ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297615
ยันยาต้านไวรัสเอชไอวี-น้ำยาล้างไตผู้ป่วยมีใช้ไม่ขาดตอน
อภ.ยันน้ำยาล้างไตพร้อม ส่วนยาต้านไวรัสเอชไอวีผู้ผลิตขัดข้องเองไม่เกี่ยวกระบวนการจัดซื้อใหม่ของรัฐ ขณะที่ยาคงคลังสปสช.ส่งมอบให้เครือข่ายฯรพ.ราชวิถี1.7พันล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์และเครือข่ายผู้ป่วยโรคไต ออกมาแสดงความเป็นห่วงว่ายาต้านไวรัสเอชไอวีและน้ำยาล้างไตส่อที่ผู้ป่วยจะขาดแคลนยาดังกล่าว เนื่องจากมีการเปลี่ยนหน่วยงานรับผิดชอบการจัดซื้อยาใหม่จากสปสช.เป็นเครือข่ายรพ.ราชวิถี
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงรอยต่อของการปรับเปลี่ยนระบบของคณะกรรมการจัดซื้อยาชุดเดิมกับคณะกรรมการชุดใหม่ ที่หลายฝ่ายกังวลโดยเฉพาะการที่ประธานเครือข่ายเอชไอวี/เอดส์แห่งประเทศไทยและประธานชมรมเพื่อนโรคไตห่วงใย ซึ่งจะสร้างความเข้าใจผิดให้กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยโรคไตหลายคนเกิดความเครียดว่าจะไม่มียาและได้โทรศัพท์มา สอบถามหลายสายนั้น
ขอยืนยันว่าได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคไตมาโดยตลอดว่าจะไม่มีปัญหาการขาดยาอย่างแน่นอน จึงขอให้เข้าใจและชี้แจงให้กลุ่มผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคไตทราบข้อมูลที่ถูกต้องด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความวิตกกังวล เกิดความเครียดมีผลต่อสุขภาพผู้ป่วยได้
นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวว่า อภ.ได้เตรียมน้ำยาล้างไตไว้พร้อมแล้ว ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าอาจมียาต้านไวรัสเอชไอวีบางตัวมีการชะงักงันในการกระจายยาให้โรงพยาบาลนั้นเนื่องมาจากข้อขัดข้องของผู้ผลิตไม่ได้เกิดจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในระบบใหม่แต่อย่างใด
องค์การเภสัชกรรมได้ประสานงานกับบริษัทผู้ผลิตและได้เตรียมการผลิตในส่วนขององค์การเภสัชกรรมเอง ยืนยันว่าจะมียาใช้และสามารถรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอนในทุกสิทธิ์การรักษา ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้
วันเดียวกันในนการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) มีการนำเสนอวาระรับทราบ เรื่อง “ความก้าวหน้าการจัดหา ยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษปีงบประมาณ 2561” โดยนพ.จักรกริช โง้วศิริ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า ผลการดำเนินการการต่อรองราคายา เวชภัณฑ์และอุปกรณืทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ของคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยาฯ
โดยมีทั้งหมด 9 โครงการ มีมูลค่าที่ประหยัดงบประมาณได้เทียบกับปีงบประมาณ 2560 รวม 52.900 ล้านบาท แยกเป็น 1.ยาบัญชี จ2 ทั้งหมด 24 รายการ ราคาลดลง 4 รายการ ราคาเท่าเดิม16 รายการ ราคาเพิ่มขึ้น 2 รายการ อยู่ระหว่างเสนอราคา 2 รายการ มูลค่าประหยัดได้ 251.837 ล้านบาท
2.ยาหัวใจและหลอดเลือด ทั้งหมด 1 รายการ ราคาเท่าเดิม 3.ยากำพร้าและยาต้านพิษ ทั้งหมด 16 รายการ ราคาเท่าเดิม 4.ยารักษาวัณโรค ทั้งหมด 15 รายการ ราคาลดลง 1 รายการ เท่าเดิม 14 รายการ มูลค่าประหยัดได้ 25.779 ล้านบาท
5.วัคซีน ทั้งหมด 14 รายการ ราคาลดลง 6 รายการ เท่าเดิม 6 รายการ 1 เพิ่มขึ้น 1 รายการ มูลค่าประหยัด 17.506 ล้านบาท 6.ยาต้านไวรัสเอชไอวี ทั้งหมด 35 รายการ ราคาลดลง 2 รายการ เท่าเดิม 33 รายการ มูลค่าประหยัด 2.428 ล้านบาท
7.ถุงยางอนามัยป้องกันเอดส์ ทั้งหมด 4 รายการอยู่ระหว่างเสนอราคา 8.น้ำยาล้างไต ยาอีริโทโพอิตินหรืออีพีโอ(EPO)และสายประกอบการบำบัดทดแทนไตทางหน้าท้อง ทั้งหมด 11 รายการ ราคาลดลง 8 รายการ เท่าเดิม 3 รายการ มูลค่าประหยัด 32.688 ล้านบาท
9.อุปกรณ์อวัยวะเทียม(สายสวนหัวใจ) ทั้งหมด 4 รายการ อยู่ระหว่งการเสนอราคา โดยสรุปรายการในโครงการนี้ทั้งสิ้น 124 รายการ แยกเป็น ราคาลดลง 21 รายการ ราคาเท่าเดิม 89 รายการ ราคาเพิ่มขึ้น 4 รายการ และอยู่ระหว่างต่อรองราคา 11 รายการ
สำหรับการตรวจสอบสินค้าคงคลังปีงบประมาณ 2560 ร่วมกันระหว่างสปสช. เครือข่ายหน่วยบริการรพ.ราชวิถีและองค์การเภสัชกรรม(อภ.) เพื่อส่งมอบความรับผิดชอบให้กับเครือข่ายบริการรพ.ราชวิถี ดำเนินการต่อในปีงบประมาณ 2561
พบว่า ผลการตรวจนับยาคงคลัง ณ 30 กันยายน 2560 ประกอบด้วย วัคซีน 14 รายการ มูลค่า 552.199 ล้านบาท ยาบัญชี จ2 24 รายการ 490.684 ล้านบาท ยาต้านไวรัสเอชไอวี 35 รายการ 29.212 ล้านบาท ยารักษาวัณโรค 16 รายการ 125.630 ล้านบาท ยากำพร้าและยาต้านพิษ 16 รายการ 41.580 ล้านบาท
น้ำยาล้างไตและยาEPO 18 รายการ 63.043 ล้านบาท ถุงยางอนามัย 4 รายการ 6.657 ล้านบาท ยาหัวใจและหลอดเลือด 1 รายการ 2.201 ล้านบาท เข็มฉีดยาสำหรับวัคซีน 4 รายการ เข็มฉีดยา 16 รายการ และอุปกรณ์ใช้ประกอบการบำบัดทดแทนไตทางหน้าท้อง 9 รายการ ซึ่ง 3 รายการท้ายไม่มีมูลค่ายาส่งมอบ รวมทั้งสิ้น 157 รายการ มูลค่าทั้งสิ้น 1,711.211 ล้านบาท โดยจะส่งมอบให้เครือข่ายรพ.ราชวิถีได้ภายในสัปดาห์หน้า
