ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297474
วอน!!“บิ๊กตู่”ดูแลชีวิตความเป็นอยู่”พนักงานมหาวิทยาลัย”
วอน!! “บิ๊กตู่” ดูแลชีวิตความเป็นอยู่”พนักงานมหาวิทยาลัย”
1 ต.ค. 60-ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ คิดการ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และประธานที่ปรึกษาประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อการเลื่อนเงินเดือนพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา ร้อยละ 6 เนื่องจากทปสท.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสถาบันอุดมศึกษาและพนักงานมหาวิทยาลัยหลายแห่งว่าได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับเลื่อนเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัยประจำปี 2560 เพียงร้อยละ 4 ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบกับสถาบันอุดมศึกษา
เนื่องจากหลักการที่เคยปฏิบัติจะได้รับการจัดสรรร้อยละ 6 เท่ากับของข้าราชการ ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งก็ได้ออกระเบียบว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เมื่อสำนักงบประมาณปรับลดวงเงินดังกล่าว จึงเกิดความเดือดร้อนกับพนักงานและสถาบันอุดมศึกษาในการปรับขึ้นเงินเดือนให้กับพยักงานดังกล่าวด้วย
ต่อมาเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 ตนได้รับหนังสือชี้แจงจากนายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ว่าหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ได้กำหนดวงเงินการเลื่อนเงินเดือนและค่าจ้างประจำของส่วนราชการไม่เกินร้อยละ 6 ของงบประมาณรายจ่ายที่เป็นเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งมีอัตราเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการ ร้อยละ 70 สำหรับบุคลากรสายวิชาการ และร้อยละ 50 สำหรับบุคลากรสายสนับสนุน ซึ่งเมื่อคิดวงเงินเลื่อนขั้นในจำนวนเดียวกัน จะคิดเป็นร้อยละ 4 ของงบประมาณรายจ่ายที่เป็นเงินเดือน โดยไม่รวมในส่วนของเงินสวัสดิการ และยังให้เหตุผลว่า เพื่อให้การเลื่อนเงินเดือนให้กับบุคลากรของรัฐเป็นไปในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน จึงกำหนดวงเงินการเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานไม่เกินร้อยละ 4 ของงบประมาณรายจ่ายที่เป็นเงินเดือน
“ผมคิดว่าทั้งข้อมูลและแนวคิดดังกล่าวไม่ถูกต้อง ประการแรก ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2542 ให้สถาบันอุดมศึกษาบรรจุอัตราใหม่และอัตราทดแทนข้าราชการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย โดยให้อัตราเงินเดือน 1.7 เท่าและ 1.5 เท่าของอัตราเงินเดือนข้าราชการสำหรับพนักงานสายวิชาการและสายสนับสนุนตามลำดับ แต่พนักงานจะไม่ได้รับ “สวัสดิการการรักษาพยาบาลและบำเหน็จบำนาญ”ผศ.ดร.รัฐกรณืระบุ
ประการที่สอง หลักการที่กำหนดวงเงินสำหรับการเลื่อนเงินเดือนประจำปีร้อยละ 6 กลุ่มที่เงินเดือนมากก็ควรได้รับการจัดสรรวงเงินมากตามกรอบ หากสำนักงบประมาณและรัฐบาลคิดเช่นนี้จะเป็นการทำลายระบบความก้าวหน้า ขวัญและกำลังใจของบุคลากรภาครัฐ เหมือนกับกรณี ที่รัฐบาลปรับขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการและพนักงานร้อยละ 4 เมื่อปี 2557 ที่ขึ้นให้เฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อย โดยเอาตำแหน่งเป็นเกณฑ์ แต่ไม่ได้พิจารณาบนพื้นฐานความเป็นจริง เช่น กรณีสายวิชาการ คนที่มีตำแหน่งทางวิชาการ ผศ.รศ.ศ. หรือชำนาญการพิเศษขึ้นไปไม่ปรับให้ ทั้งที่หลายคนมีตำแหน่ง ผศ.รศ หรือชำนาญการพิเศษ แต่กลับได้รับเงินเดือนน้อยกว่าตำแหน่งอาจารย์ หรือชำนาญการ ซึ่งขัดกับนโยบายที่ต้องการพัฒนาอาจารย์ให้เข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ แต่เมื่อเขาได้ตำแหน่งแล้วรัฐบาลกลับไม่เหลียวแล
ผศ.ดร.รัฐกรณื กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ปัญหาพนักงานมหาวิทยาลัยยังมีอีกมากมาย ทั้งเรื่องการไม่จ่ายเงินเดือน 1.7 และ 1.5 เต็มตามมติคณะรัฐมนตรี หลายสถาบันไปหักไว้ 0.2-0.3 บ้าง รวมทั้งสถานะของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ “ไม่ใช่ทั้งข้าราชการ ไม่ใช่ทั้งลูกจ้าง” เพราะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายประกันสังคม แต่กลับไม่อยู่ในการคุ้มครองของกฎหมายแรงงาน ดังนั้นหากท่านนายกรัฐมนตรี ต้องการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศ ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องหันมามองชีวิตพนักงานมหาวิทยาลัย ทีถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาประเทศอย่างจริงจังเสียที
