ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/agricultural/280862
“ปลัดเกษตรฯ” ลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมขังนาข้าวจ.อ่างทอง
“ปลัดเกษตรฯ” ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังนาข้าวจ.อ่างทอง
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในนาข้าวในพื้นที่ ต.จำปาหล่ออ.เมือง จังหวัดอ่างทอง ว่า เนื่องด้วยนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) พร้อมด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์( พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ) ได้มีความห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง จึงได้มอบหมายให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางที่ได้รับผลกระทบ และตรวจติดตามสถานการณ์พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ภาพรวมปริมาณฝนที่ตกทั่วประเทศได้ลดลงมาในระดับที่ควบคุมได้โดยปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจาก 4 เขื่อนหลัก ผ่านมาที่จังหวัดนครสวรรค์ประมาณ 1,000 ลบ.ม./วินาที และไหลลงมาที่เขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 700 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอยู่ในระดับภาวะปกติขณะที่พื้นที่ในเขื่อนต่างๆ ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกเป็นจำนวนมากดังนั้น จึงขอให้เกษตรกรคลายความกังวล ขณะที่พื้นที่ที่มีน้ำท่วมและได้รับผลกระทบในภาพรวมทั้งประเทศมีประมาณ 20 จังหวัด พื้นที่ประมาณ900,000 กว่าไร่ และมีเกษตรกรได้รับผลกระทบประมาณ 80,000 ราย
สำหรับจังหวัดอ่างทอง เป็นอีกหนึ่งจังหวัดในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องโดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ประมาณ 700 กว่าไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ300 ไร่ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานงานไปยังกรมชลประทาน และหน่วยงานองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยได้รับเครื่องสูบน้ำมาเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถช่วยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายใน 2-3 วันนี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ที่ดูแลด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง ออกไปเยี่ยมเยียนเกษตรกร เพื่อเตรียมพื้นที่ของเกษตรกรให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติสำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ได้มีน้ำท่วมขังหรือไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเพาะปลูกตามปกตินั้นทางกระทรวงเกษตรฯ ได้เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรทั่วประเทศ โดยได้เตรียมปัจจัยการผลิต การให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับการเพาะปลูก ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ และสามารถดำเนินการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
“สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่มีความเสียหายสิ้นเชิง ทางกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้ประสานกับทางเกษตรจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด และประมงจังหวัด เพื่อสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งหากพบว่ามีความเสียหายสิ้นเชิงก็จะใช้ระเบียบกระทรวงการคลังในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ส่วนในพื้นที่ที่เสียหายไม่สิ้นเชิง กระทรวงเกษตรฯ จะประสานให้ความช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่เป็นจุดๆ เช่น ช่วยเหลือด้านเมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์น้ำ เป็นต้นทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีความห่วงใยเกษตรกร จึงสั่งการให้หน่วยงานราชการได้เร่งบูรณาการประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรโดยเร็วที่สุด” นายธีรภัทร กล่าว