ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/295214
นศพ.ศิริราชฆ่าหมามีปัญหาสุขภาพจิต “ย้ำคิดย้ำทำ”
ศิริราชให้นศพ.ฆ่าหมาพักการเรียนตั้งแต่บัดนี้ ระบุมีปัญหาสุขภาพจิต ตอนอยู่ปี 3 รุนแรงขึ้นในปี 6 จึงให้พักการเรียนเป็นระยะๆ ไม่สามารถประกอบวิชาชีพได้ให้พ้นสภาพ
จากกรณีที่มีนักศึกแพทย์ชายคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ถูกกล่าวหามีการวางยาฆ่าสุนัขเพื่อเอาเงินประกัน
ล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 11 กันยายน ที่ตึกอำนวยการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงผลการประชุมคณะกรรมการประจำคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล วาระพิเศษว่า นักศึกษาแพทย์ท่านนี้มีปัญหาด้านจิตใจ
ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ฯได้มีการติดตามการรักษาและดูการเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดตั้งแต่นักศึกษาเริ่มมีอาการขณะอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะแพทย์ที่ให้การดูแลประเมินแล้วพบว่ามีอาการย้ำคิดย้ำทำ
ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่ไม่รุนแรง และอาการของนักศึกษาไม่ได้อยู่ในระดับที่รุนแรง ยังสามารถศึกษาต่อไปในระดับชั้นปีที่ 4-5 จนกระทั่งการศึกษาในระดับชั้นปีที่ 6 พบว่ามีอาการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลต่อการศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ จึงได้มีการพักการเรียนเป็นระยะๆ เมื่อมีอาการดีขึ้นในระดับที่สามารเรียนต่อได้ก็กลับมาเรียนรวมทั้งหมด 3 ครั้ง รวมถึงปัจจุบันก็อยู่ในช่วงการพักการเรียนตั้งแต่เดือนเมษายน 2560
ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 กันยายน 2560 ได้เชิญพ่อแม่ และนักศึกษามาให้ข้อมูลกับคณะกรรมการฯ เนื่องจากอยากได้ข้อมูลโดยตรงจากนักศึกษาเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลที่ได้รับจากสื่อและสัตวแพทย์โดยตรง
คณะกรรมการฯพิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้ 1.นักศึกษาแพทย์ที่ถูกกล่าวหา ปัจจุบันอยู่ในช่วงพักการศึกษา จึงให้พักการศึกษาต่อไปจนกว่าผลการตัดสินการดำเนินการจากส่วนใดส่วนหนึ่งจะแล้วเสร็จ
2. ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางจริยธรรมกับนักศึกษาดังกล่าว หากประเมินแล้วมีผลตัดสินว่ามีความผิดทางจริยธรรมจริง ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะดำเนินการส่งเรื่องไปยังมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อดำเนินการต่อไป ตามเกณฑ์ความผิดด้านจริยธรรม
3. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะเฝ้าติดตามการรักษาปัญหาด้านจิตใจอย่างใกล้ชิด หากการเจ็บป่วยทางด้านจิตใจได้รับการประเมินว่า มีความรุนแรงขัดต่อการศึกษาด้านแพทยศาสตร์ ก็จะเสนอมหาวิทยาลัยมหิดลพิจารณาให้พ้นสภาพนักศึกษา
4. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะเฝ้าติดตามความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรม หากมีผลทางอาญาเป็นที่สิ้นสุดและมีความผิด ก็จะเสนอมหาวิทยาลัยมหิดลให้พิจารณาให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา
ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะดำเนินการด้วยความละเอียด รอบคอบ แก่ทุกฝ่าย โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักกระบวนการยุติธรรม
ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นักศึกษาท่านนี้เริ่มมีอาการย้ำคิดย้ำทำเมื่ออยู่ชั้นปีที่ 3 แต่อาการดังกล่าวไม่ได้ขัดต่อวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง แต่ถ้าติดตามอาการแล้วพบว่าจะกระทบต่อการประกอบวิชาชีพแพทย์ ก็จะไม่อนุญาตให้ออกไปเป็นแพทย์อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม นักศึกษาแพทย์จำนวนไม่น้อยที่มีความเครียดเกิดขึ้นมากๆระหว่างเรียน และมีปฏิกิริยากับความเครียดนั้น ก็จะให้พักการเรียนไปก่อน เมื่ออาการดีขึ้นก็กลับมาเรียนใหม่ หรือหากอาการรุนแรงจนกระทบต่อการประกอบวิชาชีพแพทย์ คณะก็จะส่งเรื่องให้มหาวิทยาลัยเพื่อให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีการดำเนินการมาแล้วทั้งสิ้น
คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราช กล่าวอีกด้วยว่า อาการย้ำคิดย้ำทำ ไม่ใช่ความผิดปกติที่รุนแรง เช่น ล็อคประตูแล้วไม่แน่ใจก็กลับไปล็อคใหม่ หรือการล้างมือบ่อยๆ และไม่ใช่โรคจิตเภท
อย่างไรก็ตาม การมีปัญหาสุขภาพจิตจากความเครียดของนักศึกษาแพทย์ มีหลายปัจจัยตั้งแต่พันธุกรรม สภาพแวดล้อม การเรียนในคณะแพทย์จึงไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่สงเดียว เพราะบางคนสามารถจัดการกับความเครียดได้ก็สำเร็จเป็นแพทย์จำนวนมาก แต่สำหรับบางคนจัดการความเครียดไม่ได้ก็ไม่สามารถสำเร็จเป็นแพทย์ได้ ซึ่งเป็นเหมือนกันในคณะแพทยศาสตร์ ทุกแห่ง
“การออกมาให้ข้อมูลในครั้งนี้ต่อสื่อมวลชนได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองและนักศึกษาแล้ว ซึ่งนักศึกษาได้เข้ามาให้ข้อมูลกับคณะกรรมการฯอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งพบว่ามีข้อมูลบางส่วนและแนวคิดบางอย่างที่ไม่ตรงกับที่สื่อมีการนำเสนอออกไป ส่วนการจะตัดสินว่านักศึกษามีการทำความผิดทางจริยธรรมหรือไม่ ขอเรียนว่าการดำเนินการใดๆในคณะแพทยศาสตร์ฯจะไม่ตัดสินโดยผมคนเดียว แต่จะเป็นรูปแบบของคณะกรรมการ แต่เชื่อว่าคณะกรรมการสอบสวนทางจริยธรรมที่ตั้งขึ้นจะดำเนินการไม่นานแน่นอน แต่ยังกำหนดช่วงเวลาไม่ได้”ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว
ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า จากที่นักศึกษาเข้ามาให้ข้อมูล เขาคิดว่าตัวเองยังจะสามารถศึกษาต่อได้ แต่การพิจารณาดังกล่าวไม่ใช่อยู่ที่ตัวของนักศึกษา แต่อยู่ที่คณะกรรมการฯจะพิจารณา และจากสิ่งที่นักศึกษาพูดเขามีความรู้สึกเสียใจ ไม่อยากให้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชเสียชื่อเสียงและวิชาชีพแพทย์ต้องเสื่อมศรัทธาจากประชาชน และแจ้งว่าหากทางกฎหมายพิจารณาว่ามีความผิดก็ยินดีที่จะรับผิดตามนั้น
“ก่อนที่คณะกรรมการฯจะพิจารณาตัดสินและมีบทสรุปเป็นอย่างไร จะต้องมมีข้อขัดแย้งในภายหลัง เพราะมิฉะนั้นอาจเสียใจที่ได้ไปตัดสินอนาคตของใครคนหนึ่งไป การดำเนินการทั้ง 3 ส่วนที่เกิดขึ้นพร้อมพันคือ การสอบสวนทางจริยธรรม การเฝ้าติดตามการรักษา และการดำเนินการทางกระบวนการยุติธรรม หากส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วเสร็จก่อน คณะก็จะส่งเรื่องให้มหาวิทยาลัยดำเนินการพิจารณาพ้นสภาพนักศึกษา”
ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว
รศ.นพ.รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญากล่าวว่า นักศึกษาท่านนี้รหัสเข้าเรียนเมื่อปี 2553 เริ่มมีอาการเมื่ออยู่ชั้นปี 3 แต่ยังสามารถเรียนต่อไปในระดับชั้นปี 4-5 จนปี 6 เมื่อปี 2558 เริ่มเป็นมากจึงมีการพักการเรียนเป็นช่วงๆ
ทั้งนี้ ระบบการศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ในระดับคลินิก คือชั้นปีที่ 4-6 ที่เกี่ยวข้องกับการเจอคนไข้และฝึกปฏิบัติจะมีการประเมินที่เป็นมาตรฐานทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยจะมีอาจารย์และแพทย์ประจำบ้านติดตามประเมินอย่างใกล้ชิดในสิ่งที่นักศึกษาปฏิบัติจึงอยู่ในสายตาอาจารย์แพทย์และแพทย์ประจำบ้านตลอด อีกทั้ง การประเมินผลจะดำเนินการในลักษณะอิงเกณฑ์ คือ นักศึกษาทุกคนจะต้องทำได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
“นักศึกษาท่านที่ถูกกล่าวหานี้พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ในรายวิชาอายุรศาสตร์ จึงได้มีการติดตามถึงสาเหตุที่นักศึกษาไม่ผ่าน ก็พบว่ามีอาการทางด้านสุขภาพจิต จึงได้มีการติดตามอาการนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง และให้พักการเรียนเป็นระยะๆ เมื่ออาการดีขึ้นก็กลับมาเรียนในรายวิชาที่ไม่ผ่าน ทั้งนี้ การผลิตแพทย์มีมาตรฐาน ไม่ใช่ช่วยเหลือกันให้ผ่านไปอย่างแน่นอน “รศ.นพ.รุ่งนิรันดร์กล่าว
