ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/agricultural/299970
กรมชลฯประสานกองทัพเรือ นำเรือผลักดันน้ำสู่ทะเลเร็วที่สุด
กรมชลฯประสานกองทัพเรือ นำเรือผลักดันน้ำติดตั้งในคลองลัดโพธิ์ระบายน้ำสู่ทะเลเร็วที่สุด
วันที่ 24 ต.ค. ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวภายหลังจากที่กรมชลประทาน ได้ทยอยเพิ่มปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จากเดิม 2,600 เป็น 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วินาที) ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวานนี้(23 ต.ค. 60) มาจนถึงเช้าวันนี้(24 ต.ค. 60) มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,697 ลบ.ม./วินาที ซึ่งหลังจากนี้จะคงปริมาณน้ำให้อยู่ในอัตราไม่เกิน 2,700 ลบ.ม./วินาที ต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์ พร้อมกับบริหารจัดการน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อน โดยการแบ่งรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมกันประมาณ 768 ลบ.ม.ต่อวินาที พร้อมกับรับน้ำเข้าไปเก็บกักไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำ 12ทุ่ง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 1,347 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ยังคงปิดการระบาย
อธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า จากการติดตามระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา พบว่าบริเวณจ.ชัยนาท มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น 22 เซนติเมตร บริเวณ จ.สิงห์บุรีไปจนถึงจ.อ่างทอง เพิ่มขึ้น 7เซนติเมตร ส่วนบริเวณบ้านป้อม บ้านบางหลวงโดด และอ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำทรงตัว โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านบริเวณอ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ในอัตรา 2,882 ลบ.ม./วินาที(ปริมาณน้ำสูงสุดที่ไหลผ่านกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรับได้ 3,500 ลบ.ม./วินาที) ในขณะที่ในช่วงวันที่ 23 – 27 ต.ค. 60 ยังคงได้รับอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง
กรมชลประทาน จึงได้เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด โดยได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ 7ลำ และเรือหลวงมารวิชัย 1 ลำ จากกองทัพเรือ นำมาติดตั้งในบริเวณคลองลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ฯในช่วงที่น้ำลง ให้ออกสู่ทะเลได้เร็วขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจากกองทัพเรือมาแล้ว 55 ลำ ติดตั้งในแม่น้ำท่าจีนบริเวณจ.สมุทรสาคร พร้อมกับเครื่องผลักดันน้ำของกรมชลประทานอีก 53 เครื่อง ติดตั้งในแม่น้ำท่าจีนบริเวณจ.นครปฐม เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของลุ่มน้ำเจ้าพระยาออกสู่ทะเลได้ เร็วขึ้น นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 12 เครื่อง ในบริเวณไซฟ่อนพระธรรมราชา ไซฟ่อนพระอินทราชา คลองเปรมประชากร ประตูระบายน้ำคอกกระบือ ประตูระบายน้ำบางน้ำจืด และบริเวณท้ายท่อระบายน้ำ บึงฝรั่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วขึ้นเช่นกัน หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มในพื้นที่ตอนบน สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะเริ่มคลี่คลายตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมและทยอยเข้าสู่สภาวะปกติภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ปัจจุบัน(24 ต.ค. 60)มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 58,953 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 83 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด เป็นน้ำใช้การได้ 35,427 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 75 สามารถรองรับน้ำได้อีก12,427 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลักมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 20,292ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 82 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด มีปริมาณน้ำใช้การได้ 13,596ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 75 สามารถรองรับปริมาณน้ำได้รวมกันอีกกว่า 4,617 ล้าน ลบ.ม.เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้
