ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/agricultural/291510
ปศุสัตว์ คุมเข้มตรวจสอบการผลิตไข่ไก่ไร้ยาฆ่าแมลงปนเปื้อน
ปศุสัตว์ คุมเข้มตรวจสอบการผลิตไข่ไก่ไร้ยาฆ่าแมลงปนเปื้อน
จากสถานการณ์ไข่ไก่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลงกำลังสร้างปัญหาให้กับหลายประเทศในยุโรป กรมปศุสัตว์ชี้แจงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าไข่ไก่ไทยปลอดภัย มีการขึ้นทะเบียนและควบคุมการใช้ยาฆ่าแมลงในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจะต้องได้รับการอนุญาตจากสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์ม นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ยังเก็บตัวอย่างไข่จากท้องตลาดตรวจหายาฆ่าแมลงฟิโปรนิล (Fipronil) เพื่อตรวจสอบเฝ้าระวัง และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและประเทศผู้นำเข้าไข่จากประเทศไทยด้วย
นายสัตวแพทย์ อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากรายงานปัญหาไข่ไก่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลงฟิโปรนิลในปริมาณสูงในหลายประเทศในยุโรป จนมีการเรียกเก็บและทำลายไข่ไก่หลายล้านฟองออกจากตลาดในยุโรป ส่งผลให้มีการทำลายไก่ไข่ที่ตรวจพบสารดังกล่าว จำนวน 300,000 ตัว และมีการสอบสวนฟาร์มไก่ไข่ในประเทศเนเธอร์แลนด์และ เบลเยี่ยม จำนวนกว่า 180 ฟาร์ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมไข่ไก่ในยุโรป สำหรับประเทศไทย ได้กำหนดให้สารฟิโปรนิล (Fipronil) เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตาม พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านเรือนหรือการสาธารณสุข เพื่อประโยชน์ในการควบคุม ไล่ กำจัดแมลง ซึ่งกรมปศุสัตว์ไม่อนุญาตให้ใช้สารฟิโปรนิลกับตัวสัตว์โดยตรง
กรมปศุสัตว์ ขอย้ำว่าได้มีการควบคุมการขึ้นทะเบียนและการใช้วัตถุอันตราย ยาฆ่าแมลงที่ใช้ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ซึ่งฟาร์มไก่ไข่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม GAP ต้องมีระบบการควบคุมการใช้ยาและวัตถุอันตรายในฟาร์มอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ การใช้ยา ยาฆ่าแมลง หรือสารที่เป็นอันตรายในฟาร์มเลี้ยงสัตว์จะต้องได้รับการอนุญาตจากสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์ม ในปี 2559 สำนักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ได้สุ่มตรวจยาฆ่าแมลงจากตัวอย่างไข่สดจากท้องตลาดทั่วประเทศ จำนวน 58ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ไม่พบการตกค้างของยาฆ่าแมลงในไข่ทุกตัวอย่าง
ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานของกรมปศุสัตว์ทั่วประเทศ และสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มของบริษัทเอกชนทุกแห่งให้เข้มงวดควบคุมการใช้ยาฆ่าแมลงในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และเพิ่มความเข้มงวดระบบการผลิตสินค้าปศุสัตว์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ฟาร์มไปถึงผู้บริโภค (From Farm to Table)“ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว
นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ในฐานะโฆษกกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในปี 2559 ประเทศไทยสามารถส่งออกไข่ไปยังต่างประเทศ จำนวน 11,233 ตัน มูลค่า 612 ล้านบาท และช่วง 7 เดือนแรกของปี 2560 (ม.ค. – ก.ค.) ส่งออกไข่ไปต่างประเทศแล้วกว่า 5,672 ตัน มูลค่า293 ล้านบาท ในปีนี้ไทยสามารถขยายตลาดส่งออกไข่ไปยังสาธารณรัฐเกาหลี ประเทศสิงคโปร์ และประเทศกัมพูชาเพิ่มเติมอีกด้วย นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์เตรียมการจะขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ไปยังยุโรป และญี่ปุ่นต่อไป
