เครือข่ายชาวนาจ่อยื่นนายกฯยับยั้งจัดเก็บภาษีน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/297402

เครือข่ายชาวนาจ่อยื่นนายกฯยับยั้งจัดเก็บภาษีน้ำ

เก็บค่าน้ำชาวนา

เครือข่ายชาวนาจ่อยื่นนายกฯยับยั้งจัดเก็บภาษีน้ำ

        จากกรณีที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ทรัพยากรน้ำ พ.ศ…. โดยกำหนดประเภทการใช้น้ำไว้ 3 ประเภทคือ1.เพื่อการดำรงชีพไม่ต้องเสียค่าใช้นํ้า 2.ใช้นํ้าด้านการเกษตร เลี้ยงสัตว์เพื่อการพาณิชย์ เก็บค่าน้ำไม่เกิน 50 สตางค์ต่อลบ.ม. ด้านการท่องเที่ยว โรงแรม สถานที่พักผ่อน ร้านอาหาร เก็บค่าน้ำ 1-3 บาทต่อลบ.ม. และธุรกิจสนามกอล์ฟ การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาสัมปทาน เก็บค่าน้ำไม่เกิน 3 บาทต่อลบ.ม. และ 3.ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ และกิจการอื่นๆ ที่ใช้น้ำในปริมาณมากตามมติของกนช. เก็บค่าน้ำไม่ต่ำกว่า 3 บาทต่อลบ.ม.นั้น

           พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า อาชีพเกษตรมีความเสี่ยงสูงทั้งจากภัยธรรมชาติ โรคระบาด และมีต้นทุนทำเกษตรที่สูงอยู่แล้ว หากมีการเก็บค่าน้ำทำเกษตรอีกจะทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น จึงไม่เห็นด้วยที่จะเก็บค่าน้ำจากเกษตรกร

           ด้านนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวยางแห่งประเทศไทย(สยยท.)เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยการเก็บภาษีค่าน้ำจากเกษตรกรที่มีพื้นที่ทำเกษตรเกิน 70 ไร่ โดยจะคิดค่าน้ำเป็นลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้แม้จะไม่เก็บเกษตรกรรายย่อยแต่ก็ทำให้เดือดร้อนไปหมด เพราะจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ขณะนี้แม้จะมีการออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ตามมาตรา44 ทำให้เกษตรกรรวมตัวกันไม่ได้ แต่หากทนไม่ไหวต้องออกมาเพราะเรื่องเป็นเรื่องที่ซ้ำเติมเกษตรกร

          “มองว่ารัฐบาลนี้ไม่ถอยเป็นเพราะว่ากำลังถังแตกหรือไม่ มีการเพิ่มภาษีเหล้า บุหรี่ ไม่ว่าแต่นี่วิถีชีวิตคนจน ขอให้รัฐบาลนี้คิดให้มากๆ คิดถึงผลกระทบเกิดขึ้น หากต้นทุนน้ำเพิ่มไปสู่ราคาสินค้าต่างๆที่คนจน เกษตรกรรายย่อย หาเช้ากินค่ำ ต้องซื้อของแพง จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ซึ่งเรื่องใหญ่ขนาดนี้ต้องถามคนทั้งประเทศเสียก่อน รวมทั้งควรทำประชาพิจารณ์ฟังเสียงประชาชน ” นายอุทัยกล่าว

          ด้านนายระวี รุ่งเรือง นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าแกนนำชาวนาทั่วประเทศ จะขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อยื่นหนังสือขอให้ยับยั้งในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่านโยบายรัฐบาล มุ่งเน้นลดต้นทุนการผลิต แต่กลับจะมาเก็บค่าน้ำทำนาโดยไม่มีเกษตรกรคนใดรู้เรื่องมาก่อน ผ่านการทำประชาพิจารณ์หรือไม่ เรื่องนี้คาใจทั้งระบบว่า รัฐมาทำหน้าที่ขายน้ำที่มาจากธรรมชาติได้อย่างไร

        ขณะที่นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวว่าสถานการณ์น้ำในปัจจุบันของประเทศไทย จึงอยู่ในระดับขาดแคลนน้ำรุนแรง ร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำจึงเป็นกลไกในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งการจะออกเป็นกฎหมายลูกนั้น ภาครัฐจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้เป็นกังวลว่ารัฐจะไปขูดรีดเก็บเงินจากเกษตรกร

Leave a comment