ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297804
ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์
ทุกเย็นประมาณ5โมงเย็นถึงหนึ่งทุ่มเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ยามเย็น ที่ร้องโดย“ดญ.ศุพิศรา นารีนาถ” วัย10ขวบนักเรียนชั้นป.4นักร้องนำหญิง วงดนตรีลูกทุ่งโสภาพพิทยาภรณ์
..แดด รอน ๆ
เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเม-ฆา
ทอแสงเรืองอร่าม ช่าง งาม ตา
ในนภาสลับ จับ อัม พร
..แดด รอน ๆ
เมื่อทินกรจะลาโลกไป ไกล
ยามนี้จำต้องพราก จาก ดวง ใจ
ไกลแสนไกลสุดห่วง ยอด ดวง ตา
..แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน
ทุกวันคืนรี่นอุรา
ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญา
เหมือนดัง นภา ไร้ ทินกร
แดด รอน ๆ
หากทินกรจะลาโลกไป ไกล
ความรักเราคง อยู่ คู่ กัน ไป
ในหัวใจคงอยู่ คู่ เชย ชม
..แดด รอน ๆ
หมู่มวลภมรบินลอยล่องตาม ลม
คลอเคล้าพฤกษาชาติ ชื่น เชย ชม
ชมสมตามอารมณ์ ล่อง เลย ไป
ลิ่ว ลม โชย
กลิ่นพันธุ์ไม้โปรยโรยร่วงห่วงอา ลัย
ยามสายัณห์พลันพราก จาก ดวง ใจ
คอยแสงทองวันใหม่ กลับ คืน มา
แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน
ทุกวันคืนชื่นอุรา
ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญา
เหมือนดังนภาไร้ทินกร
..โอ้ ยาม เย็น
จวบยามนี้เป็นเวลา สุด อา วรณ์
ยามไร้ความสว่างห่างทินกร
ยามรักจำจะ จร จาก กัน ไป.
บางครั้งก็จะได้ยินเสียงเด็กชาย อุทิศ เสนาวงศ์ นักเรียนชั้นป.6 ซ้อมเพลงเดียวกันสลับไปด้วย พวกเขาทั้ง 40 ชีวิต ซ้อมร้องเพลงพระราชนิพนธ์มาแล้วร่วม 2 เดือน เพื่อเตรียมไปแข่งขันทักษะวิชาการ ในงานศิลปหัตถกรรม สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ระดับเขตพื้นที่ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคมที่จะถึงนี้
คุณครูพัฒนี ขจรภพ ครูประจำชั้นป. 5โรงเรียนโสภาพพิทยาภรณ์ ซึ่งทำหน้าที่ฝึกซ้อม ร้องเพลง แดนเซอร์ เล่าว่าสมาชิกวงดนตรีลูกทุ่ง วงนี้มีตั้งแต่ขั้นป.4 ขึ้นไปจนถึง ม.3 ครูหัวหน้าวงและครูผู้ฝึกซ้อมต่างๆ ก็ช่วยกันดูแล ฝึกซ้อมให้นักเรียนตามความสนใจและความสามารถ ตั้งแต่ชั้น ป.4 ไปจนถึง ม.3 โดยฝึกซ้อมทุกวัน และช่วงใกล้วันที่จะแข่งขันทักษะในเวทีต่างๆก็จะฝึกซ้อมเข้มข้นมากขึ้น
“ทุกวันนี้การฝึกซ้อมท่าเต้นต่างๆ ก็ประยุกต์ให้ร่วมสมัย ด้วยความที่เทคโนโลยีเจริญ ก็หาดูได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ นำมาปรับใช้ พลิกแพลงท่าเต้นให้เข้ากับทักษะของนักเรียน มีครูคอยดู เพลงต่างๆก็ซ้อมร้องตามความรู้ความสามารถของครูและสมาชิกวง หัดกันตั้งแต่เด็ก ป.4 กว่าจะเข้าที่แข่งขันกันได้ ก็ประมาณ ม.3 นักเรียนทุกคนทำกันด้วยความรักในศิลปการแสดงพื้นบ้าน ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมที่มีมา ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ”ครูพัฒนี เล่า
ซึ่งวงดนตรีลูกทุ่งแห่งนี้ส่งเข้าประกวดแข่งขัน 4 ประเภท ประกอบด้วย การเพลงร้องพระราชนิพนธ์ ซึ่งกำหนดเพลง “ยามเย็น”ในการประกวดทั้งชายหญิง นอกจากนั้นยังมีเพลงลูกทุ่ง เพลงลูกกรุง และเพลงสากล ทั้งระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย และมัธยมศึกษาตอนต้นสำหรับ เด็กหญิง“ดญ.ศุพิศรา นารีนาถ” วัย 10 ขวบ ที่ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น นี้เคยได้รับรางวัลชนะเลิศ เพลงลูกทุ่งในเวทีเดียวกันมาแล้วในการแข่งขันระดับเครือข่าย โดยมี ครูชัยสิน นารีนาถ เป็นหัวหน้าวง
นายกิตติศักดิ์ บุคำ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนโสภาพพิทยาภรณ์ ที่เพิ่งหมดวาระไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน เล่าว่าโรงเรียนแห่งนี้ส่งเสริมหลักสูตรท้องถิ่นที่เรียกว่า“ฮีต12คอง14”ให้ครูทุกคนสอนและส่งเสริมนักเรียนทุกคนได้เรียนรู้ประเพณีทั้ง 12 เดือนและจารีตวัฒนธรรมที่ปฏิบัติมาทั้งหมดของคนอีสาน ที่พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมา ให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ทุกสิ่งอย่างไม่ให้สูญหายไปจากความทรงจำของเยาวชนคนรุ่นใหม่
“เวลามีงานประเพณีต่างๆในแต่ละเดือนโรงเรียนพยายามส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมตลอด เพื่อให้เด็กๆได้ซึมซับแนวปฏิบัติต่างๆให้อยู่ในวิถีชีวิต
เพราะคำว่า “ฮีต12” นี่ก็คือจารีดประเพณี 12เดือน ที่อยู่วิถีชีวิตทุกคน ส่วน “คอง14″ก็มาจากครรถลอง 14 อย่างที่จะต้องยึดถือปฏิบัตินั่นเองจำเป็นที่เด็กรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้เช่น”
คำว่า ฮีตสิบสองมาจากคำ 2 คำ คือ ฮีต กับ สิบสอง ฮีตมาจากคำว่า จารีต หมายถึงสิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกลายเป็นประเพณีที่ดีงาม ชาวอีสาน เรียกว่า จาฮีต หรือฮีต สิบสอง หมายถึง เดือนทั้ง 12 เดือน
ในหนึ่งปีฮีตสิบสอง จึงหมายถึง ประเพณีที่ประชาชนชาวอีสานได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาในโอกาสต่างๆ ทั้งสิบสองเดือนในแต่ละปี ประเพณีทั้งสิบสองเดือนที่ชาวอีสานถือปฏิบัติกันมานั้นล้วนเป็นประเพณีที่ส่งเสริมให้คนในชุมชน ได้ออกมาร่วมกิจกรรมพบปะสังสรรค์กัน เพื่อความสนุกสนานรื่นเริงและเพื่อความสมานสามัคคีมีความรักใคร่กัน ของคนในท้องถิ่น
สำหรับ ฮีตสิบสองได้แก่ เดือนอ้าย(เดือนเจียง)-บุญข้าวกรรม เดือนยี่ – บุญคูณลาน เดือนสาม-บุญข้าวจี่ เดือนสี่-บุญผเหวส เดือนห้า-บุญสงกรานต์ เดือนหก-บุญบั้งไฟ เดือนเจ็ด-บุญซำฮะ เดือนแปด-บุญเข้าพรรษา เดือนเก้า-บุญข้าวประดับดิน เดือนสิบ-บุญข้าวสาก เดือนสิบเอ็ด-บุญออกพรรษา เดือนสิบสอง-บุญกฐิน
ส่วนคลองสิบสี่ประเภทสอนทุกเพศทุกวัยทุกฐานะ
1. เมื่อฤดูข้าวออกรวงเก็บผลผลิตอย่าพึ่งนำมารับประทานให้นำไปทำบุญก่อน 2.อย่าเป็นคนโลภมาก เห็นแก่ตัว ให้สร้างหอบูชาสี่มุมบ้าน รั้วกำแพงวัด
3.ก่อนขึ้นบนบ้านให้ล้างเท้า 4. เมื่อถึงวันพระให้คาราวะก้อนเส้า บันไดบ้านประตูบ้าน 5.และนำดอกไม้ธูปเทียนคาราวะสามี
6.และวันอุโบสถให้ถวายพระสงฆ์ 7.ก่อนนอนให้ล้างเท้าให้สะอาด 8.พอถึงวันดับขึ้นหรือแรม15ค่ำให้นิมนต์พระมาเจริญพุทธมนต์และตักบาตรบ้าน 9.เมื่อพระมาใส่บาตรอย่าให้ท่านได้รอ 10.และเมื่อพระเข้าปริวาสกรรมเสร็จให้ถวายดอกไม้ธูปเทียน 11.ภิกษุเดินผ่านให้นั่งลงยกมือไหว้ก่อนพูดด้วย
12. อย่าเยียบเงาพระสงฆ์ 13. อย่าเอาอาหารเหลือกินไปถวาย.และอย่าให้สามีกินเพราจะบาปตลอดชาตินี้ 14.และหน้าและสำคัญเมื่อถึงวันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา วันมหาสงกรานต์ ห้ามเสพเมถุน(ร่วมเพศ)เพราะลูกหลานจะสอนยาก
จากคลองคำสอนที่กล่าวมาถ้าปฏิบัติได้จะนำมาซึ่งความสงบสุข










