ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/296934
วางระบบดึงเอกชนร่วมจัดการศึกษา
คกก.อิสระย้ำรัฐการศึกษาปฐมวัยรัฐต้องจัดตามกฎหมาย ชี้ต้องหาช่องหนุนเอกชนร่วมจัดการศึกษามากขึ้น ขณะที่ร.ร.เอกชนสะท้อนปัญหาติดขัดข้อกฎหมาย
เมื่อวันที่ 26 ก.ย.60 ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ใน การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการฯ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการจัดการศึกษา ได้นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรคของสถานศึกษาเอกชนในภาพรวม
ซึ่งรวบรวมมาจากผู้แทน/สมาคมต่างๆ โดย คณะกรรมการฯ อภิปรายอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตั้งแต่แรก และรัฐเข้ามามีบบาทมากขึ้นและพัฒนามาจนถึงรัฐเข้ามามีบทบาทในการควบคุมกำกับมากกว่าส่งเสริมสนับสนุน
ทั้งนี้ ต่อไปต้องมากำหนดให้ชัดเจนว่ารัฐมีบทบาทอย่างไร โดยจะต้องมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ แต่ต้องลดกระบวนการกำกับควบคุมลง และมีมาตรการส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาให้บริการด้านการศึกษามากขึ้น อนาคตอาจจะต้องมีการแยกระดับโรงเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม
เช่น โรงเรียนที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ โรงเรียนที่มุ่งแสวงหากำไร และโรงเรียนที่มุ่งให้บริการเข้ามาทำหน้าที่เสริมหรือร่วมกับรัฐในการจัดการศึกษา ที่ชัดเจนคือการจัดการศึกษาระดับอนุบาล 3 ขวบนั้น ต้องจัดโดยรัฐเพราะกฎหมายกำหนดไว้
“ยอมรับว่าข้อเรียกร้องบางอย่างสมเหตุสมผล บางอย่างอาจจะมากเกินไป ซึ่งต้องมาพิจารณาตามความเหมาะสม แต่ปัญหาสำคัญที่ร้องเรียนกันมากขึ้นรัฐไปแข่งกับเอกชน มีกฎข้อบังคับกำกับมากกว่า ทำให้เอกชนเสียเปรียบ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป แนวทางที่ชัดเจน แต่แน่นอนว่าบทบาทของภาคเอกชนจะต้องมากขึ้น”ศ.นพ.จรัส กล่าว
ด้านน.ส.ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ กล่าวว่า ปัญหาที่พบเป็นเรื่องที่มีผลกระทบทำให้การจัดการศึกษาติดขัดคือเรื่องกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน พ.ศ.2550และพ.ศ.2554 (แก้ไขเพิ่มเติม) ที่บังคับใช้มานาน ไม่สอดคล้องกับปัจจุบัน และรัฐธรรมนูญ บางมาตราในพ.ร.บ.ขัดแย้งกันเอง และขัดกับพ.ร.บ.อื่นๆ เช่น พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งมีลักษณะเป็นการควบคุมมากกว่าส่งเสริมการจัดการศึกษา โรงเรียนเอกชน จึงมีข้อเสนอให้ปรับแก้พ.ร.บ.การศึกษาเอกชนใหม่ ซึ่งทราบว่า สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)อยู่ระหว่างดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการเรียนการสอน โดยเฉพาะในส่วนของโรงเรียนนานาชาติ ที่ทำรายได้ให้กับรัฐปีละกว่า 1 แสนล้านบาท จะมีข้อติดขัด เช่น การประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ) ทั้งที่บางแห่งได้รับการรับรองในระดับนานาชาติแล้ว หรือครูต่างประเทศที่ต้องต่อวีซ่าทุกๆ 6 ปี
นอกจากนั้นเป็นเรื่องบประมาณที่รัฐจัดสรรหา ซึ่งโรงเรียนเอกชนบางแห่งไม่รับ บางแห่งได้ไม่ครบทำให้เด็กต้องเสียค่าเล่าเรียนเพิ่ม ดังนั้นจึงอยากให้โรงเรียนเอกชน ได้รับการสนับสนุนการจัดการศึกษาเท่ากับภาครัฐ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ อีกเรื่องคือ การกำหนดสัดส่วนการรับนักเรียนระหว่างโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนรัฐ ที่รัฐจะเปิดรับเด็กหลายรอบทำให้เด็กไม่มาเรียนโรงเรียนเอกชน
ขณะที่ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสกศ. กล่าวว่า ที่ประชุมหารือความเชื่อมโยงของรัฐกับเอกชน เนื่องจากเอกชนที่เข้ามาจัดการศึกษาส่วนใหญ่เข้ามาโดยขอให้เข้ามา แต่ต่อไปควรเปิดให้เอกชนเข้ามาช่วยจัดการศึกษาที่ชัดเจน ไม่ใช่เปลี่ยนไปตามนโยบายของรัฐที่มีการเปลี่ยนแปลง และเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาช่วยจัดการศึกษาในหลายรูปแบบทั้ง การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย