ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294395
บอร์ดสปสช.อนุมัติงบ1.2 หมื่นล้านบาทจัดหายาฯพิเศษปี 61
บอร์ดสปสช.อนุมัติงบ1.2 หมื่นล้านบาทจัดหายาฯพิเศษปี 61 ไฟเขียว “เครือข่ายหน่วยบริการ”จัดหาแทนสปสช. พร้อมทำคู่ขนานส่งเรื่องกฤษฎีกาตีความทำได้หรือไม่
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) กล่าวว่า บอร์ดมีมติเห็นชอบเรื่อง “การปรับปรุงประกาศคณะกรรมการการฯเรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสำหรับผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปีงบประมาณ 2561 และหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ
อย่างไรก็ตาม มีข้อทักท้วงจากคณะกรรมการฯบางท่านที่ต้องการให้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีให้ตีความว่าการให้เครือข่ายหน่วยบริการ จัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษทำได้หรือไม่ จึงให้มีการดำเนินการคู่ขนานไปทั้งการให้เครือข่ายหน่วยบริการด้านยาฯ เดินหน้าจัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษในปีงบประมาณ 2561 และส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ
“ที่ต้องมีการเพิ่มเติมเรื่องการจัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ฯในปีงบประมาณ 2561 โดยให้เครือข่ายหน่วยบริการดำเนินการแทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)เหมือนที่เคยดำเนินการมา เพราะสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ทักท้วงว่าสปสช.ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้ ก็ต้องมีการพิจารณาแนวทางอื่นที่จะให้ดำเนินการได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และที่ไม่สามารถรอให้คณะกรรมการกฤษฎีตีความแล้วเสร็จก่อนได้นั้น เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับผลกระทบหากไม่สามารถดำเนินการจัดหายาฯได้ทันในปีงบฯ2561 จึงต้องทำคู่ขนานกันไปทั้งหมดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว
ด้านนพ.จักรกริช โง้วศิริ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า ประกาศฯในส่วนที่มีการเพิ่มเติม อาทิ ในปีงบประมาณ 2561 อาจมีการกำหนดแนวทางการจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับบริการผ่าตัดแบบไม่ค้างคืน(One day surgery) โดยจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลผลกระทบต่อหน่วยบริการและผู้รับบริการ การหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการเตรียมระบบการจ่ายค่าใช้จ่ายก่อนที่จะมีการดำเนินการ
นอกจากนี้ เพิ่มในหมวด 9 เรื่องค่ายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ โดยให้เครือข่ายหน่วยบริการด้านยาและเวชภัณฑ์ มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากกองทุน เพื่อดำเนินการจัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษในภาพรวมและสนับสนุนให้แก่หน่วยบริการในเครือข่ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
นอกจากนี้ เมื่อเครือข่ายหน่วยบริการด้านยาฯดำเนินการจัดหาแล้วเสร็จ หากมีเงินเหลือให้ใช้สำหรับการจัดหายาฯตามโครงการพิเศษครั้งถัดไป หากไม่มีการจัดหาครั้งถัดปให้ส่งเงินคืนกองทุนพร้อมดอกผล แต่หากเงินงบประมาณไม่เพียงพอ ให้แจ้งต่อคณะอนุกรรมการที่บอร์ดสปสช.มอบหมายเพื่อให้สปสช.รวบรวมข้อมูลเสนองบประมาณเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป
สำหรับแผนและวงเงินการจัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ปี 2561 รวม 12,092.76 ล้านบาท แยกเป็นยาบัญชี จ(2) ยาซีแอล ยากำพร้าแฃะยาต้านพิษ จำนวน 2,426.78 ล้านบาท ยาวัณโรค จำนวน 440.31 ล้านบาท โครงการวัคซีน 1,866.90 ล้านบาท ยาสำหรับผู้ป่วยเอชไอวี/เอดส์ จำนวน 2,594.445 ล้านบาท ยาสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง จำนวน 4,107.31 ล้านบาท และค่าอุปกรณ์และอวัยวะเทียม ได้แก่ ข้อเข่าเสื่อมและขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือดโคโรนารี(stent) จำนวน 926.83 ล้านบาท
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ มติบอร์ดสปสช.เห็นชอบให้ เครือข่ายหน่วยบริการโรงพยาบาลราชวิถี เป็นเครือข่ายหน่วยบริการด้านยาและเวชภัณฑ์ เพื่อจัดหายา เวชภัณฑ์ฯในปีงบประมาณ 2561
