ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296293
ต้องแก้ให้ได้!!เด็กตีกันซ้ำซาก
สอศ.ประชุมยกระดับมาตรการป้องกันทะเลาะวิวาท ระบุจุดบอดขาดการเชื่อมเครือข่าย ลั่นวิทยาลัยไหนปล่อยตีกันซ้ำซาก งัดมาตรการลงโทษวินัยหรือโยกย้าย
จากการประชุมการยกระดับการเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล วิทยาลัยอาชีวศึกษากลุ่มเสี่ยง 53 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า จากปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยและต้องการให้มีกำหนดมาตรการแก้ไขที่เข้มข้นและเห็นผลเป็นรูปธรรม อันดับแรกจะต้องหยุดเลือดปัญหานี้ให้ได้ โดยการก่อเหตุจากนักศึกษาในวิทยาลัยกลุ่มเสี่ยงทั้ง 53 แห่งจะต้องหมดไป
ขณะเดียวกัน จะปรับโครงสร้างภายในสอศ.ให้มีการจัดตั้งศูนย์แก้ปัญหานักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาทขึ้น เพื่อให้ดูแลการแก้ปัญหานี้โดยตรง สำหรับวิทยาลัยอาชีวศึกษากลุ่มเสี่ยงต้องสร้างเครือข่ายการทำงานในการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังด้วย เพราะเรื่องนี้ถือเป็นจุดบอดสำคัญที่วิทยาลัยยังขาดความร่วมมืออยู่ ซึ่งหากยังพบวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนแห่งไหนก่อเหตุซ้ำซากและเพิกเฉยในการแก้ปัญหาจะใช้มาตรการทางการบริหารทันที เช่น ตั้งสอบวินัย หรือ โยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษา เป็นต้น
“อยากให้ครูอาชีวะได้ละลายพฤติกรรมการสร้างค่านิยมของรุ่นพี่เรื่องการยกพวกไปตีสถาบันอื่นด้วย เนื่องจากเราต้องสร้างภาพลักษณ์ของอาชีวะ เรียนแล้วมีงานทำไม่ใช่เรียนแล้วมายกพวกตีกัน ซึ่งนักเรียนอาชีวะเหล่านี้ในอนาคตจะต้องเป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศ”ดร.สุเทพ กล่าว
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือรุมสะกัมปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้แก้ได้อย่างแน่นอน เพราะไม่ใช่แค่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมาใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นกับเด็กนักศึกษาที่ก่อเหตุไปแล้วหลายราย แต่ปัญหาก็ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งสิ่งสำคัญคือวิทยาลัยอาชีวศึกษาทุกแห่งจะต้องทำอย่างจริงจังกับมาตรการที่ส่วนกลางมอบให้ไป รวมถึงครูและผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องกวดขันร่วมมือด้วย โดยเราจะต้องช่วยกันหยุดมรดกบาปเหล่านี้ เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่มีค่านิยมผิดๆกับการยกพวกตีกันจากรุ่นพี่ เช่น เมื่อมีรุ่นน้องปี 1 เข้ามาเรียนก็จะทดสอบรุ่นน้องด้วยการให้ไปตีกับสถาบันอื่นหากไม่ทำตามก็จะถูกเรียกว่า ไอ้ป๊อด เป็นต้น รวมถึงมีการลงขันภายในสถาบันเพื่อซื้ออาวุธปืนเก็บไว้ด้วย เชื่อว่ารุ่นน้องทุกคนไม่ได้อยากทำแน่แต่ด้วยความกลัวและถูกบังคับจึงเกิดค่านิยมผิดๆเหล่านี้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ฝาก สอศ.ให้เข้มงวดกับวิทยาลัยให้มากขึ้น รวมถึงส่งรายชื่อนักศึกษากลุ่มเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะได้รู้เบาะแสและเฝ้าระวังต่อไป