เสี่ยงล้มคดีป.ป.ช.หากไม่มีข้อยุติลักษณะต้องห้าม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/309525

เสี่ยงล้มคดีป.ป.ช.หากไม่มีข้อยุติลักษณะต้องห้าม

ศาลรัฐธรรมนูญ, ปปช., มีชัย ฤชุพันธ์, กรธ.

“มีชัย”ห่วงลักษณะต้องห้ามป.ป.ช.ไม่ชัดเจนว่าขัดรธน.หรือไม่อาจเกิดปัญหาถูกคนโดนสอบ ร้องกก.กระทบการปฏิบัติหน้าที่

         16 ม.ค.61  นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)  กล่าวโดยเชื่อว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเข้าชื่อเพื่อยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยบทบัญญัติของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่เว้นลักษณะต้องห้ามของกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะครบวาระ เพราะทราบว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมบุคคล อย่างไรก็ดีเชื่อด้วยกว่าประเด็นที่สนช. ดำเนินการจะไม่กระทบต่อการพิจารณาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะให้บุคคลใดดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในอนาคต เพราะกรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดีที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นผู้ที่มีความรอบคอบ

นายมีชัย ยืนยันว่าบทบัญญัติดังกล่าวมีประเด็นที่กรธ. กังวลว่าจะมีความขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เฉพาะขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเท่านั้น จึงเป็นแนวทางออกที่ดีกว่าหากให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย ส่วนเหตุผลที่เลือกแนวทางแนะให้สนช.ทำเรื่องที่กังวลให้ยุติ ผ่านศาลรัฐธรรมนูญ แทนตั้งกรรมาธิการร่วมนั้น เพราะกรธ. ไม่ใช่ผู้มีหน้าที่หรือมีอำนาจชี้ขาดว่าประเด็นนั้นขัดหรือไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ

“กรณีดังกล่าวเป็นคนละแบบกับการวินิจฉัยคุณสมบัติของผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะกรณีร่าง พ.ร.ป.ปราบโกง เป็นเรื่องละเว้นลักษณะต้องห้าม เท่ากับไปยกเว้นรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นข้อยุติควรวินิจฉัยให้เป็นข้อยุติ ไม่เช่นนั้นอาจมีผลกระทบต่ออนาคตกรณีที่คนที่ถูก ป.ป.ช.สอบแล้วนำประเด็นไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัด อาจมีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ ป.ป.ช. ที่ผ่านมาได้ และอาจเป็นประเด็นโต้แย้ง สร้างปัญหาบานปลายไปกันใหญ่ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใคร หากทำเรื่องนี้ให้เป็นยุติ ก็จะดีด้วยกันทุกฝ่าย ส่วนที่ฝ่ายการเมืองบอกว่ากรณีนี้อาจกระทบสถานะรัฐบาล คสช. ได้ เป็นความเห็นที่ต้องรับฟัง” นายมีชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นมีผลต่อการพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ไม่ตั้งกรรมาธิการร่วม แต่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญแทนหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่แน่ เพราะบางเรื่องอาจไม่ใช่ประเด็นที่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องการสมควรหรือไม่เท่านั้น ซึ่งกรณีที่เป็นความเห็นแตกต่างกันสามารถพูดคุยกันได้ เช่น กรธ. จัดกลุ่มส.ว.ไว้ 20 กลุ่ม แต่กมธ. แก้ไขให้ใช้ 15 กลุ่ม ข้อเท็จจริงคือไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่อาจตรงกับเป้าหมาย จึงต้องพูดคุยตามเหตุผล.

Leave a comment