ไปกราบพระธาตุพันปี เสริมบารมีที่เมืองแพร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ก.พ. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/866120

พระธาตุช่อแฮ

ทุกๆปี ในวันขึ้น 9 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 4 จะมีงานประเพณีที่เรียกว่า…“งานไหว้พระธาตุ ช่อแฮ แห่ตุงหลวง” ถือเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของจังหวัดแพร่ ซึ่งในปีนี้ ตรงกับวันที่ 6-12 มีนาคม 2560

เพราะความเป็นเมืองเก่ากาลนานนับพันปี “แพร่” จึงเป็นเมืองที่มีพระธาตุประดิษฐานอยู่เป็นจำนวนมาก ที่อาจเรียกได้ว่ามากที่สุดในประเทศไทย คือ มีพระธาตุมากถึง 28 องค์ กระจายอยู่ใน 8 อำเภอ ในจำนวนนี้เป็นพระบรมธาตุ หมายถึง ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุส่วนต่างๆของพระพุทธเจ้าอยู่ถึง 16 องค์

เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผอ.การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย สำนักงานแพร่ บอกว่า แพร่เป็นเมืองเก่าที่มีอายุยาวนานนับพันปี จึงไม่แปลกที่จะมีวัดเก่าแก่คู่บ้านและพระธาตุคู่เมือง มีบ้านเรือนอาคารต่างๆที่มีสถาปัตยกรรมอันวิจิตร ทั้งแบบล้านนา พม่า ไทใหญ่ และบางแห่งยังมีศิลปะตะวันตกมาผสมผสานด้วย

เริ่มกันที่ พระธาตุช่อแฮ พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองกันก่อนเลย ผอ.เอิบลาภ บอกว่า งานไหว้พระธาตุช่อแฮ แห่ตุงหลวงในปีนี้ นอกจากจะมีขบวนแห่อันยิ่งใหญ่งดงามตระการตา ทั้งขบวนช้างเจ้าหลวงและเครื่องบรรณาการ ขบวนแห่กังสดาล ขบวนแห่หมากเป็ง ขบวนต้นผึ้ง ขบวนแห่ผ้าห่ม องค์พระธาตุ 12 ราศี ซึ่งประกอบด้วยขบวนตุง 12 ราศี ขบวนข้าวตอกดอกไม้ ต้นหมาก ต้นผึ้ง ต้นดอก ขบวนแห่ผ้าห่มองค์พระธาตุ 12 ราศี ขบวนฟ้อนรำ แล้วยังมีการจำลองวิถีชีวิตของชาวบ้านที่เรียกว่า “กาดมั่วคัวแลง” ที่มีการจำหน่ายอาหารพื้นเมือง การสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้านต่างๆมาไว้ที่วัดพระธาตุช่อแฮด้วย

สำหรับ วัดพระธาตุช่อแฮ เป็นวัดเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองแพร่ เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล ใครที่มาเที่ยวแพร่แล้วไม่ได้ไปกราบพระธาตุแห่งนี้ จะถือว่ามาไม่ถึงจังหวัดแพร่ องค์พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ ศิลปะเชียงแสน แบบแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง บุด้วยทองดอกบวบ ตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยม 1 ชั้น ฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม 3 ชั้น ฐานบัวคว่ำชุดท้องไม้แปดเหลี่ยมซ้อนลดชั้นกันขึ้นไป 7 ชั้น และบัวระฆัง 1 ชั้น ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเกศาธาตุ และพระบรมธาตุข้อศอกเบื้องซ้าย นอกจากกราบองค์พระธาตุแล้ว แนะนำให้เข้าไปกราบ หลวงพ่อช่อแฮ ซึ่งเป็นพระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปศิลปะแบบล้านนา เชียงแสน สุโขทัย และ พระเจ้าทันใจ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิปูนปั้น ลงรักปิดทอง ที่มีผู้นิยมมากราบไหว้บนบานศาลกล่าวอยู่เสมอ เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่ใครมาขอพรแล้ว จะได้สิ่งนั้นอย่างสมประสงค์

อีกวัดหนึ่งที่แนะนำให้ไปกราบสักการะ คือ วัดหลวง อยู่ในตัวเมืองแพร่ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ตามประวัติบอกว่า สร้างพร้อมกับการสร้างเมืองแพร่นานนับพันปี พระธาตุที่วัดหลวงนี้มีชื่อเต็มว่า พระธาตุหลวงไชยช้างค้ำ เป็นเจดีย์ก่ออิฐปูน รูปทรง 8 เหลี่ยม ประดิษฐานพระธาตุที่นำมาจากเมืองหงสาวดี ครั้นเมื่อเมืองแพลตกเป็นประเทศราชของกรุงสุโขทัย สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท โปรดฯให้บูรณะพระธาตุหลวงไชยช้างค้ำด้วยการสร้างเจดีย์ใหม่ครอบองค์เดิมแล้วพระราชทานนามวัดว่า “วัดหลวงสมเด็จ” นอกจากเจดีย์พระธาตุแล้ว ภายในวัดยังมีสถานที่สำคัญๆ เช่น วิหารหลวงพลนคร วิหารเก่าแก่สร้างพร้อมกับการสร้างเมืองแพร่ ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระเจ้าแสนหลวง สร้างโดยเจ้าเมืององค์หนึ่งเมื่อ พ.ศ.2057 พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ เป็นสถานที่รวบรวมพระพุทธรูปเก่าแก่หลายองค์ที่มีอายุเกือบ 500 ปี และโบราณวัตถุต่างๆของเมืองแพร่ อีกวัดหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากวัดหลวงมากนัก คือ วัดหัวข่วง ซึ่งมีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อายุมากกว่าพันปี ลักษณะรูปทรงเจดีย์วัดหัวข่วง โดยส่วนรวมคล้ายกับเจดีย์วัดโลกโมลี ที่ จ.เชียงใหม่ สันนิษฐานว่ามีอายุไม่เก่าไปกว่าครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 22

ใกล้ๆกันมีวัดอีกวัดหนึ่ง ชื่อ วัดพงษ์สุนันท์ เป็นที่ประดิษฐาน เจดีย์พระธาตุพงษ์สุนันมงคล ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มาจากประเทศอินเดียและศรีลังกา สถาปัตยกรรมที่สวยงามของวัดนี้ คือ วิหารแก้วองค์พระธาตุเจดีย์ 108 ยอด เป็นวิหารสีขาวทั้งหลัง มีพระธาตุเจดีย์ทั้งหมด 108 องค์ ซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงลูกแก้วทั้งหมด 108 ลูก ภายในวิหารมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ นามว่า “พระสุรัสวดีประทานพร” และองค์เล็กที่ทำจากไม้ขนุนทั้งองค์

ออกนอกเมืองไปอีกนิด เชิญชวนให้ไปกราบสักการะพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง ที่พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีจอ นอกจากจะได้สักการ บูชาพระธาตุอินทร์แขวนจำลองแล้ว ดอยผาสวรรค์ถือได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทยที่เป็นแหล่งต้นบุญ ต้นน้ำ ต้นป่า และต้นไม้ รวมทั้งเป็นดินแดนโอโซนอันดับ 7 ของประเทศไทยด้วย

อีกวัดที่แนะนำให้ไปกราบ คือ วัดพระธาตุดอยเล็ง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของแพร่ มีตำนานเกี่ยวกับองค์พระธาตุว่า พระธาตุดอยเล็ง พระธาตุช่อแฮ พระธาตุจอมแจ้ง เป็นพระธาตุที่สร้างคู่กันมา โดยพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปโปรดเวไนยสัตว์ที่ดอยลูกหนึ่งอยู่ทางทิศใต้ของดอยธชัคคะบรรพต และเสด็จมาถึงดอยจวนในช่วงใกล้สว่าง เป็นที่มาของชื่อจวนแจ้ง ต่อมาเพี้ยนเป็นจอมแจ้ง และเสด็จมาประทับที่ดอยอีกดอยหนึ่ง เพื่อแลดูภูมิประเทศของเมืองโกศัย แล้วตรัสว่า ที่นี่เป็นเมืองที่น่ารื่นรมย์ เหมาะแก่การสร้างบ้านสร้างเมือง การประทับแลดูนั้นตามภาษาพื้นเมืองเหนือแปลว่า “เล็ง” จึงเรียกดอยนี้ว่า ดอยเล็ง

อีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด คือ พระธาตุศรีดอนคำ และ พระธาตุดอยน้อย ซึ่งอยู่ที่ อ.ลอง เป็นพระธาตุที่มีตำนานการเสด็จมาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สำหรับองค์พระธาตุศรีดอนคำ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหน้าอกไว้

นี่แค่เริ่มต้น สำหรับการเดินสายไหว้พระธาตุที่เมืองแพร่ ก็พบว่า พระธาตุที่นี่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ทุกๆองค์มีตำนานอันศักดิ์สิทธิ์และเรื่องราวแห่งอดีตที่แฝงไปด้วยศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

ตั้งใจไว้แล้วว่า หากยังพอมีเรี่ยวแรงที่จะเดินทางไหว …จะไปกราบพระธาตุให้ครบ 28 องค์ในเมืองแพร่ให้ได้ในชาตินี้…!!!

Leave a comment