ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/299930
ชาวปัตตานีศีลกินเจทำดีถวายในหลวงร. 9
ประเพณีถือศีลกินเจสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดปัตตานี และแสดงถึงความมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่จะทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 สืบไป
เทศกาลถือศีลกินเจของชาวไทยเชื้อสายจีนนั้นปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันมีชาวไทยหลายคนหันมาร่วมถือศีลกินเจมากขึ้นด้วย ซึ่งในปีนี้การถือศีลกินเจมีความหมายมากกว่านั้น เพราะการกินเจคือตั้งแต่วันที่ 19-28 ตุลาคม 2560 ตรงกับช่วงเวลาที่มีงานสำคัญของปวงชนชาวไทย นั่นคือ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยทั่วไป นอกจากจะร่วมกันถือศีล ไม่กินเนื้อสัตว์แล้วยังได้ร่วมกันบำเพ็ญธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วย
บรรยากาศการถือศีลกินเจทั่วประเทศจึงจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ยกตัวอย่างที่ ลานหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง (ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี) เมื่อเร็วๆนี้ เต็มไปด้วยพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดปัตตานี ชาวปัตตานี และจังหวัดใกล้เคียงจำนวนมาก ต่างมารวมกันใน “งานรวมใจกันถือศีลกินเจ และร่วมบำเพ็ญธรรมเป็นพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”
โดยนายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน มีนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี,ประธานกรรมการมูลนิธิเทพปูชนียสถาน(เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) ปัตตานี วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส, หัวหน้าส่วนราชการ, มูลนิธิ สมาคม ชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดปัตตานี คณะกรรมการจัดงาน และชาวปัตตานีเข้าร่วมงาน
กิจกรรมภายในงานมีการสวดมนต์บำเพ็ญธรรม พิธีเชิญกิวอ๋องไต่เต่ และการหามเกี้ยว พิธีไหว้เทวดาฟ้าดิน ไหว้องค์พระในศาลเจ้า พิธีเชิญธง เชิญตะเกียงขึ้นสู่ยอดเสา และกิจกรรมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ หอนิทรรศน์สานอารยธรรมจังหวัดปัตตานี (พิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) และบริการเลี้ยงอาหารเจ ตลอดช่วงเทศกาล 19-28 ตุลาคมนี้
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ในฐานะภาคราชการถือได้ว่าเทศกาลถือศีลกินเจทั่วประเทศปีนี้มีความสำคัญยิ่ง ทุกภาคส่วนจัดขึ้นด้วยการสืบสานประเพณีโบราณแล้วยังแสดงถึงความจงรักภักดี ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์มีต่อพสกนิกรชาวไทยมาตลอด เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ
จึงเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนชาวทั่วประเทศ ได้รวมใจกันแสดงความจงรักภักดี ดังเช่นชาวไทยเชื้อสายจีนในปัตตานี และชาวปัตตานีวันนี้ได้ร่วมกันถือศีลกินเจ สร้างความรัก ความสามัคคี สร้างความดีงาม และร่วมสวดมนต์ บำเพ็ญธรรมเป็นพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรด้วย
ด้านนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา รองผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า ประเพณีถือศีลกินเจ เป็นการบำเพ็ญศีล ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต งดเที่ยวเตร่ ของมึนเมา นอกจากจะก่อให้เกิดผลดีต่อจิตใจแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงการมีสุขภาพพลานามัยที่ดีอีกด้วย การกินเจทุกวันนี้ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนไทยเชื้อสายจีนหรือผู้สูงอายุเท่านั้น
แม้แต่คนไทยและโดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว หรือวัยทำงาน ก็หันมากินเจกันมากขึ้นทุกๆ ปี เป็นไปตามการพัฒนาจังหวัดปัตตานีภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ การทำให้ประชาชนในจังหวัดปัตตานีมีความเป็นอยู่ที่ดี มั่นคง อยู่ในสังคมที่มีความสงบสุข แสดงออกถึงวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของตนเอง
ส่วนในมุมมอง นายประยูรเดช คณานุรักษ์ ประธานกรรมการมูลนิธิเทพ ปูชนียสถาน(เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) กล่าวว่า การถือศีลกินเจปีนี้ตรงกับช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พวกเราถือว่าเป็นวันสำคัญ เราชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดปัตตานีรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ จึงร่วมกับทุกภาคส่วนในปัตตานี วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี และกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกันจัดงานรวมใจถือศีลกินเจ
ร่วมบำเพ็ญธรรมเป็นพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตลอดเทศกาลจะมีการสวดมนต์ไทย บาลี สวดมนต์จีน การบรรยายธรรมให้ความรู้เรื่องการถือศีลกินเจและปฏิบัติตนตามรอยเบื้องพระยุคลบาท การจัดนิทรรศการภาพวาดของศิลปินปัตตานี การขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ฯลฯ
นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานีและประธานชมรมชาวไทยเชื้อสายจีน จ.ปัตตานี กล่าวว่า งานประเพณีเทศกาลกินเจ ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์ สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีน สร้างภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น และประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวภายใต้สังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเพื่อเป็นการเสริมพลัง สร้างความเข้มแข็งของชุมชนในพื้นที่ ในการเสริมสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์ด้วย









