ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294359
ไตรมาส2ปี60สภาพัฒน์ชี้แรงงานใหม่ว่างงาน
สภาพัฒน์ เผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส2ปี2560พบการว่างงานในกลุ่มแรงงานใหม่การเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังไข้เลือดออก และสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่เตรียมพร้อมสังคมผู้สูงอายุ
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงข่าว“รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2560″ นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวทางสังคมที่สำคัญในไตรมาส 2 ของปีนี้ พบว่า การจ้างงาน รายได้และผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้น เด็กไทยมีระดับไอคิวและอีคิวดีขึ้น คนไทยมีอายุยืนยาว ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินดีขึ้น การเกิดอุบัติเหตุลดลง
ทั้งนี้ ในประเด็นการจ้างงาน พบว่า มีการจ้างงานทั้งสิ้น 37.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสสองปี 2550 ร้อยละ 0.4 เพิ่มขึ้นครั้งแรกในช่วงสี่ไตรมาสที่ผ่านมา จากภาคเกษตรกรรม ร้อยละ 6.3 หรือ 11.6 ล้านคน เพราะสภาพอากาศที่อำนวย นำ้ในเขื่อนเข้าสู่ภาวะปกติ ราคาสินค้าเกษตรในไตรมาสแรกที่สูงขึ้นเป็นตัวจูงใจให้เกษตรกรขยายกิจกรรมเกษตรกรรม
ขณะที่ การจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม ลดลงร้อยละ 2.1 หรือ 25.9 ล้านคน จากไตรมาสเดียวกันในปี 2559 จ้างงานอยู่ที่ 26.4 ล้านคน ในสาขาอุตสาหกรรมและก่อสร้าง เนื่องจากการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวช้า แต่สาขาค้าปลีก/ค้าส่ง การขนส่งยังขยายตัวได้ดี
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการใช้วิธีการบริหารจัดการแรงงานที่มีอยู่และใช้เทคโนโลยีมาใช่ในกระบวนการผลิต การก่อสร้างและการบริการ ทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้นเล็กน้อย ร้อยละ 1.2 โดยมีผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 24.1 เนื่องจากเป็นช่วงจบการศึกษาและแรงงานใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน ประมาณ ร้อยละ 39 จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งปกติแรงงานกลุ่มนี้จะว่างงานสูงในช่วงไตรมาสที่สองและสาม และจะลดลงในไตรมาสที่สี่ของทุกๆปี
นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า ในไตรมาสสองปี 2560 มีผู้ป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังรวม 102,236 รายเพิ่มจากไตรมาสเดียวกันในปี 2559 ร้อยละ 14.9 โดยผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 31.1 ยังต้องเฝ้าระวังโรคมือ เท้า ปาก เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 ซึ่งพบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รวมถึงโรคซึมเศร้าพบผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นอกจากนั้น ในปี 2560 จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก พบว่าอายุเฉลี่ยของภาวะสุขภาพดี มีค่าต่ำกว่าอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด สะท้อนว่าคนไทยไม่ได้มีสุขภาพสมบูรณ์ตลอดช่วงชีวิต มีจะมีช่วงเวลาการอยู่อย่างเจ็บป่วยหรือพิการ และจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่าคนไทยมีแนวโน้มเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เป็นปัจจัยที่จะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ทั้งนี้ ยังพบว่าค่าใช้จ่ายในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมูลค่า 35,097 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่าน ร้อยละ 1.0 ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริโภคบุหรี่มีมูลค่า 14,878 ล้านบาท ลดลลงร้อยละ 0.8 อย่างไรก็ตาม จำนวนนักดื่มยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและยังต้องเฝ้าระวังบุหรี่อิเล็คทรอนิกส์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน เนื่องจากสามารถหาซื้อได้แพร่หลายทางอินเทอร์เน็ต แม้จะมีการสั่งห้ามนำเข้ามาในประเทศตั้งแต่ปี 2557
ซึ่งผลการสำรวจของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่า เยาวชนอายุ 13-15 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ร้อยละ 3.3 เพศชาย ร้อยละ 4.7 และเพศหญิง 1.9 ซึ่งยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการช่วยเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งอาจเป็นจุดตั้งต้นในการเสพติดบุหรี่หรือสารเสพติดประเภทอื่นๆในกลุ่มเด็กและเยาวชน
“ประเด็นที่ต้องติดตามต่อในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 ได้แก่ การว่างงานในกลุ่มแรงงานใหม่ การเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวัง เช่น มือ เท้า ปาก,ปอดอักเสบ,ไข้เลือดออก ฯลฯ และสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ แนวโน้มการป่วยและตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น การสูบบุหรี่อิเล็คทรอนิกส์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ รวมทั้งการพัฒนาระบบคุ้มครองผู้บริโภคในโลกดิจิทัล ส่วนการเตรียมพร้อมสังคมผู้สูงอายุในระยะยาวนั้น ต้องเตรียมเรื่องการวางแผนการออม ถือเป็นมาตรมาสำคัญ นอกจากนี้ การดูแลผู้สูงอายุก็ต้องดำเนินการตั้งแต่เรื่องสุขภาพ การป่วยโรคต่างๆ ไปจนถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการดำเนินชีวิตซึ่งแต่ละหน่วยงานก็ได้ดำเนินการอยู่”นายปรเมธี กล่าว

