กฤษฎีกาห้ามกฟก.ซื้อหนี้บุคคลค้ำ71%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/297524

กฤษฎีกาห้ามกฟก.ซื้อหนี้บุคคลค้ำ71%

กฟก

กฤษฎีกาห้ามกฟก.ซื้อหนี้บุคคลค้ำ71% อ้างเสี่ยงรัฐต้องรับภาระ

รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตกร(กฟก.) ได้แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรที่เป็นสมาชิก โดยเข้าไปซื้อหนี้ของเกษตรกร จำนวน 28,266 ราย รวม 28,941 สัญญา ยอดชำระ 5,998,698,311.81 บาท

แยกเป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 12,968 ราย 13,346 สัญญา ยอดชำระ 4,774,843,211.76 บาท หรือ 45.88%หนี้ที่มีบุคคลค้ำประกัน 14,369 ราย 14,638 สัญญา ยอดชำระ 991,279,365.94 บาท หรือ 50.83%และเป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกันจำนวน 929 ราย 957 สัญญา ยอดชำระ 232,575,734.11 บาท หรือ 3.29%ซึ่งการชำระหนี้ดังกล่าวได้ดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการ กฟก. ภายใต้เงื่อนไขเมื่อซื้อหนี้แล้วสินทรัพย์ของเกษตรกรที่เป็นหลักประกันการชำระหนี้ต้องตกเป็นของกองทุนนั้น

ต่อมากฟก.ได้ออกประกาศใหม่ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดการหนี้พ.ศ. 2559 เพื่อให้กฟก.สามารถชำระหนี้แทนเกษตรกรกรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ แต่ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่า กฟก.จะดำเนินการได้หรือไม่ จึงให้ทำหนังสือหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อหาแนวทางปฏิบัติ ประกอบด้วย 1.กฟก.สามารถชำระหนี้แทนในหนี้ที่ใช้บุคคลค้ำประกันหรือหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่มีอยู่กว่า 70 % ได้หรือไม่. และ 2. หากไม่สามารถชำระหนี้แทนได้ แล้วในส่วนที่กองทุนฟื้นฟูได้ชำระหนี้แทนเกษตรกรดังกล่าวไปแล้วก่อนหน้าควรจะดำเนินการอย่างไร

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาและเห็นว่า ในกรณีหนี้ของเกษตรกรที่ กฟก.รับซื้อหนี้ตามโครงการส่งเสริมของรัฐที่ไม่ประสบผลสำเร็จโดยมิใช่ความผิด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก่อน ในขณะที่เกษตรกรต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตามที่กฟก.กำหนด กรณีหนี้ในระบบที่ไม่ใช่การส่งเสริมของภาครัฐ กฟก. จะรับซื้อได้เฉพาะหนี้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน แล้วให้หลักทรัพย์นั้นตกเป็นของ กฟก. โดยเกษตรกรจะขอรับสินทรัพย์คืนได้ในกรณีเช่าซื้อ หรือซื้อ ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กฟก. กำหนด

ในกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่เกษตรกร ในลักษณะของการชำระหนี้แทนแต่ยังคงไว้ซึ่งมูลนี้เดิม จึงกำหนดให้ต้องมีสินทรัพย์เป็นหลักประกันเพื่อไม่ให้ กฟก. รับภาระหรือความเสี่ยงหากเกษตรกรไม่ชำระหนี้ดังกล่าวอีก ซึ่งจะกลายเป็นภาระกับงบประมาณภาครัฐเกินความจำเป็น ดังนั้น กฟก.จึงไม่สามารถรับภาระหนี้ที่มีบุคคลค้ำประกันหรือไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันได้

Leave a comment