรังแต่จะเกิดความขัดแย้ง.

