ประกันภัยพืชผล ลดผลกระทบ“น้ำท่วม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/290642

ประกันภัยพืชผล ลดผลกระทบ“น้ำท่วม”

ประกันพืชผล, ประกันภัยพืชผล, ลดผลกระทบน้ำท่วม, น้ำท่วม, ครม, ประกันภัยข้าวนาปี, สศก,  KOFC, อีสาน, ภัยพิบัติ, จีดีพี

ประกันภัยพืชผล ลดผลกระทบ“น้ำท่วม”

             หลังมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบดำเนินโครงการ “ประกันภัยข้าวนาปี” ปีการผลิต 2560 พื้นที่เป้าหมายการเอาประกันภัยขั้นต่ำ จำนวน 25 ล้านไร่ ทั่วประเทศ วงเงิน 1,841.10 ล้านบาท ครอบคลุมภัยธรรมชาติทั้ง 7 ประเภท

             ได้แก่ 1.น้ำท่วมหรือฝนตกหนัก 2.ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง 3.ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น 4.ภัยอากาศหนาว หรือน้ำค้างแข็ง 5.ลูกเห็บ 6.ไฟไหม้ และ7.ภัยศัตรูพืช หรือโรคระบาด โดยภัยธรรมชาติ 6 ประเภทแรก มีวงเงินความคุ้มครอง 1,260 บาทต่อไร่ และภัยศัตรูพืชโรคระบาด คุ้มครอง 630 บาทต่อไร่

           ภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร ( KOFC) ได้ติดตามและพบว่า ปัญหาน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) โดยเฉพาะจ.สกลนคร ที่มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปี ประมาณ 8.8 แสนไร่ การทำประกันภัยข้าวนาปี จะช่วยลดผลกระทบการสูญเสียรายได้และความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น

              อาทิ หากเกิดความเสียหายในพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 30% หรือคิดเป็นพื้นที่ 2.56 แสนไร่ จะมีมูลค่าความเสียหายสูงสุดอยู่ที่ 955 ล้านบาท แต่ถ้ามีการทำประกันภัยจะทำให้มูลค่าความเสียหายลดลงเหลือ 632 ล้านบาทหรือลดลง 323 ล้านบาท และหากเกิดความเสียหายในพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 50% หรือ 4.27 แสนไร่ มูลค่าความเสียหายสูงสุดจะขยับมาอยู่ที่ 1,591 ล้านบาท แต่ถ้ามีการทำประกันภัยจะทำให้มูลค่าความเสียหายลดลงเหลือ 1,052 ล้านบาท หรือลดลง 539 ล้านบาท

            ส่วนภาพรวม “การเบิกสินไหมทดแทนประกันภัยข้าว” ในปีนี้ ประเมินว่า จะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ประมาณ 3% ของพื้นที่ เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะเกิด “ภัยพิบัติ” เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม ซึ่งแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น

              กรณีพื้นที่เกิดภัยพิบัติคิดเป็น 3% ของพื้นที่เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมายขั้นต่ำ 25 ล้านไร่ เกษตรกรจะได้รับค่าสินไหมทดแทน มูลค่า 935.55 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าสินไหมทดแทนที่เกิดจากภัย 6 ประเภทแรก มูลค่า 926.10 ล้านบาท และภัยศัตรูพืชโรคระบาด มูลค่า 9.45 ล้านบาท กรณีพื้นที่เกิดภัยพิบัติคิดเป็น 4% ของพื้นที่เข้าร่วมโครงการ เกษตรกรจะได้รับค่าสินไหมทดแทน มูลค่า 1,247.40 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าสินไหมทดแทนที่เกิดจากภัย 6 ประเภท มูลค่า 1,234.80 ล้านบาท และภัยศัตรูพืชโรคระบาด มูลค่า 12.60 ล้านบาท

              ในขณะที่เกษตรกรทั่วไป ซื้อประกันภัยครบตามเป้าหมายสูงสุด 8 แสนไร่ และเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ มีส่วนต่างของเบี้ยจ่ายและค่าสินไหมทดแทน มูลค่า 38.76 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าสินไหมทดแทนที่เกิดจากภัย6ประเภท มูลค่า 38.38 ล้านบาท และภัยศัตรูพืช โรคระบาด มูลค่า 3.8 แสนบาท

              กรณีพื้นที่เกิดภัยพิบัติคิดเป็น5%ของพื้นที่เข้าร่วมโครงการ เกษตรกรจะได้รับค่าสินไหมทดแทน มูลค่า1,559.25ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าสินไหมทดแทนที่เกิดจากภัย6ประเภท มูลค่า 1,543.50 ล้านบาท และภัยศัตรูพืชโรคระบาด มูลค่า 15.75 ล้านบาท

               “จากตัวเลขของสินไหมทดแทน จะเห็นได้ว่ามีมูลค่าสูงมาก หากมีเกษตรกรได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้จำนวน 25 ล้านไร่ เมื่อเกิดภัยพิบัติ จะช่วยลดผลกระทบด้านรายได้ของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังจะช่วยให้ไม่เกิดผลกระทบต่อการหดตัวของผลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)มากนัก ซึ่งควรผลักดันให้เป็นมาตรการหลักอย่างยั่งยืน”

Leave a comment