ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297737
รับนร.ปี 61ห้ามขยายชั้นเรียนพร้อมเปิดชื่อ-เงื่อนไขพิเศษ
สพฐ.เผยเกณฑ์รับนักเรียนปี61งดขยายชั้นเรียนร.ร.แข่งขันสูงใช้คะแนนสอบ 70%โอเน็ต30%ประกาศชื่อ-คะแนนตัวจริง-สำรองเงื่อนไขพิเศษพร้อมเงื่อนไขห้ามรับบริจาคช่วงรับนร.
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่า ที่ประชุมรับทราบแนวทางการรับนักเรียน ของโรงเรียนสังกัด สพฐ.ประจำปีการศึกษา 2561 ซึ่งได้ผ่านความเห็นของจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)แล้ว เป้าหมายสำคัญคือเด็กทุกคนต้องมีที่เรียนโดยปีการศึกษา 2561 จะเน้นความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม
ทั้งนี้ การรับนักเรียนในปีการศึกษา 2561 จะแตกต่างจากปีที่ผ่านมาคือ กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องที่ชัดเจนไม่เปิดโอกาสให้ขอขยายห้องเรียนเพิ่ม โดยระดับก่อนประถมศึกษา 30 คนต่อห้อง ระดับประถมศึกษา 40 คนต่อห้อง และระดับมัธยมศึกษา 40 คนต่อห้อง
นายบุญรักษ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงการคัดเลือกจะใช้คะแนน 2 ส่วนคือ คะแนนสอบของโรงเรียน 70% และคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต 30% ส่วนการรับนักเรียนจากชั้นม.3ขึ้นม.4 โรงเรียนเดิมจะให้โควตาเด็กโรงเรียนเดิม 80% และเปิดโอกาสให้เด็กโรงเรียนอื่นมาสอบได้อีก 20%
ที่สำคัญการประกาศรายชื่อนักเรียนที่สอบผ่านจะต้องประกาศทั้งตัวจริงและตัวสำรองพร้อมคะแนนที่สอบได้ ส่วนกลุ่มโรงเรียนเงื่อนไขพิเศษ เช่น โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์การรับนักเรียนให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงเรียนกำหนด
“สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดสำหรับแนวทางการรับนักเรียนปี 2561 คือเงื่อนไขการรับนักเรียนโรงเรียนจะต้องประกาศเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจน รวมถึงเงื่อนไขพิเศษของแต่ละโรงเรียนด้วย เช่น กรณีผู้มีอุปการคุณ ต้องกำหนดชัดว่ามีผู้อุปการคุณอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งมาบริจาคแล้วได้รับสิทธิ์ตามเงื่อนไขเมื่อประกาศชื่อนักเรียนต้องระบุด้วยว่าเป็นนักเรียนเงื่อนไขพิเศษตามข้อใด ที่สำคัญห้ามโรงเรียนระดมทรัพยากรช่วงที่มีการรับนักเรียนเด็ดขาด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการรับเด็กและเพื่อความเป็นธรรมกับเด็กทุกคน” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว
นายบุญรักษ์ กล่าวด้วยว่าสพฐ.จะมีการประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางทั้งหมดกับโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ขณะเดียวกัน ช่วงการรับนักเรียนจะตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน และศูนย์บริการ one stop service ให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ปกครอง
อย่างไรก็ตาม จะเสนอแนวทางดังกล่าว ให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พิจารณาก่อนจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป
